แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sarunitnews แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ sarunitnews แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

ชิปที่ทำงานตลอดเวลา ตรวจจับใบหน้าได้ในเวลาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที

Closed-Up-Face
ภาพจาก IEEE Spectrum โดย Katherine Bourzac

ทีมนักวิจัยจาก Nvidia ได้พัฒนาระบบ Computer Vision แบบเปิดใช้งานตลอดเวลา (Always-on) ที่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ โดยมีความสามารถในการตรวจจับใบหน้ามนุษย์ได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 มิลลิวินาที

ชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แล็ปท็อป ยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous vehicles) และหุ่นยนต์ โดยสามารถลดการใช้พลังงานลงได้อย่างมหาศาลผ่านแนวทางที่เรียกว่า “Race to sleep” ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วแล้วรีบตัดเข้าสู่โหมดพักการทำงานทันที

ในขณะที่ระบบประมวลผลภาพทั่วไปมักต้องใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 10 วัตต์ แต่ระบบใหม่นี้ใช้กำลังไฟฟ้าน้อยกว่า 5 มิลลิวัตต์ และยังสามารถระบุส่ามีใบหน้ามนุษย์อยู่หรือไม่ได้ด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 99%

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Katherine Bourzac

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

ArXiv ประกาศความเป็นอิสระจาก Cornell

arxiv-org
ภาพจาก Science โดย Jeffrey Brainard 

ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ arXiv.org ผู้ให้บริการเผยแพร่บทความวิชาการก่อนการตีพิมพ์ (Preprint) จะเปลี่ยนสถานะเป็นบรรษัทไม่แสวงหากำไรที่เป็นอิสระ (Independent nonprofit corporation) หลังจากที่ได้รับการดูแลโดย Cornell University มานานกว่า 2 ทศวรรษ

Greg Morrisett จาก Cornell Tech ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะช่วยให้ arXiv สามารถระดมทุนได้มากขึ้นจากกลุ่มผู้บริจาคที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนจำนวนงานวิจัยในรูปแบบ Preprints ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า เงินทุนดังกล่าวจะช่วยให้ arXiv สามารถรับมือกับการเกิดขึ้นของ "slop" หรือเนื้อหาขยะที่สร้างขึ้นโดย AI ได้อีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Science โดย Jeffrey Brainard 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

เงินเดือนของบุคลากรด้านเทคโนโลยีหลักของญี่ปุ่นถูกกว่าของมาเลเซียแล้ว

Jaoan-Malaysia-Flags
ภาพจาก Nikkei Asia (Japan) โดย Tsubasa Suruga

ข้อมูลจาก Hays Specialist Recruitment Japan พบว่า อัตราเงินเดือนในตำแหน่งงานหลักด้านเทคโนโลยีของประเทศมาเลเซียได้พุ่งสูงขึ้นจนแซงหน้าตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและภาคส่วนกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของมาเลเซีย

เพดานเงินเดือนระดับสูงสุดในมาเลเซียพุ่งขึ้นไปถึง 28 ล้านเยน (ประมาณ 176,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับทั้งตำแหน่ง CTO และ IT directors ในขณะที่ตำแหน่งเดียวกันนี้ในญี่ปุ่นมีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ 26 ล้านเยน (ประมาณ 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และ 25 ล้านเยน (ประมาณ 157,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามลำดับ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Nikkei Asia (Japan) โดย Tsubasa Suruga

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569

นักวิจัยค้นพบสปายแวร์ของไอโฟน

iphone
Photo by Bagus Hernawan on Unsplash

ตามรายงานการวิเคราะห์ร่วมกันจากนักวิจัยของบริษัทไซเบอร์ Lookout, บริษัทความปลอดภัยบนมือถือ iVerify และ Google ระบุว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการฝังช่องโหว่ซอฟต์แวร์ (Software exploit) ที่สามารถเจาะและขโมยข้อมูลจาก iPhones ไว้บนเว็บไซต์หลายสิบแห่งในประเทศยูเครน

นักวิจัยค้นพบมัลแวร์ชื่อ “Darksword” ซึ่งถูกส่งไปยังผู้ใช้ iPhone ที่รันระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 18.4 ถึง 18.6.2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ปล่อยออกมาในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2025 ทั้งนี้ Apple ได้ออกแพตช์ (Patches) เพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่ายังมี iPhones อีกประมาณ 220 ล้านถึง 270 ล้านเครื่องที่ยังคงใช้งาน iOS เวอร์ชันที่มีความเสี่ยงอยู่

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Reuters โดย A. J. Vicens

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

ผู้เล่น 'Pokémon Go' ไม่รู้ตัวว่ากำลังฝึกหุ่นยนต์ส่งของด้วยภาพกว่าสามหมื่นล้านภาพ

pokemon-go-player
ภาพจาก Popular Science โดย Mack DeGeurin

Niantic Spatial บริษัทด้าน AI ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเกม Pokémon Go ได้ประกาศความเป็นพันธมิตรกับ Coco Robotics โดยทาง Coco จะนำระบบระบุตำแหน่งด้วยภาพ (Visual Positioning System หรือ VPS) ของ Niantic มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหุ่นยนต์ส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคระยะใกล้ ในพื้นที่ที่สัญญาณ GPS ไม่เสถียร

ไฮไลท์สำคัญคือ โมเดล VPS นี้ถูกฝึกฝนด้วยรูปภาพมากกว่า 3 หมื่นล้านรูป ที่ผู้เล่นเกม Pokémon Go ถ่ายและส่งเข้ามาเพื่อแลกกับรางวัลในเกม ข้อมูลมหาศาลนี้ถูกนำมาสร้างเป็นโมเดล 3 มิติของสถานที่สำคัญต่างๆ (landmarks) ซึ่งจะช่วยให้หุ่นยนต์ส่งของของ Coco สามารถระบุตำแหน่งของตัวเองได้

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Popular Science โดย Mack DeGeurin

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

เทคโนโลยี BCI ช่วยให้ผู้พิการทางร่างกายสามารถส่งข้อความได้เร็วเหมือนความเร็วปกติ

brain-gate
ภาพจาก Scientific American โดย Tanya Lewis

ส่วนเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interface) หรือ BCI ที่พัฒนาโดยกลุ่มนักวิจัย BrainGate Consortium ช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตสามารถพิมพ์ข้อความโดยใช้เพียงความคิดได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 22 คำต่อนาที ซึ่งใกล้เคียงกับความเร็วในการพิมพ์ข้อความบนสมาร์ทโฟนโดยทั่วไป

ระบบนี้ใช้การฝังอิเล็กโทรด (implanted electrodes) เพื่อตรวจจับสัญญาณกิจกรรมของประสาทจากส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของสมอง (motor cortex) และประยุกต์ใช้ AI ในการทำนายการเคลื่อนไหวนิ้วมือที่ผู้ป่วยตั้งใจจะกดบนแป้นพิมพ์แบบ QWERTY

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมีข้อจำกัดเนื่องจากจำเป็นต้องมีการปรับจูนค่า (calibrate) ระบบ BCI ใหม่ทุกครั้งก่อนเริ่มใช้งาน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Scientific American โดย Tanya Lewis

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569

สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อโครงการแรงงานทางไกลของเกาหลีเหนือ

North-Korea
Photo by Thomas Evans on Unsplash

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury Department) ได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล 6 ราย และบริษัท 2 แห่ง ฐานให้ความช่วยเหลือแผนการของเกาหลีเหนือที่ใช้แรงงาน IT ทางไกล (remote IT workers) เพื่อหาเงินทุนสนับสนุนโครงการอาวุธ

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของเกาหลีเหนือได้ปลอมตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ที่ถูกกฎหมายในต่างประเทศ โดยมักใช้การขโมยอัตลักษณ์ (stolen identities) และปลอมแปลงเอกสาร เพื่อส่งเงินค่าจ้างกลับไปยังกรุงเปียงยาง (Pyongyang) สำหรับสนับสนุนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป

มีรายงานว่าโครงการดังกล่าวสามารถสร้างรายได้เกือบ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 เพียงปีเดียว โดยแรงงานบางส่วนยังมีการฝังมัลแวร์ (malware) เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญของบริษัทนายจ้างอีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: CBS News โดยNicole Sganga

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

เครื่องมือ AI ของสเปนติดตามคำพูดแสดงความเกลียดชังบนโซเชียลมีเดีย

hate-speech
Photo by Jon Tyson on Unsplash

Pedro Sánchez นายกรัฐมนตรีสเปน ได้เปิดตัวเครื่องมือ AI ของรัฐบาลเพื่อจัดลำดับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยพิจารณาจากปริมาณคำพูดแสดงความเกลียดชัง (hate speech) ที่แพร่กระจายอยู่ในแต่ละเว็บไซต์

ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า HODIO ซึ่งจะทำหน้าที่ติดตามวิวัฒนาการและการแพร่กระจายของเนื้อหาที่สร้างความเกลียดชังบนโซเชียลมีเดีย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

Sánchez ระบุว่า "การขยายสัญญาณโดยอัลกอริทึม" (algorithmic amplification) ของคำพูดแสดงความเกลียดชัง จะถูกกำหนดให้เป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะกดดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เกิดขึ้น

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Politico Europe โดย Milena Wälde 

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569

โรงยิมหุ่นยนต์ในเยอรมันใช้สำหรับฝึกหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์

humanoid-working
ภาพจาก Interesting Engineering โดย Georgina Jedikovska

Technical University of Munich หรือ TUM ในประเทศเยอรมนี กำลังร่วมมือกับบริษัท NEURA Robotics เพื่อดำเนินงานในศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านหุ่นยนต์ที่มีพื้นที่กว่า 25,000 ตารางฟุต

TUM RoboGym จะเป็นพื้นที่สำหรับหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ (humanoid robots) ในการเรียนรู้ภารกิจเฉพาะด้านจากมนุษย์ และทำการฝึกฝนซ้ำๆ จนชำนาญ ก่อนที่จะนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง นอกจากเป้าหมายในการสะสมข้อมูลการฝึกฝนที่มีคุณภาพสูงแล้ว RoboGym แห่งนี้ยังจะถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรมวิศวกรและนักศึกษาอีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Interesting Engineering โดย Georgina Jedikovska

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

LeCun และคณะเสนอเฟรมเวอร์กของ SAI

AI
Photo by Steve Johnson on Unsplash

ในผลงานวิจัยฉบับใหม่ Yann LeCun ผู้ได้รับรางวัล ACM A.M. Turing Award และคณะผู้วิจัย ได้นำเสนอเฟรมเวอร์กสำหรับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในอนาคตเพื่อมุ่งไปสู่ Superhuman Adaptable Intelligence (SAI) หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการปรับตัวเหนือระดับมนุษย์

เฟรมเวิร์กดังกล่าวเรียกร้องให้มีการกำหนดเป้าหมายใหม่ในการพัฒนา AI โดยมุ่งเน้นที่ ความเร็วในการปรับตัว ของระบบ AI ต่อฟังก์ชันหรือภารกิจใหม่ ๆ แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการบรรลุระดับสติปัญญาเท่าเทียมกับมนุษย์ (human-level intelligence) นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (specialization) มากกว่าการเป็นระบบที่ทำงานได้ครอบจักรวาล (generalization)

คณะผู้วิจัยวาดภาพอนาคตของ AI ว่าจะไม่ใช่โมเดลเดียวที่ทำได้ทุกอย่าง (universal model) แต่จะเป็นชุดของ ระบบที่ทำงานร่วมกัน (collaborative systems) หลาย ๆ ระบบแทน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: 36Kr (China) 

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569

Tony Hoare ผู้คิดค้นอัลกอริทึมการเรียงลำดับ Quicksort เสียชีวิตแล้วในวัย 92 ปี

Tony Hoare
ภาพจาก Wikipedia

Charles Antony ("Tony") Richard Hoare ผู้ได้รับรางวัล ACM A. M. Turing Award ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 92 ปี

Hoare เป็นที่รู้จักดีที่สุดในฐานะผู้สร้างอัลกอริทึม Quicksort ซึ่งเขาคิดค้นขึ้นในปี 1959 และยังคงเป็นหนึ่งในวิธีการจัดเรียงข้อมูลที่รวดเร็วที่สุดจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาเขาได้พัฒนา Hoare logic ซึ่งอิงตาม Hoare triple อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้เหตุผลและการตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรมอย่างเป็นทางการ (formal verification) นอกจากนี้ เขายังได้ตีพิมพ์โมเดล Communicating Sequential Processes ซึ่งเป็นแนวทางที่ภาษาโปรแกรมต่างๆ เช่น Clojure, Erlang และ Go ใช้ในการจัดการการทำงานแบบพร้อมกัน (concurrent operations)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.); Liam Proven

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

Intel สาธิตชิปประมวลผลข้อมูลที่เข้ารหัส

Intel-chip
ภาพจาก IEEE Spectrum โดย Samuel K. Moore

Intel ได้สาธิตชิปประมวลผล Heracles ซึ่งเป็นชิปสำหรับการเข้ารหัสข้อมูลแบบ Fully Homomorphic Encryption (FHE) โดยผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสามารถทำงานด้าน FHE ได้รวดเร็วกว่าซีพียูเซิร์ฟเวอร์อย่าง Intel Xeon ถึง 5,000 เท่า

ในการสาธิตแบบสด (Live Demo) ได้จำลองสถานการณ์ที่ผู้ลงคะแนนเสียงต้องการตรวจสอบว่าบัตรเลือกตั้งของตนถูกลงทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่ ชิป Heracles สามารถประมวลผลคำขอนี้ได้ภายในเวลาเพียง 14 ไมโครวินาที ในขณะที่ชิป Xeon ต้องใช้เวลาถึง 15 มิลลิวินาที

เบื้องหลังความเร็วระดับนี้เกิดจากการรันชุดคำสั่ง 3 สายงานที่ทำงานสอดประสานกัน (Synchronized streams) ไปพร้อมๆ กัน ได้แก่: การเคลื่อนย้ายข้อมูลเข้าและออกจากตัวประมวลผล การเคลื่อนย้ายข้อมูลภายในตัวชิป การคำนวณทางคณิตศาสตร์ให้เสร็จสมบูรณ์

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Samuel K. Moore

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

ระบบการพิจารณาบทความวิจัยโดยใช้ AI ปฏิเสธบทความวิจัยมากกว่าที่เคยเป็นมา

paperreview-ai
https://paperreview.ai

PaperReview.ai เครื่องมือ AI ในรูปแบบ Agentic AI ที่พัฒนาโดยทีมนักวิจัยจาก Stanford University กำลังถูกนำมาใช้เพื่อย่นระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาผลงานวิจัย (Peer Review) จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

โดยหลักการทำงานของ AI ผู้รีวิวนี้จะทำการสแกนบทความวิจัยที่ถูกส่งเข้ามา และนำไปเปรียบเทียบกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในฐานข้อมูล arXiv และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเครื่องมือนี้สามารถระบุจุดที่ขาดการอ้างอิง (Citations), ข้อโต้แย้งที่ยังมีน้ำหนักน้อย รวมถึงข้อผิดพลาดในส่วนของระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) ได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีกระแสความกังวลเกิดขึ้นเกี่ยวกับเครื่องมือดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีอัตราการปฏิเสธรับตีพิมพ์ (Rejection rates) ที่ค่อนข้างสูง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ABC Money (U.K.)

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เปิดตัวแอปสโตร์สำหรับหุ่นยนต์

robots
ภาพจาก Forbes โดย John Koetsier

OpenMind บริษัทซอฟต์แวร์ด้านโรบอติกส์ ได้เปิดตัวร้านค้าแอปพลิเคชัน (App Store) สำหรับหุ่นยนต์เป็นแห่งที่สองของโลก โดยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์รวมแอปฯ จำนวนหลายพันรายการเพื่อเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) และหุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped)

แพลตฟอร์มนี้ถูกสร้างขึ้นบนระบบปฏิบัติการแบบโมดูลาร์ OM1 ของ OpenMind ซึ่งช่วยให้เหล่านักพัฒนาสามารถส่งแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานข้ามแพลตฟอร์มกับหุ่นยนต์หลากหลายแบรนด์ได้ โดยในช่วงแรก แอปฯ ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ด้านการเป็นเพื่อนเล่น (Companionship) ความปลอดภัย (Security) การประสานงาน (Coordination) และการช่วยเหลือเบื้องต้น มากกว่าที่จะเน้นงานบ้านทั่วไปอย่างการทำความสะอาดหรือการล้างจาน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Forbes โดย John Koetsier

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Great Refactor มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโค้ดที่สำคัญ

Rust-Logo
ภาพจาก IEEE Spectrum โดย Edd Gent

โครงการ The Great Refactor ซึ่งเปิดตัวโดยสถาบันคลังสมอง Institute for Progress เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ทั่วโลก โดยการใช้เครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ในการเปลี่ยนโค้ดภาษา C และ C++ ที่มีความเสี่ยง ให้กลายเป็นภาษา Rust ซึ่งมีความปลอดภัยด้านหน่วยความจำ (Memory-safe) โดยอัตโนมัติ

ครงการนี้เสนอให้มีการจัดตั้ง "Focused Research Organization" ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล ตั้งเป้าที่จะใช้เครื่องมือเขียนโค้ดพลัง AI ในการแปลงโค้ดจำนวน 100 ล้านบรรทัด ในไลบรารีซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส (Open-source) ที่มีความสำคัญระดับวิกฤต ให้เป็นภาษา Rust ภายในปี 2030 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Edd Gent

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

การสนับสนุนข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะลดลงในหมู่นักวิจัย

Data
Photo by Claudio Schwarz on Unsplash

ผลการสำรวจนักวิจัยจำนวน 4,700 คน ใน 151 ประเทศ ซึ่งจัดทำโดย Digital Science, Springer Nature และ Figshare เผยให้เห็นว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แรงสนับสนุนต่อข้อบังคับระดับชาติ (National Mandates) เรื่องการเปิดเผยข้อมูลการวิจัย (Open Research Data) มีแนวโน้มลดลง

ในปีที่ผ่านมา คะแนนสนับสนุนข้อบังคับระดับชาติลดลงจนเหลือต่ำกว่า 50% ในกลุ่มนักวิจัยจากประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจชั้นนำส่วนใหญ่  อินเดียเป็นเพียงประเทศเดียวในการสำรวจที่นักวิจัยส่วนใหญ่ยังคงให้การสนับสนุนข้อบังคับระดับชาติสำหรับข้อมูลแบบเปิด (Open Data)

แม้จะมีความกังวลเรื่องข้อบังคับ แต่นักวิจัยเกือบทั้งหมด (81%) ระบุว่าตนเองสนับสนุนหลักการเรื่องข้อมูลแบบเปิดอย่างแข็งขัน และ 88% ให้การสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลแบบเสรี (Open Access)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Times Higher Education โดย Jack Grove

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดในโลกจริง สามารถเข้าควบคุมหุ่นยนต์ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้

misleading-text-fool-AI
ภาพจาก UC Santa Cruz News โดย Emily Cerf

นักวิจัยจาก University of California, Santa Cruz ได้พัฒนาวิธีการโจมตีที่เรียกว่า command hijacking against embodied AI (CHAI) เพื่อแสดงให้เห็นว่าโมเดลภาษา-การมองเห็นขนาดใหญ่ (Large Visual-Language Models) สามารถถูกปั่นหัวเพื่อเข้าควบคุมระบบการตัดสินใจของ AI ได้อย่างไร

CHAI ใช้ Generative AI ในการปรับแต่งข้อความบนป้ายถนนหรือวัตถุอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสที่ AI (Embodied AI) จะปฏิบัติตามคำสั่งที่ระบุในข้อความนั้น ระบบจะปรับแต่งลักษณะปรากฏของข้อความ ทั้งในด้านตำแหน่ง สี และขนาด เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมจริงจนดูแนบเนียน

จากการทดสอบพบว่าการโจมตีแบบ CHAI มีอัตราความสำเร็จ (Attack Success Rates) ในระดับที่น่าตกใจ ดังนี้ 95.5% สำหรับโดรนที่ทำหน้าที่ติดตามวัตถุทางอากาศ 81.8% สำหรับยานยนต์ไร้คนขับ (Self-driving vehicles) และ 68.1% สำหรับโดรนในสถานการณ์การลงจอดฉุกเฉิน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UC Santa Cruz News โดย Emily Cerf

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

เชื่อกันว่าแฮกเกอร์ชาวรัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ต่อเป้าหมายด้านพลังงานของโปแลนด์

cyber-attack
Photo by TRG on Unsplash

หน่วยข่าวกรองทหารของรัสเซียที่รู้จักกันในชื่อ Sandworm ถูกเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่เบื้องหลังความพยายามโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศโปแลนด์เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ตามรายงานของนักวิจัยจากบริษัทซอฟต์แวร์ ESET ในประเทศสโลวาเกีย

นักวิจัยสรุปผลโดยอ้างอิงจากรูปแบบการดำเนินงานในอดีตของ Sandworm และการตรวจพบรหัส (code) ที่มีความซ้ำซ้อนกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่กลุ่มนี้เคยทำมาก่อนหน้านี้ แฮกเกอร์พยายามติดตั้งมัลแวร์ที่ชื่อว่า DynoWiper ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายไฟล์ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เป้าหมาย ทางการโปแลนด์ระบุว่าสามารถยับยั้งการโจมตีดังกล่าวได้ทันท่วงที ก่อนที่จะส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Reuters โดย A.J. Vicens


วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

GPT-5.2 พัฒนาช่องโหว่ Zero-Day ในระดับขนาดใหญ่

GPT-Logo
ภาพจาก Cyber Security News โดย Tushar Subhra Dutta

Sean Heelan นักวิจัยอิสระด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ทำการศึกษาและพบว่า GPT-5.2 มีความสามารถในการพัฒนา Zero-day exploits (รหัสโจมตีช่องโหว่ที่ยังไม่มีการแก้ไข) ได้ด้วยตัวเองในระดับสเกลใหญ่ โดย Heelan ได้ทดสอบ GPT-5.2 และ Opus 4.5 กับช่องโหว่ใน QuickJS JavaScript interpreter ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือโค้ดโจมตีที่แตกต่างกันกว่า 40 รายการจากการกำหนดค่า (configurations) 6 รูปแบบ

GPT-5.2 สามารถผ่านโจทย์การทดสอบได้ทั้งหมด รวมถึงงานที่มีความซับซ้อนอย่างการเจาะผ่านระบบป้องกันความปลอดภัยหลายชั้น (bypassing multiple security protections) งานทั้งหมดสำเร็จภายในเวลา ไม่ถึง 3 ชั่วโมง โดยใช้ทรัพยากรการประมวลผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แม้ว่าการทดสอบนี้จะมุ่งเป้าไปที่ interpreter ในรูปแบบที่ลดทอนความซับซ้อนลง แต่ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะขยายขีดความสามารถ (scalability) ไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่และซับซ้อนกว่านี้ได้

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Cyber Security News โดย Tushar Subhra Dutta

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

บทความที่ได้รับการยอมรับจาก NeurIPS มีจำนวนการอ้างอิงแบบหลอน ๆ จาก AI มากกว่า 100 ครั้ง

GPT-Chip
Photo by D koi on Unsplash

GPTZero สตาร์ทอัพจากแคนาดา ได้ใช้เครื่องมือตรวจจับที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิงเทียบกับฐานข้อมูลวิชาการและเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์บทความวิจัยกว่า 4,000 ฉบับที่ได้รับการตอบรับและนำเสนอในงานประชุมด้าน AI ระดับโลกอย่าง NeurIPS (Neural Information Processing Systems) 2025

 ทางบริษัทระบุว่า ตรวจพบการอ้างอิงที่เกิดจากอาการ "AI หลอน" (AI-hallucinated citations) หลายร้อยรายการในบทความวิจัยอย่างน้อย 53 ฉบับ ซึ่งการอ้างอิงปลอมเหล่านี้สามารถเล็ดลอดสายตาของผู้ตรวจสอบ (Reviewers) อย่างน้อย 3 คนที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจทานในแต่ละบทความไปได้

โดยลักษณะของข้อมูลที่พบมีตั้งแต่ การอ้างอิงที่ ถูกสร้างปลอมขึ้นมาทั้งหมด (Entirely fabricated) การ ดัดแปลงข้อมูลบางส่วน จากงานวิจัยที่มีอยู่จริง เช่น การปลอมชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หรือชื่อวารสารให้ผิดไปจากความเป็นจริง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Fortune โดย Sharon Goldman