วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ทำเนียบขาวเสนอ " กฎหมายว่าด้วยสิทธิ" ด้านเทคโนโลยีเพื่อจำกัดอันตรายจาก AI

White-House
Photo by René DeAnda on Unsplash

นักวิทยาศาสตร์ในฝ่ายบริหารของ Biden ได้เสนอ "กฎหมายว่าด้วยสิทธิ (Bills of Rights)"  ด้านเทคโนโลยีเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI  สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว (The White House Office of Science and Technology Policy) หรือ OSTP ได้ริเริ่มภารกิจค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า และเทคโนโลยีไบโอเมตริกอื่น ๆ ที่ใช้ระบุตัวบุคคล หรือประเมินสถานะทางอารมณ์หรือจิตใจและลักษณะนิสัยของพวกเขา Eric Lander หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของประธานาธิบดี Biden และรองผู้อำนวยการ OSTP ด้านวิทยาศาสตร์และสังคม Alondra Nelson เขียนไว้ใน Wired เกี่ยวกับความจำเป็นในการป้องกัน AI ที่สามารถเลือกปฏิบัติต่อผู้คนหรือละเมิดความเป็นส่วนตัว พวกเขาแนะนำว่ารัฐบาลกลางไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่ไม่เคารพสิทธิเหล่านี้ และต้องสั่งให้ผู้รับเหมางานของรัฐบาลกลางให้ใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับ "กฎหมายว่าด้วยสิทธิ" ฉบับใหม่ และยอมรับกฎหมายและกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่มีอยู่

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Associated Press

วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564

หุ่นยนต์สองขาขี่สเก็ตบอร์ดเดินไต่ลวด

bipredal-robots-caltech
ภาพจาก Caltech News
หุ่นยนต์สองขา LEgs ONboARD drOne (LEONARDO) ที่สร้างขึ้นโดยนักวิจัยของ California Institute of Technology (Caltech)  ผสมผสานการเดินกับการบินเพื่อการเคลื่อนไหวที่ว่องไวและซับซ้อน LEO สามารถทรงตัวได้โดยใช้ขาที่มีหลายข้อต่อและตัวขับดันแบบใบพัด ทำให้สามารถเดินไต่ลวด กระโดดลอยตัว และขี่สเกตบอร์ดได้ Soon-Jo Chung แห่ง Caltech กล่าวว่าความสามารถของนกในการกระพือปีกและโผไปเกาะสายโทรศัพท์เป็นแรงบันดาลใจให้กับการออกแบบของ LEO ในขณะที่คนที่สวมชุดไอพ่นที่ใช้ควบคุมขาและเท้าของพวกเขาเมื่อลงจอดหรือบินขึ้น เป็นวิธีที่ที่ LEO ใช้ในการจัดจังหวะเครื่องขับดันและข้อต่อขา

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Caltech News



วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ความฝันของจีนในการใช้การขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในการยกเครื่องระบบดูแลสุขภาพ

china-data-driven-dream
ภาพจาก Nature

วิศวกรชีวการแพทย์ นักรังสีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ และแพทย์ในสถาบันและโรงพยาบาลทั่วประเทศจีนร่วมมือกันพัฒนาซอฟต์แวร์การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) เพื่อช่วยเหลือนักรังสีวิทยาในช่วงการระบาดใหญ่ อัลกอริธึมนี้ถูกฝึกฝนเกี่ยวโดยใช้การเอ็กซ์เรย์ทรวงอกมากกว่า 145,000 ครั้งจากโรงพยาบาล 7 แห่ง และพบว่ามีความแม่นยำมากกว่า 90% ในการตรวจหาโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ นักวิจัยได้ให้ข้อมูลและโปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่ China National Center for Bioinformation ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลที่ให้เข้าถึงแบบเปิด (open-access data platform)  เพื่อช่วยในการวิจัย COVID-19 ทั่วโลก โครงการนี้เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ริเริ่มขึ้นในประเทศจีนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากจีนได้ตั้งเป้าไปที่การดูแลสุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Nature


วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Google จะจ่ายเงินให้นักพัฒนาสร้างโปรเจกต์แบบเปิดเผยรหัสให้มั่นคงมากขึ้น

Google
Photo by Kai Wenzel on Unsplash

Google กำลังลงทุน 1 ล้านดอลลาร์ในโครงการนำร่อง Secure Open Source (SOS) ของ Linux Foundation เพื่อทำให้โครงการโอเพนซอร์สมีความมั่นคงมากขึ้น โปรแกรมจะให้รางวัลแก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับซอฟต์แวร์จากการโจมตี และแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้น Google กล่าวว่าเงินจูงใจมีตั้งแต่ $ 505 สำหรับ "การปรับปรุงเล็กน้อย" ถึง $ 10,000 หรือมากกว่าสำหรับการทำให้ซอฟต์แวร์แข็งแกร่งขึ้นเพื่อป้องกันช่องโหว่ที่สำคัญ SOS ตั้งเป้าหมายที่จะให้ความคิดริเริ่มเชิงรุกในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการเปิดเผยรหัส (open source) ที่สำคัญ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานจากการโจมตีแอปพลิเคชันและซัพพลายเชน และตั้งใจที่จะปิดช่องว่างการระดมทุนสำหรับโครงการซอฟต์แวร์โดยสมัครใจส่วนใหญ่ จากข้อมูลของ Google โครงการ SOS คือ "จุดเริ่มต้นสำหรับความพยายามในอนาคตที่หวังว่าจะรวบรวมองค์กรขนาดใหญ่อื่น ๆ และเปลี่ยนให้เป็นความคิดริเริ่มที่ยั่งยืน และระยะยาวภายใต้ OpenSSF (Open Source Security Foundation)" ซึ่งเป็นฟอรัมข้ามอุตสาหกรรมที่ร่วมมือกันเกี่ยวกับการปรับปรุงความมั่นคงของซอฟต์แวร์เปิดเผยรหัส

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ZDNet

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ทำให้รถขับเคลื่อนด้วยตัวเองเป็นมิตรกับมนุษย์มากขึ้น

automate-vehicle
ภาพจาก University of Leeds (U.K.)

นักวิจัยจาก University of Leeds แห่งสหราชอาณาจักรได้พัฒนาตัวแบบที่สามารถทำให้ยานพาหนะอัตโนมัติปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับคนเดินเท้า โดยช่วยคาดการณ์ว่าเมื่อใดที่คนจะข้ามถนน แบบจำลองนี้ได้รับการทดสอบภายใต้สถานการณ์ต่างๆ โดยใช้เครื่องจำลองทางเท้า HIKER (Highly Immersive Kinematic Experimental Research) ของมหาวิทยาลัย นักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมใช้ข้อมูลจากประสาทสัมผัส โดยดูจากระยะทาง ความเร็ว ความเร่งของรถ และสัญญาณด้านการสื่อสารเพื่อกำหนดว่าเมื่อใดควรข้าม Gustav Markkula แห่งเมืองลีดส์กล่าวว่า "คนเดินถนนมักจะรู้สึกไม่มั่นใจนักว่ารถจะยอมให้ทางจริงหรือไม่ และมักจะจบลงด้วยการรอจนกว่ารถจะจอดจนเกือบถึงป้ายหยุดรถก่อนที่จะเริ่มข้าม ตัวแบบของเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงสภาวะความไม่แน่ใจนี้  ซึ่งหมายความว่ามันสามารถใช้เพื่อช่วยออกแบบพฤติกรรมของยานพาหนะอัตโนมัติกับคนเดินถนนเพื่อจำกัดความไม่แน่นอน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงทั้งความปลอดภัยในการจราจรและการไหลของการจราจร"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: University of Leeds (U.K.)


วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564

การเรียนรู้เชิงลึกของการวิเคราะห์ภาพจะทำได้เพียงแค่หนึ่งคลิกเท่านั้น

deep-learning
ภาพจาก EPFL (Switzerland)

วิศวกรของ École polytechnique fédérale de Lausanne (EPFL) ของสวิตเซอร์แลนด์ และ Universidad Carlos III de Madrid ของสเปน ได้พัฒนา deepImageJ ซึ่งเป็นปลั๊กอินเปิดเผยรหัส (open source) ที่อำนวยความสะดวกในการวิเคราะห์รูปภาพโดยใช้การเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) สำหรับการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต ด้วย deepImageJ นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวิต (life science) สามารถขอให้วิศวกรคอมพิวเตอร์ออกแบบและฝึกอบรมอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อทำงานเฉพาะอย่าง  นักวิทยาศาสตร์สามารถเรียกใช้อัลกอริทึมหาผลลัพธ์ผ่านส่วนติดต่อกับผู้ใช้โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบโค้ดใด ๆ ปลั๊กอินนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้เป็นทรัพยากรที่จะช่วยให้วิศวกร นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักคณิตศาสตร์ และนักชีววิทยาสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อ่านข่าวเต็มได้ที่: EPFL (Switzerland)

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Microsoft ทำนายสภาพอากาศสำหรับแต่ละฟาร์ม

microsof-DeppMC
ภาพจาก IEEE Spectrum

เฟรมเวิร์ก DeepMC ของ Microsoft ใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) และปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI เพื่อทำนายสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างแม่นยำ DeepMC รวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในสถานที่ กับข้อมูลพยากรณ์อากาศท้องถิ่นมาตรฐานที่เข้าถึงได้ผ่านส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ (application programming interface) จากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงU.S. National Oceanic and Atmospheric Administration  และ National Weather Service โดย Peeyush Kumar แห่ง Microsoft Research กล่าวว่า "กลไกการหลอมรวม" จะรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ในสถานที่ กับข้อมูลการคาดการณ์มาตรฐาน ซึ่งเฟรมเวิร์กดังกล่าวจะส่งต่อให้กับ AI ที่ได้รับการฝึกอบรมเพื่อค้นหาข้อผิดพลาดระหว่างการคาดการณ์ในท้องถิ่นกับสภาพอากาศไมโครไคลเมต (micro-climate) ระบบจะคาดการณ์พารามิเตอร์สภาพอากาศแต่ละรายการตามการคาดการณ์ในอดีต และข้อมูลเซ็นเซอร์ในพื้นที่ และหลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อกำหนดแนวโน้มและรูปแบบในระยะสั้นและระยะยาของข้อมูลสภาพอากาศ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum


วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564

หุ่นยนต์หาของหาย

MIT-Rfusion
ภาพจาก MIT News

หุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นโดยนักวิจัยของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) สามารถติดตามสิ่งของที่สูญหายได้โดยใช้แขนหุ่นยนต์ที่มีกล้องและเสาอากาศความถี่วิทยุ (RF) ติดอยู่กับมือจับ ต้นแบบของหุ่นยนต์นี้เรียกว่า RFusion รวมสัญญาณเสาอากาศและภาพจากกล้องเพื่อค้นหาสิ่งของที่วางผิดที่ แม้ว่าจะฝังอยู่ใต้กองและถูกซ่อนไว้อย่างไร้ร่องรอย หุ่นยนต์ใช้แท็กระบุ RF ที่สามารถติดเข้ากับสิ่งของและสะท้อนสัญญาณที่ปล่อยออกมาจากเสาอากาศ ซึ่งสามารถเดินทางผ่านพื้นผิวส่วนใหญ่ได้ แขนกลหุ่นยนต์การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) เพื่อไปที่ตำแหน่งของวัตถุโดยอัตโนมัติ เคลื่อนย้ายสิ่งของที่คลุมมันไว้ จับวัตถุ และยืนยันว่าจับสิ่งของที่ถูกต้อง Fadel Adib แห่ง MIT กล่าวว่า "ตอนนี้คุณอาจคิดได้ว่ามันก็เป็นแค่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเวอร์ชันปรัยปรุง แต่ในระยะใกล้มันอาจมีการใช้งานมากมายในสภาพแวดล้อมการผลิตและคลังสินค้า"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: MIT News

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เทคโนโลยี X-Ray เปิดเผยจดหมายลับที่ถูกเซ็นเซอร์ของ Marie Antoinette

xray-letters
ภาพจาก Smithsonian

นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่ออ่านจดหมายลับจากราชินีฝรั่งเศส Marie-Antoinette ที่เขียนไปถึงเคานต์ Axel von Fersen ของสวีเดนที่ถูกเซ็นเซอร์ด้วยการขีดด้วยหมึกสีดำ Anne Michelin และเพื่อนร่วมงานที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติฝรั่งเศสใช้ X-ray fluorescence spectroscopy เพื่อสร้างลายนิ้วมือเรืองแสงของหมึกพิมพ์ และทำแผนที่การกระจายและอัตราส่วนขององค์ประกอบต่างๆ ในหมึกของผู้เขียนจดหมายต้นฉบับและที่ถูกเซ็นเซอร์ สิ่งนี้ทำให้คำที่ถูกขีดทับอ่านได้มากขึ้น นักวิจัยยังใช้การประมวลผลข้อมูลเพื่อถอดรหัสส่วนที่ยากขึ้น และฝึกอัลกอริทึมเพื่อสร้างภาพที่เพิ่มความแตกต่างทางเคมีของหมึกให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มความชัดเจนของข้อความ Uwe Bergmann แห่งUniversity of Wisconsin-Madison กล่าวว่า งานวิจัยนี้ "จะมีผลกระทบต่อผู้ที่ใช้เทคนิคการประมวลภาพทุกประเภท และสามารถเรียนรู้จากการประยุกต์ใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม" 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Smithsonian

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เครื่องมือที่จะข่วยทำนายการเปลี่ยนแปลงของโควิดกลายพันธ์ที่ทำให้มันติดได้ง่ายขึ้น

SAR-CoV-2
ภาพจาก Penn State News

เฟรมเวอร์กใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก Pennsylvania State University (Penn State) สามารถทำนาย การเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนในสไปค์โปรตีน (spike protein) ของ  SARS-CoV-2 ซึ่งอาจปรับปรุงการผูกพันธ์ (binding) กับตัวรับ (receptor) ACE2 ในเซลล์ของคนและสัตว์ และทำให้ติด COVID ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยใช้การวิเคราะห์ Molecular Mechanics-Generalized Born Surface Area (MM-GBSA) ร่วมกับการใช้พลังงานจากการวิเคราะห์ MM-GBSA เป็นหนึ่งในคุณลักษณะ (feature) ในตัวแบบการถดถอย regression) ของเครือข่ายประสาทเทียม (neural network) ที่ถูกฝึกสอนบนข้อมูลการผูกพันธ์บนตัวแปรที่แตกต่างกันกับการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนเดี่ยว (single amino acid) ซึ่งการทำแบบนี้ให้ผลการทำนายแม่นยำขึ้นกว่า 80%  ในเรื่องว่าการผูกพันธ์จะดีขึ้นหรือแย่ลง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Penn State News


วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เงินเดือนด้านเทคของสหรัฐเพิ่มขึ้นแต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน

engineering-salaries-us-2020
ภาพจาก IEEE Spectrum

การสำรวจเงินเดือนและสวัสดิการปี 2021 ของ IEEE-USA ประมาณการว่ามัธยฐานของรายได้ของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 148,500 ดอลลาร์ เป็น 154,443 ดอลลาร์จากปี 2019 ถึง 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 2.8% สิ่งนี้ให้ประโยชน์แก่วิศวกรโดยเฉพาะในปีนี้ เนื่องจากเงินเดือนที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อนั้นไม่เปลี่ยนแปลงในปี 2019 แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นนั้นก็กระจายไปอย่างไม่เท่าเทียมกัน: วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและวิศวกรเทคโนโลยีการออกอากาศได้รับค่าแรงเฉลี่ยสูงสุดที่ $209,373 และ $209,000 ตามลำดับ ที่อยู่เกือบล่างสุดคือผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และวิศวกรรมกำลังไฟฟ้า (power-engineering) โดยได้รับเงินเดือนเฉลี่ย 140,000 ดอลลาร์ ความเหลื่อมล้ำทางเงินเดือนที่เกี่ยวข้องกับเพศและเชื้อชาติกว้างขึ้น โดยช่องว่างมัธยฐานระหว่างเงินเดือนชายและหญิงเพิ่มขึ้นจาก $5,500 เป็น $28,000 จากปี 2019 ในขณะที่ระหว่างคนผิวขาวและชาวแอฟริกันอเมริกันเพิ่มขึ้น $2,250 เป็น $24,250 ในปี 2020

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564

การใช้ AI กับรายงานข้อมูลเก่า ๆ เพื่อทำความเข้าใจภาพถ่ายทางการแพทย์

MIT-News-Xray
ภาพจาก MIT News

นักวิทยาศาสตร์จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) Harvard Medical School และ Boston’s Beth Israel Deaconess Medical Center ได้รวมเอาปัญญาประดิษฐ์และรายงานรังสีวิทยาที่เป็นการเขียนบันทึกที่มาพร้อมกับภาพถ่ายทางการแพทย์เพื่อเพิ่มความสามารถในการตีความของอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมโครงข่ายประสาทเทียมเพื่อวัดขอบเขตของโรคโดยใช้ภาพถ่ายทางการแพทย์ และระดับความรุนแรงที่ระบุโดยแพทย์ ในขณะที่เครือข่ายที่สองทำงานที่คล้ายกันโดยใช้ข้อความ และเครือข่ายที่สามใช้ทั้งข้อความและรูปภาพ Polina Golland ของ MIT กล่าวว่า "เมื่อข้อมูลร่วมกันระหว่างรูปภาพและข้อความมีปริมาณมาก นั่นหมายความว่าเราสามารถทำนายรูปภาพจากข้อความ และข้อความจากรูปภาพได้ในระดับสูง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: MIT News

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ตู้ ATM Bitcoin ที่ใช้กันทั่วไปมีช่องโหว่ด้านความมั่นคงที่ร้ายแรง

bitcoin-ATM
ภาพจาก Gizmodo

นักวิจัยด้านความมั่นคงจากแพลตฟอร์มกแลกเปลี่ยนคริปโต Kraken เตือนว่าตู้ ATM Bitcoin จำนวนมากมีช่องโหว่ร้ายแรงที่แฮ็กเกอร์สามารถใช้ประโยชน์ได้ Kraken พบข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของตู้ ATM รุ่น General Bytes BATMtwo (GBBATM2) โดย Coin ATM Radar คำนวณว่า General Bytes ให้บริการตู้เอทีเอ็ม crypto เกือบ 23% ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง 18.5% ของตู้ในสหรัฐอเมริกา และ 65.4% ของตู้ในยุโรป เจ้าของตู้ ATM ได้ติดตั้งตู้ดังกล่าวจำนวนมากโดยไม่ได้เปลี่ยนรหัสตอบกลับด่วน (Quick Respose) หรือ QR ของผู้ดูแลระบบ ที่ตั้งมาเป็นค่าเริ่มต้นที่ทำหน้าที่เป็นรหัสผ่านซึ่งใช้ร่วมกันระหว่างแต่ละตู้ Kraken ยังอ้างถึงการขาดกลไกการบูตที่ปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์สามารถหลอก GBBATM2 ให้เรียกใช้มัลแวร์ รวมถึง "ช่องโหว่ที่สำคัญในระบบการจัดการ ATM" Kraken แนะนำให้ผู้ใช้ bitcoin ATM ทำธุรกรรม เงินคริปโตในสถานที่ที่น่าเชื่อถือซึ่งมีกล้องวงจรปิด และผู้ให้บริการต้องเปลี่ยนรหัส QR จากค่าเริ่มต้น

อ่านข่าวเต็มได้ที่:  Gizmodo

วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564

นักวิจัยพบว่า Apple Pay ถูกแฮคโดยใช้การจ่ายเงินแบบไม่ต้องสัมผัสของ VISA

contactless-payment
ภาพจาก BBC News

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Birmingham and Surrey ของสหราชอาณาจักรค้นพบวิธีการแฮ็กสำหรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสบน iPhone โดยใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนใน Apple Pay พวกเขาเปิดใช้งานการชำระเงิน Visa แบบไม่ต้องสัมผัสจาก iPhone ที่ถูกล็อค โดยใช้คุณสมบัติ "Express Transit" ของ Apple Pay ซึ่งช่วยให้ผู้เดินทางชำระเงินได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการวางอุปกรณ์วิทยุไว้ใกล้ ๆ ทำให้ iPhone คิดว่าอยู่ใกล้ที่อ่านบัตร ในขณะที่โทรศัพท์ Android ที่ใช้งานแอปพลิเคชันพิเศษจะส่งสัญญาณจาก iPhone ไปยังเครื่องชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส การสื่อสารกับเครื่องอ่านบัตรได้รับการปรับแต่ง ดังนั้นจึงทำให้มันคิดว่า  iPhone  นั้นปลดล็อกและได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว นักวิจัยกล่าวว่าปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบัตร Visa ที่ตั้งค่าในโหมด Express Transit ในกระเป๋าเงินของ iPhone โดยVisa มองการแฮ็กนี้ว่า "ทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ" ในขณะที่ Apple อธิบายว่า "ไม่น่าจะทำได้"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: BBC News

วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564

แพลตฟอร์ DeFi ส่งเงินผิดพลาดไป 89 ล้านเหรียญ CEO ขอร้องให้โอนเงินคืน

 

Bitcoins
Photo by Executium on Unsplash

แพลตฟอร์ม DeFi ชื่อ Compound ได้ส่งสกุลเงินดิจิทัลไปให้ผู้ใช้ไปแบบผิดพลาดคิดเป็นมูลค่าไปเกือบ 90 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากข้อบกพร่องในการอัพเดทล่าสุด และ CEO Robert Leshner กำลังเรียกร้องให้ผู้ใช้ส่งคืนโดยสมัครใจ แพลตฟอร์ม DeFi อาศัย "สัญญาอัจฉริยะ (smart contracts)" ระหว่างผู้ใช้ที่ควบคุมโดยรหัสคอมพิวเตอร์ทั้งหมด Compound ยังแจกจ่ายโทเค็น COMP เพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าโปรโตคอลทำงานอย่างไร Leshner ตั้งข้อสังเกตว่าข้อผิดพลาดเกี่ยวข้องกับโทเค็น COMP 280,000 โทเค็นมูลค่าประมาณ 89.3 ล้านดอลลาร์ที่แจกจ่ายในวันที่ 1 ต.ค. Kevin Werbach แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย Wharton School กล่าวว่า "คนส่วนใหญ่ในโลกจะไม่ไว้วางใจใช้เงินของพวกเขากับบางสิ่งบางอย่าง หากมีใครบอกพวกเขาว่าบั๊กที่เกิดขึ้นจะทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Bloomberg

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564

เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นโดรนจะให้น้ำหนักกับทางเลือกต่าง ๆ

drone
ภาพจาก University of Illinois at Urbana-Champaign

การวัดความสามารถของอากาศยานไร้คนขับในการกลับมาทำงานเป็นปกติจากการทำงานผิดพลาด และทำภารกิจให้เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างปลอดภัย คือหัวใจสำคัญของการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ที่  University of Illinois at Urbana-Champaign (UIUC)   "ความยืดหยุ่นเชิงปริมาณ (quantitative resilience)" ของระบบควบคุมพยายามตรวจสอบความสามารถดังกล่าวของระบบหลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ตามคำกล่าวของ Melkior Ornik ของ UIUC เขากล่าวว่างานดังกล่าวต้องการให้โดรนแก้ปัญหาความท้าทายด้านการปรับให้เหมาะสม (optimization) แบบซ้อนทั้งสี่แบบซึ่งอาจไม่เป็นแบบเชิงเส้น และลดการคำนวณความยืดหยุ่นเชิงปริมาณให้เป็นปัญหาการปรับให้เหมาะสมเชิงเส้น Ornik กล่าวเสริมว่า "ความสามารถในการทำงานต่อให้เสร็จเมื่ออุปกรณ์ทำงานผิดปกติมีผลกับการใช้งานในชีวิตจริง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: University of Illinois at Urbana-Champaign

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ก้าวสู่การบันทึกข้อมูลสุขภาพดิจิทัลแบบฉลาดขึ้น

med-work
ภาพจาก MIT News

ระบบที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) และ Boston’s Beth Israel Deaconess Medical Center มีเป้าหมายที่จะปรับปรุงบันทึกด้านสุขภาพทางอิเล็กทรอนิกส์โดยผสมผสานการเรียนรู้ของเครื่องและการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ ระบบนี้เรียกว่า MedKnowts จะแสดงเวชระเบียนที่ได้รับการปรับแต่งเฉพาะผู้ป่วยแต่ละคนโดยอัตโนมัติ เสนอการเติมข้อความอัตโนมัติสำหรับศัพท์ทางคลินิก และเติมข้อมูลในช่องข้อมูลผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ และอีกหลายอย่าง Luke Murray แห่ง MIT กล่าวว่า "[แพทย์] จะดูหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาและมุ่งเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัจจุบันของคนไข้ เรากำลังช่วยทำกระบวนการนั้นโดยอัตโนมัติ และหวังว่าจะช่วยย้ายอะไรบางอย่างออกจากหัวของแพทย์เพื่อให้พวกเขามีมีเวลาคิดเกี่ยวกับอะไรที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งก็คือการระบุว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับคนไข้ และคิดแผนการรักษา”

อ่านข่าวเต็มได้ที่: MIT News

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564

จะสร้างระยะห่างระหว่างคนเดินถนนได้อย่างไรในโลกยุคหลังการระบาด

pedestrians
ภาพจาก Universitat Oberta de Catalunya (Spain)

ด้วยการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ นักวิทยาศาสตร์จาก Universitat Oberta de Catalunya (UOC) ในสเปนและ University of California, Berkeley ได้ออกแบบวิธีในการกำหนดวิธีการวัดที่ต้องใช้เพื่อให้แน่ใจว่าคนเดินถนนในที่สาธารณะจะเว้นระยะห่างกันมากขึ้น นักวิจัยใช้ข้อมูลระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ หรือ GIS ซึ่งโดยทั่วไปจะถูกเก็บอยู่บนเครื่องสำหรับเก็บข้อมูลที่เปิดเป็นสาธารณะของหน่วยงานในเมือง เพื่อวัดพื้นที่ที่สำหรับคนเดินเท้าและสำหรับการจราจรใน 10 เมืองในยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ โดยงานวิจัยนี้ได้แสดงถึงความแตกต่างระหว่างเมืองต่าง ๆ และพบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วแต่ละเมืองจะเหลือที่ให้คนเดินเท้าค่อนข้างน้อย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างยุโรป อเมริการเหนือ และอเมริกาใต้ พบว่ายุโรปนั้นมีการแบ่งส่วนที่เป็นธรรมมากที่สุด โดยประเทศที่เหลือที่ให้คนเดินเท้าน้อยที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศในอเมริกาใต้นั้นอยู่ตรงกลาง "วิธีการของเราแสดงให้เห็นว่าด้วยกลยุทธ์ที่วางแผนไว้อย่างดี ความพยายามในการปรับปรุงระบบทางเท้าในเมืองสามารถทำได้ ในขณะที่ยังคงอนุญาตให้มีการการจราจรไหลไปตามปกติ" นักวิจัยกล่าว

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Universitat Oberta de Catalunya (Spain)

เพิ่มเติมเสริมข่าว: อยากให้มาลองวิเคราะห์ในประเทศไทยดูจัง นักวิจัยอาจตะลึงไปเลยก็ได้

 

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564

อีกไม่นานคนที่นั่งรถคันเดียวกันสามารถฟังเสียงที่ต่างกันได้

car-PSZ
ภาพจาก PhysicWorld

อัลกอริธึมเกี่ยวกับการได้ยินเสียง (acoustic) ที่สร้างขึ้นโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Le Mans ของฝรั่งเศสและ Stellantis ผู้ผลิตรถยนต์ในเนเธอร์แลนด์ ช่วยให้ผู้ฟังสองคนที่นั่งติดกันในรถยนต์เพื่อฟังเสียงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงโดยไม่ต้องใช้หูฟัง ระบบจะตรวจสอบลักษณะของเสียงที่ปล่อยออกมาจากลำโพงแบบติดตั้งพนักพิงศีรษะในแบบเรียลไทม์ก่อน จากนั้นอัลกอริธึมจะปรับตัวกรองของระบบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่ง โดยปรับตำแหน่งของโซนเสียงส่วนบุคคล (personalized sound zone) หรือ PSZ ของผู้โดยสารแต่ละคน ในระหว่างการทดสอบ เมื่อเบาะนั่งข้างหนึ่งเลื่อนไปข้างหน้า 15 ซม. ในขณะที่อีกที่นั่งอยู่ที่เดิม อัลกอริธึมสามารถรักษาความต่าง 30 เดซิเบลระหว่าง PSZ สองตัวได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งความดังนี้เป็นความแตกต่างระหว่างการกระซิบและการสนทนาปกติ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Physicsworld.com

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564

กรีซอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยปลอดภัยจาก COVID-19 ได้ยังไง

covid-19-test
ภาพจาก University of Southern California

นักวิจัยจาก University of Southern California (USC) Marshall School of Business, Wharton School of Business ของ University of Pennsylvania บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่ง AgentRisk และGreece's universities of Athens and Thessaly ของกรีซได้ร่วมมือกันพัฒนาอัลกอริทึมที่สามารถระบุ นักเดินทางที่ติด COVID-19 ที่ไม่มีอาการได้ อัลกอริทึม “Eva” ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อระบุนักท่องเที่ยวที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อทำการทดสอบ นักวิจัยพบว่าอัลกอริธึมสามารถระบุนักเดินทางที่ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่เดินทางไปยังกรีซได้เกือบสองเท่า เมื่อเทียบกับการที่ประเทศที่ใช้เพียงข้อจำกัดการเดินทาง และการทดสอบแบบสุ่ม อีวาเคยถูกใช้เพื่อแยกข้อมูลที่ได้รับจากนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างโปรไฟล์ของผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะติดเชื้อและไม่มีอาการ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: University of Southern California

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ปุ่ม dislike อาจปรับปรุงคำแนะนำของ Spotify

spotify-dislike
ภาพจาก Cornell Chronicle

ทีมวิจัยที่ Cornell University ได้พัฒนาอัลกอริธึมคำแนะนำที่อาจปรับปรุงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเสียงและสื่อ  Spotify โดยผสมผสานทั้งความชอบ (like) และไม่ชอบ (disklike) ทีมวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ฟังมีแนวโน้มที่จะชอบเพลงมากขึ้นประมาณ 20% หากอัลกอริธึมแนะนำได้รับการฝึกฝนจากทั้งข้อมูลชอบและไม่ชอบทั้งหมด 400,000 ครั้ง ซึ่งต่างจากอัลกอริธึมที่ฝึกฝนโดยใช้ข้มูลเฉพาะการชอบเท่านั้น Sasha Stoikov จาก Cornell กล่าวว่าอัลกอริธึมที่เน้นไปที่ปุ่มที่ชอบเท่านั้นมีโอกาสแนะนำเพลงที่ผู้ฟังไม่ชอบมากขึ้น  ระบบใหม่นี้มีชื่อว่า Piki จะเลือกเพลงจากฐานข้อมูลประมาณ 5 ล้านเพลง และให้เงินผู้ใช้ 1 ดอลลาร์ต่อ 25 เพลงที่พวกเขาให้คะแนน ซึ่ง Stoikov กล่าวว่า "เป็นการจูงใจให้ผู้ใช้ลงคะแนนตามความจริง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Cornell Chronicle


วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564

นักวิจัยพบช่องโหว่ด้านความมั่นคงในแอพที่ใช้คู่กับอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ

Iot-Lab-Florida-Tech
ภาพจาก Florida Institute of Technology

นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีฟลอริดาค้นพบ "ข้อบกพร่องที่ร้ายแรงในการเข้ารหัส" ในแอพของสมาร์ทโฟนที่ใช้กับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมยอดนิยม 16 ตัว นักวิจัยทำการโจมตีแบบ "man-in-the-middle"" บนอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ( Internet of Things) หรือ IoT 20 เครื่อง และพบว่าผู้จำหน่ายอุปกรณ์ 16 รายไม่ได้ดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีดักจับการสื่อสารของอุปกรณ์ IoT อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งได้แก่ Amazon Echo, Blink camera, Google Home camera, Hue lights, Lockly lock, Momentum camera, Nest camera, NightOwl doorbell, Roku TV, Schlage lock, Sifely lock, SimpliSafe alarm, SmartThings lock, UltraLoq lock, และ Wyze camera นักวิจัยพบว่าอุปกรณ์ของ Arlo, Geeni, TP-Link และ Ring ไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีนี้

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Florida Institute of Technology

วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564

NASA ส่งหุ่นยนต์ไปศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอาร์คติก

Saildrone
ภาพจาก NASA

สำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (National Aeronautics and Space Administration) หรือ NASA ได้ส่งหุ่นยนต์สองตัวไปยังอาร์กติกในตอนต้นเดือนกรกฎาคมเพื่อรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเล และสามารถประมาณอุณหภูมิมหาสมุทรได้ดีขึ้นได้จากที่นั่น นักวิจัยของ NASA ร่วมมือกับ Saildrone ผู้ผลิตยานยนต์พื้นผิวไร้คนขับ (unmanned surface vehicle ) หรือ USV โดยหวังว่าจะใช้ข้อมูลที่รวบรวมโดยหุ่นยนต์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคนั้น เซ็นเซอร์แรงลมและพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในการขับเคลื่อน Saildrone USV อัตโนมัติ ซึ่งบังคับทิศทางจากระยะไกลได้หลายร้อยไมล์ ยานพาหนะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดาวเทียม ซึ่งอาจนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงอัลกอริธึมที่จำลองการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ NASA Arctic Cruise 2021 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Multi-Sensor Improved Sea Surface Temperature (MISST) ซึ่งเป็นโครงการระดับนานาชาติ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มการวิจัยและการพยากรณ์อากาศและสภาพภูมิอากาศ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NASA


วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564

แผ่นแปะที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติให้วัคซีนได้โดยไม่ต้องฉีด

3d-vaccine-patch
ภาพจาก University of North Carolina at Chapel Hill

นักวิทยาศาสตร์จาก  Stanford University และ University of North Carolina at Chapel Hill (UNC) ได้ออกแบบแผ่นแปะ (patch) วัคซีนที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ ซึ่งให้การป้องกันมากกว่าการฉีดวัคซีนที่แขนโดยทั่วไป แผ่นแปะพอลิเมอร์ที่มีเม็ดเข็มขนาดไมโครถูกนำไปใช้แปะผิวหนังโดยตรง ส่งผลให้การตอบสนองของภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 10 เท่า และการตอบสนองของ T-cell และแอนติบอดีจำเพาะต่อแอนติเจนเพิ่มขึ้น 50 เท่าเมื่อเทียบกับการฉีดปกติ Shaomin Tian แห่ง UNC กล่าวว่าเข็มขนาดไมโครนั้นถูกพิมพ์แบบ 3 มิติ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการออกแบบแผ่นแปะโดยเฉพาะสำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โรคหัด ไวรัสตับอักเสบ หรือ COVID-19 Joseph M. DeSimone ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ กล่าวว่า "ในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ เราหวังว่าจะวางรากฐานสำหรับการพัฒนาวัคซีนทั่วโลกอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้โดสที่น้อยลง และปราศจากความเจ็บปวดและความวิตกกังวล"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: University of North Carolina at Chapel Hill


วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564

เทคนิคการเข้ารหัสช่วยปกป้องรูปภาพบนคลาวด์

Cloud-encryption
ภาพจาก Scientific American

เครื่องมือ Easy Secure Photos (ESP) ที่สร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของ Columbia University สามารถเข้ารหัสภาพถ่ายที่จัดเก็บบนคลาวด์ได้ ในขณะที่ยังคงอนุญาตให้ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตสามารถเรียกดูและแสดงภาพของพวกเขาได้ ESP จะสร้างบล็อกของพิกเซลไว้โดยเลื่อนพวกมันไปรอบ ๆ เพื่อปิดบังภาพ โดยจะแบ่งรูปภาพออกเป็นสามไฟล์แยกกันเพื่อให้มีข้อมูลสีแดง สีเขียว หรือสีน้ำเงิน จากนั้นจึงใส่บล็อกพิกเซลรบกวนรอบ ๆ ไฟล์เหล่านั้น ไฟล์ยังคงถุกต้อง แต่จะปรากฏเป็นภาพนิ่งขาวดำแบบเม็ดเล็กสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไฟล์ยังคงสามารถบีบอัดและเข้ากันได้กับแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลบนคลาวด์จำนวนมาก ดังนั้นผู้ใช้ที่มีคีย์การถอดรหัสที่ถูกต้องจะสามารถดูรูปต้นฉบับได้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงภาพถ่ายจากอุปกรณ์หลายเครื่องผ่าน ESP โดยใช้ระบบที่อุปกรณ์แต่ละเครื่องมีคู่คีย์ที่ไม่ซ้ำกัน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Scientific American

วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

สองรัฐใหญ่สุดในออสเตรเลียทดลองซอฟต์แวร์รู้จำใบหน้า

Australia-Polices
ภาพจาก Reuters

รัฐ New South Wales (NSW)  และ Victoria ในออสเตรเลีย กำลังทดสอบระบบรู้จำใบหน้าเพื่อให้ตำรวจตรวจสอบว่าผู้คนอยู่บ้านในช่วงล็อกดาวน์หรือไม่ Genvis ซึ่งเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้เมื่อปีที่แล้วร่วมกับตำรวจรัฐ Western Australia เพื่อช่วยบังคับใช้ข้อจำกัดการเคลื่อนไหวในช่วงการระบาด ระบบจะให้คนตอบรับคำขอเช็คอินแบบสุ่มโดยถ่ายรูป "เซลฟี่" ซึ่งหากซอฟต์แวร์ตรวจแล้วไม่ตรงกับ "ลายเซ็นใบหน้า" อาจทำให้ตำรวจมาตรวจสอบที่บ้านได้ การทดสอบเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันเมื่อเดือนที่แล้วในรัฐSouth Australia ได้กระตุ้นให้เกิดความโกรธเคืองจากผู้สนับสนุนความเป็นส่วนตัว เกี่ยวกับการสอดแนมที่มากเกินไป Edward Santow จาก University of Technology, Sydney กล่าวว่า "เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าอาจดูเหมือนเป็นวิธีที่สะดวกในการตรวจสอบผู้คนที่ถูกกักกัน แต่...หากมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีนี้ จะมีความเสี่ยงที่่สูง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Reuters

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564

อย่ายุกยิก Wi-fi จะนับคุณ

counting-crowd
ภาพจาก The Current (University of California, Santa Barbara)

นักวิจัยจาก University of California, Santa Barbara (UCSB) ใช้สัญญาณ Wi-Fi เพื่อประเมินจำนวนคนในกลุ่มที่นั่งอยู่กับที่ โดยคนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์ใด ๆ วิธีการนี้ต้องการแค่เครื่องส่งและตัวรับสัญญาณไร้สายนอกพื้นที่ที่สนใจจะนับ เครื่องส่งจะส่งสัญญาณและเครื่องรับจะวัดปริมาณพลังงานที่ได้รับ ผลการคำนวณจำนวนคนในพื้นที่ที่กำหนดนั้นออกใกล้เคียงกับตัวเลขจริง Yasamin Mostofi จาก UCSB กล่าวว่าเทคนิคนี้แก้ปัญหาในการนับคนที่เคลื่อนไหวร่างกายเพียงเล็กน้อย ซึ่งมักจะเคลื่อนไหวร่างกายตามธรรมชาติเล็ก ๆ ที่เรียกว่ายุกยิก (fidgets) วิธีการนี้แยกพฤติกรรมการยุกยิกของฝูงชนที่อยู่นิ่งโดยใช้สถิติ และเชื่อมโยงสิ่งนี้กับจำนวนคนที่นั่งทั้งหมด

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Current (University of California, Santa Barbara)

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2564

การปล่อยมลพิษจากการทำงานของคอมพิวเตอร์และ ICT อาจเลวร้ายกว่าที่คิด

data-center
ภาพจาก Lancaster University (U.K.)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (information and communication technology) หรือ ICT ทั่วโลก  อาจเลวร้ายกว่าที่คำนวณไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคำแนะนำจากนักวิจัยจาก Lancaster University แห่งสหราชอาณาจักรและ Small World Consulting ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน (sustainability)   ทีมงานกล่าวว่าการประมาณการก่อนหน้านี้ที่บอกว่า ICT มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกที่ 1.8% ถึง 2.8% มีแนวโน้มที่จะมองในแง่อนุรักษ์นิยมเกินไป เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงวงจรชีวิตที่สมบูรณ์และห่วงโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT นักวิจัยให้ความเห็นว่าว่าปริมาณ 2.1% ถึง 3.9% ของการปล่อยก๊าซน่าจะใกล้เคียงกว่าแม้ว่าอาจจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ในการคำนวณนี้ ทีมงานยังเตือนด้วยว่าแนวโน้มด้านการประมวลผลและไอซีทีแบบใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง และบล็อคเชนและสกุลเงินดิจิทัล  สามารถเพิ่มการปล่อยมลพิษทางไอซีทีเพิ่มได้อีก

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Lancaster University (U.K.)

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2564

ศิลปะและความน่ากลัวแสดงศักยภาพที่เวนิซ

VR-Playing
ภาพจาก France24

เทศกาลภาพยนตร์เวนิซฉายแสงไปที่ความเป็นจริงเสมือน (VR) ด้วยโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ที่ช่วยให้ผู้ชมสามารถรับรู้ได้โดยไม่ต้องสัมผัสกับวัตถุ รวมถึงการที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของอวาตาร์ (avatar) และดำดิ่งสู่โลกการโต้ตอบอย่างเต็มที่ โปรเจ็กต์เหล่านี้รวมถึง "โกลิอัท" ซึ่งแสดงภาพชายทีรับถ่ายทอดโรคจิตเภทมาจากบรรพบุรุษ ด้วยเอฟเฟกต์ภาพและประสบการณ์เชิงโต้ตอบ Michel Reilhac ของเทศกาลกล่าวว่า "เทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ผู้ผลิตไม่ได้ปลื้มในแง่เทคโนโลยีอีกต่อไปแล้ว ... แต่มันสามารถเรียกตัวเองว่ารูปแบบศิลปะที่เต็มเปี่ยม" Reilhac ให้ความสำคัญกับการพัฒนาในนด้านนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในด้าน "โซเชียล VR" เช่น เกมดิจิทัล Reilhac กล่าวว่า "มันจะกลายเป็นที่แพร่หลายเมื่อชุดหูฟังอยู่ในรูปแบบของแว่นตา"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: France24


วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

เทคโนโลยีนี้สามารถทำนายโรคอัลไซเมอร์ขั้นต้นได้แม่นยำเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

brain-images
ภาพจาก EuroNews

วิธีการวิเคราะห์ภาพสมองที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก Kaunas University of Technology (KTU) ในลิทัวเนีย มีความแม่นยำกว่า 99% ในการทำนายความน่าจะเป็นของการเริ่มมีอาการของโรคอัลไซเมอร์  วิธีการนี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI และการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ภาพ MRI ที่ใช้งานได้จาก 138 ตัวอย่าง นักวิจัยระบุว่าเทคนิคของพวกเขาทำงานได้ดีกว่าวิธีการแบบเดิมในแง่ของความแม่นยำ ความไว และความจำเพาะเจาะจง  Rytis Maskeliunas จาก KTU กล่าวว่า "เห็นได้ชัดว่าตัวเลขที่สูงเช่นนี้ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพที่จะใช้ได้ในชีวิตจริง แต่เรากำลังทำงานร่วมกับสถาบันทางการแพทย์เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: EuroNews


วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564

นักวิจัยของ AWS ใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัม 2 เครื่องช่วยกันทำให้คีย์การเข้ารหัสแข็งแกร่งขึ้น

computer
ภาพจาก ZDNet

Mario Berta ของ Amazon Web Services หรือ AWS ได้รวมเอาความสามารถของคอมพิวเตอร์ควอนตัมสองเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อสร้างตัวเลขสุ่มอย่างแท้จริง เพื่อให้คีย์ที่ใช้การเข้ารหัสมีความแข็งแรงขึ้น Berta ใช้โปรเซสเซอร์ควอนตัมจาก Rigetti และ IonQ เพื่อใช้ประโยชน์จากสถานะของการซ้อนทับของอนุภาคควอนตัม และปรากฏการณ์ที่จำนวนบิตควอนตัมที่เท่ากันสามารถให้สตริงของบิตที่มีค่าสุ่มเท่ากัน โปรเซสเซอร์ทั้งสองสร้างสตริงบิตอิสระสองสตริงที่จะถูกประมวลผลโดยอัลกอริธึม Randomness Extractor (RE) เพื่อรวมบิตที่สุ่มขึ้นมาแบบอ่อนแอจากหลาย ๆ แหล่ง ให้เป็นสตริงสุ่มหนึงตัวที่เกือบสมบูรณ์แบบ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ZDNet

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564

ระบบที่เป็นสากลถอดรหัสประเภทอะไรก็ได้ที่ถูกส่งผ่านเครือข่าย

MIT-GRAND
ภาพจาก MIT News

นักวิทยาศาสตร์จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT), Boston University, และ Maynooth University ของไอร์แลนด์ ได้ตั้งพัฒนาอัลกอริธึมสากลเพื่อให้ชิปซิลิกอนสามารถถอดรหัสข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าโครงสร้างเป็นอย่างไร อัลกอริธึม Guessing Random Additive Noise Decoding (GRAND) ขจัดความต้องการตัวถอดรหัสที่ต้องใช้การคำนวณที่ซับซ้อนหลาย ๆ ครั้ง GRAND เดาสัญญาณรบกวน หรือพลังงานที่ส่งผลต่อข้อมูลที่เข้ารหัสระหว่างทาง และใช้รูปแบบนี้ในการอนุมานข้อมูลต้นฉบับ อัลกอริธึมจะสร้างลำดับสัญญาณรบกวนในลำดับที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น กำจัดมันออกจากข้อมูลที่ได้รับ และยืนยันว่ารหัสที่เป็นผลลัพธ์นั้นอยู่ในสมุดรหัส (codebook)  นักวิจัยกล่าวว่าชิป GRAND สามารถถอดรหัสซ้ำซ้อน (redundancy code) ระดับปานกลางใด ๆ ที่มีความยาวสูงสุด 128 บิต โดยใช้เวลาประมาณ 1 ไมโครวินาที

อ่านข่าวเต็มได้ที่: MIT News



วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2564

PHP ยังคงรักษาความเป็นผู้นำอย่างยิ่งใหญ่ในภาษาการเขียนโปรแกรมฝั่งเซิร์ฟเวอร์

w3tech-charts
ภาพจาก Ars Technica

รายงานจากแพลตฟอร์มสารสนเทศเทคโนโลยีเว็บ W3Techs พบว่า PHP ยังคงเป็นผู้นำภาษาฝั่งเซิร์ฟเวอร์ชั้นนำที่มีการใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน แบบสำรวจเว็บเซิร์ฟเวอร์ของ W3Techs ทบทวนเทคโนโลยีที่ใช้บนเว็บไซต์ในรายชื่อ 10 ล้านอันดับแรกของ Alexa และรวมแผนภูมิปีต่อปีที่เริ่มในเดือนมกราคม 2010 PHP มีส่วนแบ่ง 78.9% ณ วันที่ 13 กันยายน เพิ่มขึ้นจาก 72.5% ในปี 2010 ภาษาอื่นที่แสดงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญคือ Ruby โดยมีส่วนแบ่ง 5.2% ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าไม่มีผู้ท้าชิงที่ชัดเจนสำหรับ PHP โดยที่ การลดลงของ ASP.NET ไม่สามารถเพิ่มจำนวนการใช้ PHP หรือภาษาอื่น ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Ars Technica


วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564

Raspberry Pi มุ่งหน้าสู่อวกาศด้วยการท้าทายการเขียนโปรแกรมภาษา Python

raspberry-pi-to-space
ภาพจาก ZDNet

คอมพิวเตอร์ Raspberry Pi ที่อัปเกรดแล้วจะกลับไปที่สถานีอวกาศนานาชาติ ( International Space Station) หรือ ISS เพื่อใช้ในสิ่งที่หน่วยงานอวกาศยุโรป (European Space Agency) หรือ ESA เรียกว่าความท้าทาย  Mission Zero และ Mission Space Lab โดย Mission Zero เชิญผู้เขียนโค้ดให้เขียนอัลกอริธึม Python เพื่ออ่านค่าความชื้นบน ISS เพื่อแสดงต่อนักบินอวกาศโดยใช้ข้อความส่วนตัว ESA กล่าวว่า Mission Space Lab ท้าทายทีมเยาวชน "ในการออกแบบและเขียนโปรแกรมสำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจของเราเกี่ยวกับชีวิตบนโลกหรือชีวิตในอวกาศ" Astro Pi ใหม่ คือ Raspberry Pi 4 Model B ที่มีหน่วยความจำ 8 GB, กล้อง, เครื่องเร่งการเรียนรู้ของเครื่อง, เซ็นเซอร์, ไจโรสโคป (gyroscope), มาตรความเร่ง (accelerometer), เครื่องวัดความเข้มข้นของสนามแม่เหล็ก (magnetometer)  และเมทริกซ์ไดโอดเปล่งแสง ( a light-emitting diode matrix) สำหรับการตอบกลับด้วยภาพ ESA กล่าวว่าตัวเร่งความเร็วจะช่วยให้ทีมต่างๆ "สามารถพัฒนาตัวแบบการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ที่มีการประมวลที่มีความเร็วสูง และเป็นแบบเรียลไทม์ (real-time) ได้"

อ่านข่าวเต็มได้ที่:  ZDNet

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2564

ศาลตัดสินว่าคนเท่านั้นที่จดสิทธิบัตรในสหรัฐได้ไม่ใช่เครื่อง AI

AI-robot
Photo by Possessed Photography on Unsplash

ผู้พิพากษาของศาลเขตของสหรัฐอเมริกา Leonie Brinkema ในเมืองอเล็กซานเดรีย รัฐเวอร์จิเนีย ได้ตัดสินว่ามีเพียงมนุษย์จริงๆ เท่านั้นที่สามารถถูกระบุว่าเป็นผู้ประดิษฐ์สิทธิบัตรภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI ไม่สามารถทำได้ Brinkema ตัดสินว่าภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลาง "บุคคล" ซึ่งถูกนิยามว่าเป็นบุคคลธรรมดาจะต้องสาบานว่าพวกเขาเป็นผู้ประดิษฐ์ในการขอรับสิทธิบัตร คดีนี้เกี่ยวข้องกับโครงการประดิษฐ์ประดิษฐ์ที่ University of Surrey แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ดำเนินการด้วยความพยายามระดับโลกเพื่อให้มีคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่าเป็นนักประดิษฐ์ ศาลในแอฟริกาใต้และออสเตรเลียได้ตัดสินด้วยความที่ชอบโครงการนี้ Ryan Abbott แห่ง University of Surrey กล่าวว่าจะอุทธรณ์คำตัดสินของศาลสหรัฐฯ รวมถึงคำตัดสินในสหราชอาณาจักรและยุโรปด้วย Abbott กล่าวว่า "เราเชื่อว่าการระบุ AI ในฐานะนักประดิษฐ์นั้นสอดคล้องกับทั้งภาษาและวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Bloomberg

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564

แพลตฟอร์มการวินิจฉัยโรคแบบเคลื่อนย้ายได้ "Lab-on-a-chip" สามารถทดสอบโควิด-19 ให้หลายสิบคนได้อย่างรวดเร็ว

virus-molecule
ภาพจาก UT News

ต้นแบบแพลตฟอร์มการวินิจฉัยโรคแบบเคลื่อนย้ายได้ที่สร้างโดยวิศวกรของ University of Texas at Austin (UTA) และ Omega Optics ซึ่งเป็นบริษัทที่แตกตัวออกมา สามารถช่วยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงโรคอื่นๆ ที่ยากต่อการตรวจพบ นักวิจัยกล่าวว่าแพลตฟอร์ม "lab-on-a-chip" สามารถตรวจจับความเข้มข้นของไวรัสที่มีเพียงเล็กน้อยจากตัวตัวอย่างได้ และสามารถทดสอบผู้ป่วยหลายสิบหรือหลายร้อยคนได้เร็วกว่า และมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเทคนิคปัจจุบัน ระบบนี้มีราคาไม่แพงในการผลิต และการพึ่งพาชิปซิลิกอนทำให้สามารถปรับขยายได้ง่าย Ray Chen แห่ง UTA กล่าวว่า "แทนที่จะต้องพาคนไปโรงพยาบาล ซึ่งไม่สามารถทำได้เสมอไปในพื้นที่ห่างไกล เราสามารถนำโรงพยาบาลไปหาผู้คนได้"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UT News

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564

นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์สร้างระบบค้นข้อมูลที่จะจำกัดข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับ COVID-19

covid19-news-on-phone
ภาพจาก University of Waterloo News (Canada)

ระบบที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ University of Waterloo ของแคนาดา ประสบความสำเร็จในการเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือขึ้น 80% ในการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และหัวข้อด้านสุขภาพอื่น ๆ  Ronak Pradeep จาก Waterloo กล่าวว่า "ระบบค้นหาส่วนใหญ่ได้รับการฝึกบนข้อมูลที่ได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นพวกมันจึงไม่รู้วิธีแยกความแตกต่างระหว่างบทความที่ส่งเสริมการดื่มสารฟอกขาวเพื่อป้องกัน COVID-19 ซึ่งตรงข้ามกับข้อมูลด้านสุขภาพที่แท้จริง เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ผู้คนเห็นบทความที่ถูกต้อง และรับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในภาพรวมเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น COVID"  

อ่านข่าวเต็มได้ที่: University of Waterloo News (Canada)

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564

จำนวนจินตภาพช่วยป้องกัน AI จากภัยคุกคามที่ร้ายแรง

wavy-data-plot
ภาพจาก Duke University Pratt School of Engineering

วิศวกรคอมพิวเตอร์ที่ Duke University ได้แสดงให้เห็นว่าตัวเลขที่มีทั้งส่วนจำนวนจริง และจำนวนจินตภาพ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความมั่นคงให้กับอัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI จากภัยคุกคาม ในขณะที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพไว้ได้  การรวมชั้นค่าจำนวนเชิงซ้อนเพียงสองชั้น จากการฝึกในหลักร้อยครั้งก็สามาถให้การป้องกันที่เพียงพอได้ ตัวอย่างเช่น การใช้จำนวนเชิงซ้อนที่มีจำนวนจินตภาพสามารถปลูกฝังความยืดหยุ่นเพิ่มเติม เพื่อใช้ปรับพารามิเตอร์ภายในของโครงข่ายประสาทเทียมที่ได้รับการฝึกฝนบนชุดข้อมูลภาพได้ Eric Yeats แห่ง Duke กล่าวว่า "โครงข่ายประสาทเทียมที่มีค่าจำนวนเชิงซ้อนมีศักยภาพในการสำรวจภูมิประเทศที่ 'ลดหลั่นกันเป็นขั้นบันได' หรือ 'ที่ราบสูง' ได้มากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงระดับความสูง ทำให้โครงข่ายประสาทเทียมสัมผัสได้ถึงความซับซ้อนที่มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะสามารถระบุวัตถุได้ด้วยความแม่นยำมากขึ้นด้วย"  วิธีนี้ช่วยให้เครือข่ายประสาทเทียมที่ใช้ปรับความลาดเอียงโดยใช้จำนวนเชิงซ้อน สามารถแก้ปัญหาได้เร็วพอ ๆ กับระบบที่ไม่มีการรักษาความมั่นคงเป็นพิเศษ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Duke University Pratt School of Engineering

วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564

AI ใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์โรคหัวใจในขณะที่อธิบายคำวินิจฉัย

health-monitor
Photo by Jair Lázaro on Unsplash

นักวิทยาศาสตร์จาก University of California, San Francisco และ University of California, Berkeley ได้ออกแบบอัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI ที่วินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจและให้ความเห็นผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจในขณะที่อธิบายเหตุผลประกอบด้วย นักวิจัยได้ฝึกอบรมโครงข่ายประสาทเทียมเกี่ยวกับข้อมูลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่เข้าถึงได้ทั่วไป นักวิจัยกล่าวว่าอัลกอริธึมทำงานได้อย่างเข้มแข็งในการวินิจฉัยที่แตกต่างกัน 38 รายการใน 5 หมวดการวินิจฉัยกว้าง ๆ เนื่องจากนักวิจัยได้รวม "การอธิบาย" ไว้ในอัลกอริธึม มันจึงเน้นส่วนที่สำคัญของ ECG สำหรับการวินิจฉัยแต่ละครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มความมั่นใจของแพทย์ในการใช้งาน นักวิจัยกล่าวว่าผลลัพธ์ของพวกเขา “ให้การสนับสนุนที่แข็งแรงต่ออัลกอริธึม AI เช่น โครงข่ายประสาทเทียม ในการรวมเข้ากับอัลกอริธึม ECG เชิงพาณิชย์ที่มีอยู่ เนื่องจากพวกมันทำงานได้ดีกว่าสำหรับการวินิจฉัยในหลาย ๆ กรณี สามารถปรับปรุงได้ตลอดเวลา และให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมผ่านความสามารถในการอธิบาย”

อ่านข่าวเต็มได้ที่:  University of California, San Francisco News

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

จีนมุ่งไปที่อัลกอรึทึมในการพยายามที่จะควบคุมเทคโนโลยี

computer-code
ภาพจาก Reuters

The Cyberspace Administration of China ได้ออกร่างกฏเกณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทพัฒนาตัวแบบอัลกอริธึมที่กระตุ้นให้ผู้ใช้ใช้จ่ายเงินจำนวนมาก หรือใช้เงินในลักษณะที่อาจขัดขวางความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสาธารณะ  กฎฉบับร่างจะช่วยให้ทางการจีนตรวจสอบอัลกอริธึม และขอให้แก้ไขหากเห็นว่าจำเป็น กฎดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดบางแห่งในประเทศจีน รวมถึงกลุ่มอาลีบาบา (Alibaba) Kendra Schaefer จาก Trivium China กล่าวว่า "นโยบายนี้นับเป็นช่วงเวลาที่กฎระเบียบด้านเทคโนโลยีของจีนไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านข้อมูลในสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ยังไปไกลกว่านั้น" 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Reuters

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2564

การทดสอบจริงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการช่วยชีวิตของโดรนเครื่องกระตุ้นหัวใจ

drone
ภาพจาก New Atlas

ทีมนักวิจัยชาวสวีเดนได้ติดตั้งโดรนทางอากาศที่ติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจอัตโนมัติ (automated external defibrillator) หรือ AED ให้กับผู้ป่วยโรคหัวใจวายเป็นครั้งแรก นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Karolinska Institutet (KI) ของสวีเดนเคยทำการจำลองเพื่อพิสูจน์ว่าโดรนสามารถส่งเครื่องกระตุ้นหัวใจได้เร็วกว่ารถพยาบาลถึงสี่เท่า ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า โดรนขนส่งอุปกรณ์ช่วยชีวิตไปยังจุดที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นในช่วงสี่เดือนของปีที่แล้ว โดรนถูกนำไปใช้ใน 12 จาก 53 ครั้งที่มีการแจ้งเตือนภาวะหัวใจหยุดเต้นที่น่าสงสัย โดยมีการบันทึกการมาถึงของ AED ที่สำเร็จ 11 ครั้ง โดรนเดินทางโดยเฉลี่ย 3.1 กิโลเมตร (2 ไมล์) และมาถึงก่อนรถพยาบาลเจ็ดครั้ง แม้ว่าจะไม่มีใครใช้มันก่อนที่รถพยาบาลมาถึงก็ตาม Sofia Schierbeck จาก KI กล่าวว่า "การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่ามันเป็นไปได้ที่จะใช้โดรนขนส่งเครื่องกระตุ้นหัวใจได้อย่างปลอดภัยและถึงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในสถานการณ์ฉุกเฉินในชีวิตจริง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: New Atlas

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2564

ระบบความมั่นคงของบ้านอัจฉริยะที่ได้รับความนิยมสามารถถูกสั่งให้หยุดทำงานได้จากระยะไกล

motion-sensor
ภาพจาก TechCrunch

นักวิจัยจาก Rapid7 บริษัทความมั่นคงทางไซเบอร์ พบช่องโหว่ที่สามารถใช้เพื่อหยุดระบบความมั่นคงภายในบ้านอัจฉริยะ Fortress S03 จากระยะไกล ระบบที่ใช้ Wi-Fi ช่วยให้เจ้าของสามารถตรวจตราบ้านของพวกเขาด้วยแอปพลิเคชันมือถือผ่านกล้องที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และไซเรน และสั่งให้ทำงานหรือหยุดทำงานด้วยปุ่มกดที่ควบคุมด้วยวิทยุ นักวิจัยกล่าวว่าแฮกเกอร์สามารถสืบค้นส่วนต่อประสานการเขียนโปรแกรม (application program interface) ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์จากระยะไกล โดยไม่ต้องให้เซิร์ฟเวอร์ตรวจสอบความถูกต้องของการร้องขอ เซิร์ฟเวอร์จะส่งคืนหมายเลขประจำตัวอุปกรณ์เคลื่อนที่ระหว่างประเทศ (International Mobile Equipment Identity) หรือ IMEI ของอุปกรณ์ ซึ่งสามารถใช้เพื่อหยุดการรักษาความมั่นคงของระบบ ยิ่งไปกว่านั้นการสกัดขโมยสัญญาณวิทยุที่ไม่ได้เข้ารหัสระหว่าง S03 และปุ่มกดบนวิทยุ ทำให้สัญญาณสั่ง "ปิด" และ "เปิด" ความมั่นคงระบบ  ถูกจับและถูกสั่งให้เล่นซ้ำได้ Rapid7 แจ้งข้อบกพร่องแก่ Fortress จากนั้นจึงเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อบริษัทไม่ตอบสนองหลังจากผ่านไปแล้วสามเดือน สำนักงานกฎหมายที่เป็นตัวแทนของ Fortress เรียกคำกล่าวอ้างของช่องโหว่ในระบบ S03 ว่า "ไม่จริง เป็นการทำให้เข้าใจผิดโดยจงใจ และทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง" โดยไม่ระบุว่าเหตุใดจึงไม่จริง หรือ Fortress ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว

อ่านข่าวเต็มได้ที่: TechCrunch

วันศุกร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564

AI บอกได้อย่างแม่นยำว่าขยะนี้รีไซเคิลได้หรือไม่แค่เหลือบมอง

plastic-waste
ภาพจาก New Scientist

โครงข่ายประสาทเทียมที่ได้รับการฝึกฝนโดยชุดข้อมูลของรูปภาพ ใช้เว็บแคมทั่ว ๆ ไปเพื่อแยกแยะขยะที่รีไซเคิลได้ออกจากขยะที่รีไซเคิลไม่ได้โดยมีความแม่นยำมากกว่า 95% Ryan Grammenos และ Youpeng Yu จาก University College London แห่งสหราชอาณาจักร ได้ออกแบบเครือข่ายเพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างรูปลักษณ์ของวัตถุกับวัสดุที่เป็นส่วนประกอบ นักวิจัยใช้เทคนิคพิเศษ เช่นการตีความวัตถุที่ผิดรูปหรือผิดรูปร่าง เพื่อปรับปรุงความสามารถในการจำแนกประเภทของซอฟต์แวร์ Serge Belongie จาก University of Copenhagen ของเดนมาร์กกล่าวว่า "นักวิจัยด้านคอมพิวเตอร์วิชัน (computer vision) มักพูดถึงความท้าทายในการจำแนก 'จากของที่อยู่รวมกัน (int-the-wild)' และการจำแนกประเภทขยะเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของเรื่องนี้ การศึกษานี้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจโดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และฉันเห็นว่าเทคโนโลยีประเภทนี้จะได้รับความสนใจในการนำไปใช้งานในที่สาธารณะได้อย่างหลากหลาย"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: New Scientist

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564

คลังข้อมูลดิจิทัลที่ควรจะเป็นที่เก็บอย่างถาวรดูเหมือนว่าจะสูญหายบนเว็บ

cloud-storage
ภาพจาก New Scientist

Michael Nelson แห่ง Old Dominion University (ODU) และเพื่อนร่วมงานพบว่าคลังข้อมูลดิจิทัลบนเว็บที่ควรจะเก็บอย่างถาวรอาจสูญหายได้ ทีมงานใช้โปรแกรมรวบรวมข้อมูลเว็บระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2017 ถึงมกราคม 2019 เพื่อเข้าถึงหน้าเว็บ 16,627 หน้า ที่เก็บรักษาไว้โดยผู้ให้บริการ 17 แห่ง ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางส่วนจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งอินเทอร์เน็ต มี URI 4 ตัวของข้อมูลที่เก็บไว้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อความสามารถของโปรแกรมรวบรวมข้อมูลในการค้นหาหน้าที่เก็บไว้ ข้อมูลทั้ง 4 เก็บหน้าเว็บเพจ 1,981 หน้า ซึ่งมี 537 หน้าได้รับผลกระทบ รวมถึง 20 รายการที่เข้าถึงไม่ได้เลย Michael Nelson แห่ง ODU กล่าวว่า "ความสามารถในการเข้าถึงเอกสารสำคัญ และการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์และความถูกต้องของเอกสารสำคัญเหล่านั้น เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับเราและสมาชิกของเรา ซึ่งคลังข้อมูลของเว็บก็ไม่มีข้อยกเว้น"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: New Scientist


วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564

ซอฟต์แวร์ตรวจจับทารกในกล้องดิจิทัลเป็นคู่แข่งกับเครื่อง ECG ได้

baby-in-hospital-bed
ภาพจาก University of South Australia

นักวิทยาศาสตร์จาก University of South Australia (UniSA) ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ตรวจจับทารกที่ใช้คอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) ซึ่งจะตรวจจับใบหน้าของทารกโดยอัตโนมัติบนเตียงในโรงพยาบาลและตรวจสุขภาพจากระยะไกลด้วยกล้องดิจิตอล ซึ่งการตรวจสัญญาณชีพนั้นมีความแม่นยำเทียบได้กับการใช้เครื่อง ECG Javaan Chahl ของ UniSA กล่าวว่าหลอด และอุปกรณ์อื่น ๆ อาจขัดขวางคอมพิวเตอร์จากการจดจำทารก แต่ระบบได้รับการฝึกฝนโดยใช้วิดีโอของทารกในหออภิบาลทารกแรกเกิด เพื่อระบุสีผิวและใบหน้าของพวกเขาได้อย่างน่าเชื่อถือ กล้องความละเอียดสูงบันทึกทารกในขณะที่เทคนิคการประมวลผลสัญญาณขั้นสูงคัดแยกข้อมูลทางสรีรวิทยาที่มีความสำคัญต่อสัญญาณชีพของทารก  Kim Gibson แห่ง UniSA กล่าวว่าการใช้โครงข่ายประสาทเทียมเพื่อตรวจจับใบหน้าของทารก ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบแบบไม่ต้องใช้การสัมผัส

อ่านข่าวเต็มได้ที่: University of South Australia

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564

หุ่นยนต์เหล่านี้ย้ายโซฟาได้แล้ว

two-arm-robotos
ภาพจาก UC News

วิศวกรของ University of Cincinnati (UC)  ได้สอนหุ่นยนต์สองตัวให้ช่วยกันย้ายโซฟา โดยที่ไม่ต้องมีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งกำกับอีกตัวหนึ่ง หุ่นยนต์ใช้เจเนติกฟัซซีโลจิก (genetic fuzzy logic)  ซึ่งเลียนแบบการใช้เหตุผลของมนุษย์ โดยแทนที่ระดับของความถูกต้องหรือความไม่ถูกต้องเป็นการจำแนกไบนารีอย่างง่าย (ใช่-ไม่ใช่) ในขณะที่เจเนติกอัลกอริธึมเรียนรู้จากผลลัพธ์ในอดีตปรับประสิทธิภาพการทำงานให้ดีที่สุด ในการจำลองการลากโซฟาเสมือนไปรอบ ๆ สิ่งกีดขวาง 2 ชิ้น และผ่านประตูแคบ หุ่นยนต์ทำงานสำเร็จ 95% ของการทดลองทั้งหมด พวกมันยังทำงานสำเร็จได้ 93% เมื่อใช้สิ่งกีดขวางสองอย่างที่มันไม่คุ้นเคย และย้ายประตูไปตำแหน่งอื่น Andrew Barth แห่ง UC กล่าวว่า "หากคุณสามารถฝึกหุ่นยนต์ให้ทำงานกึ่งอิสระโดยใช้ข้อมูลน้อยที่สุด แสดงว่าคุณทำให้ระบบของคุณแข็งแกร่งขึ้นเพื่อรับมือกับความผิดพลาด และทำให้มันสามารถทำงานเป็นกลุ่มใหญ่ร่วมกันได้ง่ายขึ้น"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UC News


วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564

เทคโนโลยีที่จะนำ 5G ที่เร็วกว่ามาสู่บ้าน

multi-beam-mmwave-setup
เครื่องมือทดลองแยกคลื่นมิลลิมิเตอร์ (ภาพจาก UC San Diego Jacobs School of Engineering)

นักวิจัยจาก University of California, San Diego (UC San Diego) ได้พัฒนาระบบที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อ 5G นั้นทั้งเร็วสุดยอดและเชื่อถือได้ ความท้าทายที่สำคัญที่ระบบ 5G เผชิญอยู่คือการเชื่อมต่อสามารถถูกขัดขวางได้หากมีสิ่งกีดขวางขวางทางการส่งผ่านคลื่นที่เหมือนเลเซอร์ในระดับมิลลิเมตรระหว่างสถานีฐานกับเครื่องรับ ระบบใหม่เอาชนะความท้าทายนี้ด้วยการแยกคลื่นมิลลิเมตรเดียวออกเป็นหลายเส้นซึ่งใช้เส้นทางที่ต่างกันจากสถานีฐานไปยังเครื่องรับ นักวิจัยได้พัฒนาอัลกอริธึมที่สั่งให้สถานีฐานแยกลำแสงออกเป็นหลายเส้นทาง เรียนรู้เส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในสภาพแวดล้อมที่กำหนด และปรับมุม เฟส และกำลังของแต่ละลำแสงให้เหมาะสม Dinesh Bharadia แห่ง UC San Diego กล่าวว่า "ระบบหลายลำแสงของเราให้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น ในขณะที่ใช้พลังงานรวมในปริมาณที่เท่ากันกับระบบลำแสงเดียว"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UC San Diego Jacobs School of Engineering

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

PhonoGraft อุปกรณ์ฟื้นฟูแก้วหูของฮาร์วาร์ดเข้าสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์

ear-drums-implant
ภาพจาก Wyss Institute at Harvard

อุปกรณ์ฟื้นฟูการได้ยินทางชีวภาพที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก Harvard University ได้เข้าสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์แล้ว อุปกรณ์นี้รู้จักกันในชื่อ PhonoGraft  ซึ่งเป็นส่วนต่อเติมที่เข้ากันได้ทางชีวภาพที่ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยใช้ระบบหมึกแบบโพลีเมอร์สังเคราะห์ อุปกรณ์นี้ที่สามารถจำลองโครงสร้างและคุณสมบัติด้านเสียงของแก้วหูได้  อุปกรณ์นี้สามารถถูกปลูกถ่ายเพื่อซ่อมแซมแก้วหูที่เสียหาย ช่วยกระตุ้นคุณสมบัติการรักษาตัวเองของเนื้อเยื่อแก้วหู ขณะนี้นักวิจัยกำลังรอการอนุมัติสำหรับอุปกรณ์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Wyss Institute at Harvard


วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564

เครื่องมือทำเหมืองข้อมูลต่อสู้กับข้อมูลผิดเกี่ยวกับ COVID-19 เพื่อระบุอาการ

google-trends
ภาพจาก UC Riverside News

นักวิจัยจาก University of California, Riverside (UCR) และ University of Texas Rio Grande Valley ได้พัฒนาอัลกอริธึมที่ระบุอาการ COVID-19 ที่ไม่เป็นเอกลักษณ์ 3 อาการ ซึ่งแตกต่างจากอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ อัลกอริทึมได้ขุดข้อมูล Google Trends ของปี 2019 และ 2020 โดยใช้การวิเคราะห์การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นลบ (nonnegative discriminative analysis) ที่เขาเรียกว่า DNA เพื่อหาคำหลักที่ไม่ซ้ำกันในชุดข้อมูลหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกชุดหนึ่ง Jia Chen จาก UCR กล่าวว่า "เราคิดว่าการค้นหาอาการในปี 2019 จะนำไปสู่โรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ในขณะที่การค้นหาอาการเดียวกันในปี 2020 อาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 โดยการใช้  DNA เราสามารถหาความแตกต่างกันในชุดข้อมูลสองชุดได้ ซึ่งสิ่งที่ปรากฏออกมาก็คือคำที่ใช้กันในหมู่แพทย์ ซึ่งก็พิสูจน์ว่าวิธีของเราได้ผล"  Jia Chen จาก UCR ยังอธิบายอัลกอริทึมว่าง่ายต่อการรวมเข้ากับเครื่องมือที่อาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจสอบโรคอื่น ๆ และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของโรค

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UC Riverside News


วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564

นักวิจัยสอน AI ให้เห็นความลึกในภาพถ่าย ภาพวาด

sample-images
ภาพจาก SFU

นักวิจัยจาก Simon Fraser University (SFU) ในแคนาดาและ Adobe Research ใช้กระบวนการที่เรียกว่าการประมาณความลึกด้วยตาข้างเดียว เพื่อสอนปัญญาประดิษฐ์ในการระบุความลึกจากภาพถ่ายเดียว Sebastian Dille จาก SFU กล่าวว่า "เราวิเคราะห์ภาพและปรับกระบวนการของเราให้เหมาะสม โดยดูที่เนื้อหาภาพตามข้อจำกัดของสถาปัตยกรรมปัจจุบัน เราให้ป้อนภาพเข้าเครือข่ายในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่ตัวแบบจะทำได้ ในขณะที่รักษารูปทรงที่สมจริงเอาไว้" Yagiz Aksoy แห่ง SFU กล่าวเสริมว่า "ด้วยแผนที่ความลึกที่มีความละเอียดสูงที่เราสามารถหาได้สำหรับภาพถ่าย ศิลปินและผู้สร้างเนื้อหาสามารถถ่ายโอนภาพถ่ายหรืองานศิลปะของพวกเขาไปยังโลก 3 มิติ (สามมิติ) ที่สมบูรณ์ได้ทันที"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Simon Fraser University (Canada)