วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วันปิดฤดูกาล 2025-2026

ผมวางแผนว่าจะโพสต์ให้ได้ทุกวันอาทิตย์ตลอดฤดูกาลนี้  แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะยุ่งสุด ๆ จนหาเวลาไม่ได้ และอีกอย่างถึงหาเวลาได้ ก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะโพสต์ครับ จากฟอร์มโดยรวมของทีมในฤดูกาลนี้ 

เราเริ่มพรีซีซันด้วยความหวัง เราได้นักเตะที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้ ด้วยการทุ่มทุนอย่างที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนจาก FSG แต่สุดท้ายเรากำลังจะปิดฤดูกาลด้วยการต้องลุ้นชนะนัดสุดท้ายเพื่อการันตีที่ 5 หรืออาจจะได้ที่ 4 ขึ้นกับวิลล่าต้องแพ้ด้วย และเราจบอันดับต่ำกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่างแมนยูไนเต็ด ซึ่งฤดูกาลที่แล้วน่าจะอยู่สักอันดับ 15 มีแต้มห่างจากเราราว 40 แต้มได้ และตอนเริ่มต้นฤดูกาลก็ทำท่าจะแย่ด้วย ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังแน่ ๆ จากทีมแชมป์เก่า และทีมที่ทุ่มเงินในตลาดนักเตะซื้อสตาร์เข้ามามากมาย นอกจากนี้เรากำลังจะสูญเสียตำนานออกไปอีกสองคนคือ โรเบิร์ตสันกับซาลาห์ ซึ่งกรณีของซาลาห์ เขาต่อสัญญาออกไปกับเรา 2 ปี แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะไป มันต้องมีปัญหาอะไรแน่ ๆ 


Fars Media Corporation, CC BY 4.0 <https://creativecommons.org/licenses/by/4.0>, via Wikimedia Commons

เอาจริง ๆ ซิตี้ก็ไม่ได้แกร่งเหมือนเก่า อาร์เซนอลที่กุนซือแซะเราปีที่แล้วว่าเป็นแชมป์ได้แต้มน้อย (แต่ปีนี้เขาเป็นแชมป์ถ้าชนะนัดสุดท้ายก็ได้มากกว่าเราแต้มเดียว ถ้าไม่ชนะก็น้อยกว่าเราอีก) จริง ๆ ด้วยการเสริมทีมเข้ามาเราควรจะลุ้นได้มากกว่านี้ จริง ๆ ไม่ควรจบต่ำกว่าที่สองด้วยซ้ำ แล้วปัญหามันเกิดจากอะไร 

ส่วนตัวมองว่าฟอร์มของทีมเริ่มไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วแล้ว คือเราเล่นช้าลง คอนโทรลมากขึ้น แต่ก็ยังคงใช้การเพรซซิ่งเหมือนยุคคลอปป์อยู่ ซึ่งมันได้ผลดี ทำให้หลายคนยังยอมรับได้ ถีงจะเริ่มบ่นว่าดูสนุกน้อยลง แต่ก็ยังเป็นลิเวอร์พูลที่คุ้นเคย เหมือนกับเปลี่ยนจาก Rock จ๋า ๆ มาเป็น Pop Rock อะไรประมาณนี้ ซึ่งมันทำให้ทีมนำค่อนข้างห่าง แต่จุดเปลี่ยนจริง ๆ ที่เห็นคือหลังจากเราแพ้ PSG ตกรอบ ทีมดูเล่นช้าลงไปอีก ดูเหมือนอาร์เน่อจะเริ่มคิดมาก และเริ่มพยายามเปลี่ยนลิเวอร์พูล แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีขึ้น  เราสียแต้มในลีกอย่างไม่ควรเสียมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นแต้มยังไม่ขาดนะครับ แต่ด้วยความที่ต้นฤดูกาลนำมาเยอะ และซิตี้ก็มีปัญหา ทำให้เรายังคงได้แชมป์  และพอได้แชมป์ มันก็เลยไม่มีใครพูดถึงจุดนี้ 

แต่พอเริ่มฤดูกาลนี้ เราเปิดหัวด้วยการชนะติดกัน 5 นัด แต่ผมคิดว่าแฟนบอลหลายคนเริ่มเห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่ทีมที่เรารู้จัก เราเล่นช้าน่าเบื่อ กองกลางเก็บบอลจังหวะสองสู้คู่แข่งไม่ได้ กองกลางโล่งจนคู่แข่งโต้กลับมาถึงหน้าประตู ส่วนกองกลางอย่างเวียร์ซ ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเรื่องเจอการเล่นหลัก ๆ ในลีก 

กองหลังก็ไม่แน่นเหมือนเดิม ถ้าไม่ได้ประตูทั้งสองคนคือทั้งอลิซอน กับมามาดาชวิลลี ช่วยกันเซฟไว้เราน่าจะโดนเยอะกว่านี้ นี่ขนาดนี้เรายังเสียประตูในลีกไปแล้ว 52 ลูก พูดถึงมามาดาชวิลลี ถึงเขาจะออกบอลด้วยเท้าได้แย่มาก และเป็นเหตุให้เราสียประตูสักสามสี่ลูกได้ ก็ต้องบอกว่ามีจังหวะช่วยเซฟเยอะอยู่นะ แต่ถ้าถามว่าจะเป็นตัวแทนที่ไว้ใจได้ของอลิซอนไหม ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่เชื่อมั่นเลย 

ส่วนกองหน้าซาลาห์ก็ฟอร์มตกไปเยอะ กักโปไม่ต้องพูดถึง และกองหน้าราคาแพงที่ซื้อเข้ามาก็มีอิกิติเก้ที่พอจะปรับตัวได้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ฟิต ดูเปราะเจ็บง่าย สุดท้ายก็ต้องพักยาวไปเลย ส่วนอิซัคก็มีปัญหางอแงกับทีมเดิมจนไม่เคยฟิตพอเลย และยังมาโชคร้ายโดนเสียบหนักจนเจ็บยาวไปอีก เราขายคนที่ไม่ควรขายอย่างดิอาซไป เพราะไม่อยากเพิ่มค่าแรงให้เขา เป็นอะไรที่บ้าบอมาก จริง ๆ ได้อิกิติเก้มาแล้ว ไม่ต้องซื้ออิซัค เพิ่มค่าแรงให้ดิอาซ  เก็บณูนเยสไว้ช่วยไล่แย่งบอล และเขาก็เล่นเข้าจังหวะกับซาลาห์อยู่แล้วด้วย จังหวะเข้าทำน่าจะดีกว่านี้ 

ความจริงก็เริ่มปรากฏเมื่อหลังจากนั้นในลีก 10 นัดถัดมา เราแทบไม่ชนะใครเลย แพ้เยอะมาก โดนยิงก่อนคือรับประกันว่าแพ้ โดนยิงนาทีบาปเป็นประจำ คือทีมเหมือนขาดความมั่นใจ แต่ไปเล่นใน UCL เจอทีมที่ไม่เล่นหนักหรืออุดเหมือนในลีกก็ทำได้ดีเป็นบางนัด แต่นัดที่แพ้ทีมจากฮอลแลนด์หมดรูปนี่ก็ดูไม่จืดเหมือนกัน ถึงใน UCL ยังจบหนึ่งใน 8 ไม่ต้องเพลย์ออฟ แต่ในลีกแย่มาก ทำท่าเหมือนจะกลับมา แต่ก็เต็มที่ชนะติดกันได้สุงสุดสามนัด ด้วยรูปเกมที่ไม่ดี ช้าน่าเบื่อ ไม่รู้เล่นบอลรูปแบบไหน บอกตามตรงดูลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ ผมเปิดคอมทำงาน หรือทำอย่างอื่นไปด้วย เอาจริง ๆ หลาย ๆ ครั้งอยากแค่เปิด livescore มาดูผลก็พอ 

ความน่ากลัวไม่ใช่ทีมแพ้ คือถ้าเล่นมีรูปทรงแล้วมันดวงแตกจริง ๆ แพ้ได้ แต่เล่นไม่มีทรง และเสียเอกลักษณ์ของทีมไปเรื่อย ๆ ตลอดฤดูกาลที่ผ่านไปนี่มันไม่ใช่ ซึ่งคนรับผิดชอบหลักก็คงไม่พ้นอาร์เนอ สล็อต จะอ้างว่านักเตะต้องปรับตัว นักเตะเจ็บ แต่ประเด็นคือคุณมีทั้งฤดูกาล คุณยังหาทรงทีมไม่เจอเลย หลายคนบอกว่าให้เวลาคลอปป์สร้างทีมตั้งเยอะทำไมไม่อดทนกับอาร์เนอ คำตอบคือทรงบอลของคลอปป์ชัดเจนตั้งแต่แรก และถ้าไม่โชคร้าย เขาน่าจะพาทีมความแชมป์อย่างน้อยลีกคัพ ตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรกที่เขามาคุมด้วยซ้ำ คือทรงบอลมันชัดแล้วเขาก็เติมเต็มเข้ามาเรื่อย ๆ ได้มาเน่ ซาลาห์ ไวนัลดุม จนสุดท้ายจิ๊กซอว์ที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวคือฟานไดจ์ กับอลิซอน คือคุณต้องมีระบบของคุณก่อน แล้วก็ดูว่ายังขาดตรงไหนที่จะทำให้ระบบคุณดีขึ้น แต่นี่ทั้งฤดูกาล ระบบคุณคืออะไร จนแฟนบอลแซวกันว่าจ่ายบอลเป็นรูปตัว U  ระบบที่คลอปป์วางไว้ ฤดูกาลที่แล้วก็ใช้ได้อยู่ จะมาเปลี่ยนมากมายทำไม

จะโทษอาร์เนอคนเดียวก็ไม่ได้ ทีมหลังบ้านอย่างริชาร์ด ฮิวจ์ ก็ต้องโดน อันแรกเลยคือเกฮี เท่าที่จำได้ เป็นชื่อแรกเลยที่บอกนักเตะตกลงสัญญาส่วนตัวเรียบร้อย แต่เป็นบ้าอะไรไม่รู้ ไม่รีบเซ็น ยิ่งไปกว่านั้น พอยังเซ็นไม่ได้ดันรีบขายควอนซาห์ออกไปอีก อีกคนที่ไม่ควรขายคือดิอาซ อันนี้เท่าที่ตามข่าว อาร์เนอก็ขอไม่ให้ขาย แต่พี่แกก็จะขาย มองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก คือกะเอาอิซัคมั้ง ทั้งที่จริงได้เอกิติเก้มาแล้ว ตำแหน่งมันทับกันไหม เอาจริง ๆ เก็บดิอาซ กับณูนเยสไว้น่าจะดีกว่า อย่างที่พูดมาแล้ว อีกคนที่น่าสงสารคือเอเลียต เอาจริง ๆ ถ้าวิลล่าจะไม่ซื้อ เอากลับมาให้โอกาสเขาเป็นตัวหมุนน่าจะดีกว่า แต่อันนี้ไม่รู้อาร์เน่อไม่เอาเองด้วยหรือเปล่า 



ภาพโดย Timmy96, CC0, via Wikimedia Commons

แต่สรุปคนรับผิดชอบหลัก ๆ ก็คืออาร์เนอ เอาจริง ๆ กองกลางของเรานี่น่าจะเป็นขุมกำลังที่มีนักเตะเจ็บน้อยที่สุดแล้ว แม็คอัลลิสเตอร์อาจจะฟอร์มตก แต่คนที่เหลือก็ยังเล่นได้ ดังนั้นมันควรจะปรับจูนได้ดีที่สุด แต่ทั้งฤดูกาลกองกลางเราสู้ใครแทบไม่ได้เลย แล้วมันก็เป็นปัญหาที่นำมาสู่การเสียประตู แค่ตัดบอลได้แทงบอลทีทะลุมาถึงหลังเลย แล้วหลังเราก็ขยันแจกโชค 

ดังนั้นอาร์เนอจะมาเรียกร้องขอเวลา สัญญาว่าฤดูกาลหน้าซื้ออีกคนสองคนกลับมาแน่ มันก็เลยทำให้คนไม่เชื่อ คือถ้าคุณทำบอลมีทรง แล้วทุกคนเห็นว่าเออมันเป็นเพราะมีคนเจ็บจริง ๆ นะที่ทำให้เป็นแบบนี้ เหมือนที่คลอปป์เคยเจอ แฟนบอลก็คงไม่โห่ไล่หรอก แฟนบอลลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์น่าจะเป็นแฟนบอลที่อดทนที่สุดแล้ว การที่คุณโดนโห่มันก็คงต้องพิจารณาตัวเอง 

ส่วนตัวไม่เชื่ออาร์เนอ คนที่อยากได้อย่างอลอนโซ่ ตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว ส่วนอาริโอลาของบอร์มัธ ก็เฉย ๆ นะ กลัวเป็นเหมือนร็อดเจอร์ แต่ถ้าต้องลองกันสักตั้งก็กัดฟันว่าเอานะ คือความเชื่อในตัวอาร์เนอมันไม่มีแล้ว และยิ่งฟังการสัมภาษณ์ยิ่งแล้วไปใหญ่ ดังนั้นถ้าจะต้องเริ่มต้นใหม่ก็ขอเริ่มกับคนใหม่แล้วกัน ถ้าได้เบอร์ใหญ่อย่างหลุยส์ เอนริเก้ นี่จะเซอร์ไพรส์มาก 

ถ้ากลับมาในโลกของความจริง เราคงต้องเริ่มต้นกับอาร์เนอในฤดูกาลหน้าแหละ แต่จะได้อยู่ไปจนจบไหม และลิเวอร์พูลจะเป็นยังไงก็ต้องไปลุ้นกัน ถ้าเขาพาทีมไปไม่รอดเราจะได้คนที่สามารถชุบชีวิตทีมได้เหมือนคลอปป์ไหม หรือจะวนลูปเหมือนแมนยูเปลี่ยนคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ยังไงก็หวังว่าอย่าให้ได้เลวร้ายจนต้องมาหนีตกชั้นเหมือนสเปอร์ในฤดูกาลนี้เลยนะ   

ถ้าจะต้องเริ่มฤดูกาลหน้าด้วยอาร์เนอหรือใครก็ตาม สิ่งที่ปรารถนาสูงสุดคือ ขอให้พาลิเวอร์พูลกลับมาเป็นทีมเดิม ที่วิ่งไล่บดบี้คู่แข่ง คิดเร็วทำเร็ว กลายเป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับทุกทีม กลับมาเป็นแชมป์ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ลุ้นไปจนจบฤดูกาล และถ้าคนที่ทำได้เป็นอาร์เนอ ผมจะมาเขียนบทความขอโทษที่ไม่เชื่อใจ...  

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

ชิปที่ทำงานตลอดเวลา ตรวจจับใบหน้าได้ในเวลาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที

Closed-Up-Face
ภาพจาก IEEE Spectrum โดย Katherine Bourzac

ทีมนักวิจัยจาก Nvidia ได้พัฒนาระบบ Computer Vision แบบเปิดใช้งานตลอดเวลา (Always-on) ที่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ โดยมีความสามารถในการตรวจจับใบหน้ามนุษย์ได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 มิลลิวินาที

ชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แล็ปท็อป ยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous vehicles) และหุ่นยนต์ โดยสามารถลดการใช้พลังงานลงได้อย่างมหาศาลผ่านแนวทางที่เรียกว่า “Race to sleep” ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วแล้วรีบตัดเข้าสู่โหมดพักการทำงานทันที

ในขณะที่ระบบประมวลผลภาพทั่วไปมักต้องใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 10 วัตต์ แต่ระบบใหม่นี้ใช้กำลังไฟฟ้าน้อยกว่า 5 มิลลิวัตต์ และยังสามารถระบุส่ามีใบหน้ามนุษย์อยู่หรือไม่ได้ด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 99%

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Katherine Bourzac

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

ArXiv ประกาศความเป็นอิสระจาก Cornell

arxiv-org
ภาพจาก Science โดย Jeffrey Brainard 

ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ arXiv.org ผู้ให้บริการเผยแพร่บทความวิชาการก่อนการตีพิมพ์ (Preprint) จะเปลี่ยนสถานะเป็นบรรษัทไม่แสวงหากำไรที่เป็นอิสระ (Independent nonprofit corporation) หลังจากที่ได้รับการดูแลโดย Cornell University มานานกว่า 2 ทศวรรษ

Greg Morrisett จาก Cornell Tech ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะช่วยให้ arXiv สามารถระดมทุนได้มากขึ้นจากกลุ่มผู้บริจาคที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนจำนวนงานวิจัยในรูปแบบ Preprints ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า เงินทุนดังกล่าวจะช่วยให้ arXiv สามารถรับมือกับการเกิดขึ้นของ "slop" หรือเนื้อหาขยะที่สร้างขึ้นโดย AI ได้อีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Science โดย Jeffrey Brainard 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

เงินเดือนของบุคลากรด้านเทคโนโลยีหลักของญี่ปุ่นถูกกว่าของมาเลเซียแล้ว

Jaoan-Malaysia-Flags
ภาพจาก Nikkei Asia (Japan) โดย Tsubasa Suruga

ข้อมูลจาก Hays Specialist Recruitment Japan พบว่า อัตราเงินเดือนในตำแหน่งงานหลักด้านเทคโนโลยีของประเทศมาเลเซียได้พุ่งสูงขึ้นจนแซงหน้าตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและภาคส่วนกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของมาเลเซีย

เพดานเงินเดือนระดับสูงสุดในมาเลเซียพุ่งขึ้นไปถึง 28 ล้านเยน (ประมาณ 176,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับทั้งตำแหน่ง CTO และ IT directors ในขณะที่ตำแหน่งเดียวกันนี้ในญี่ปุ่นมีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ 26 ล้านเยน (ประมาณ 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และ 25 ล้านเยน (ประมาณ 157,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามลำดับ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Nikkei Asia (Japan) โดย Tsubasa Suruga

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

นักวิจัยค้นพบสปายแวร์ของไอโฟน

iphone
Photo by Bagus Hernawan on Unsplash

ตามรายงานการวิเคราะห์ร่วมกันจากนักวิจัยของบริษัทไซเบอร์ Lookout, บริษัทความปลอดภัยบนมือถือ iVerify และ Google ระบุว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการฝังช่องโหว่ซอฟต์แวร์ (Software exploit) ที่สามารถเจาะและขโมยข้อมูลจาก iPhones ไว้บนเว็บไซต์หลายสิบแห่งในประเทศยูเครน

นักวิจัยค้นพบมัลแวร์ชื่อ “Darksword” ซึ่งถูกส่งไปยังผู้ใช้ iPhone ที่รันระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 18.4 ถึง 18.6.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ปล่อยออกมาในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2025 ทั้งนี้ Apple ได้ออกแพตช์ (Patches) เพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่ายังมี iPhones อีกประมาณ 220 ล้านถึง 270 ล้านเครื่องที่ยังคงใช้งาน iOS เวอร์ชันที่มีความเสี่ยงอยู่

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Reuters โดย A. J. Vicens