แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วันปิดฤดูกาล 2025-2026

ผมวางแผนว่าจะโพสต์ให้ได้ทุกวันอาทิตย์ตลอดฤดูกาลนี้  แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะยุ่งสุด ๆ จนหาเวลาไม่ได้ และอีกอย่างถึงหาเวลาได้ ก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะโพสต์ครับ จากฟอร์มโดยรวมของทีมในฤดูกาลนี้ 

เราเริ่มพรีซีซันด้วยความหวัง เราได้นักเตะที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้ ด้วยการทุ่มทุนอย่างที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนจาก FSG แต่สุดท้ายเรากำลังจะปิดฤดูกาลด้วยการต้องลุ้นชนะนัดสุดท้ายเพื่อการันตีที่ 5 หรืออาจจะได้ที่ 4 ขึ้นกับวิลล่าต้องแพ้ด้วย และเราจบอันดับต่ำกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่างแมนยูไนเต็ด ซึ่งฤดูกาลที่แล้วน่าจะอยู่สักอันดับ 15 มีแต้มห่างจากเราราว 40 แต้มได้ และตอนเริ่มต้นฤดูกาลก็ทำท่าจะแย่ด้วย ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังแน่ ๆ จากทีมแชมป์เก่า และทีมที่ทุ่มเงินในตลาดนักเตะซื้อสตาร์เข้ามามากมาย นอกจากนี้เรากำลังจะสูญเสียตำนานออกไปอีกสองคนคือ โรเบิร์ตสันกับซาลาห์ ซึ่งกรณีของซาลาห์ เขาต่อสัญญาออกไปกับเรา 2 ปี แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะไป มันต้องมีปัญหาอะไรแน่ ๆ 


Fars Media Corporation, CC BY 4.0 <https://creativecommons.org/licenses/by/4.0>, via Wikimedia Commons

เอาจริง ๆ ซิตี้ก็ไม่ได้แกร่งเหมือนเก่า อาร์เซนอลที่กุนซือแซะเราปีที่แล้วว่าเป็นแชมป์ได้แต้มน้อย (แต่ปีนี้เขาเป็นแชมป์ถ้าชนะนัดสุดท้ายก็ได้มากกว่าเราแต้มเดียว ถ้าไม่ชนะก็น้อยกว่าเราอีก) จริง ๆ ด้วยการเสริมทีมเข้ามาเราควรจะลุ้นได้มากกว่านี้ จริง ๆ ไม่ควรจบต่ำกว่าที่สองด้วยซ้ำ แล้วปัญหามันเกิดจากอะไร 

ส่วนตัวมองว่าฟอร์มของทีมเริ่มไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วแล้ว คือเราเล่นช้าลง คอนโทรลมากขึ้น แต่ก็ยังคงใช้การเพรซซิ่งเหมือนยุคคลอปป์อยู่ ซึ่งมันได้ผลดี ทำให้หลายคนยังยอมรับได้ ถีงจะเริ่มบ่นว่าดูสนุกน้อยลง แต่ก็ยังเป็นลิเวอร์พูลที่คุ้นเคย เหมือนกับเปลี่ยนจาก Rock จ๋า ๆ มาเป็น Pop Rock อะไรประมาณนี้ ซึ่งมันทำให้ทีมนำค่อนข้างห่าง แต่จุดเปลี่ยนจริง ๆ ที่เห็นคือหลังจากเราแพ้ PSG ตกรอบ ทีมดูเล่นช้าลงไปอีก ดูเหมือนอาร์เน่อจะเริ่มคิดมาก และเริ่มพยายามเปลี่ยนลิเวอร์พูล แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีขึ้น  เราสียแต้มในลีกอย่างไม่ควรเสียมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นแต้มยังไม่ขาดนะครับ แต่ด้วยความที่ต้นฤดูกาลนำมาเยอะ และซิตี้ก็มีปัญหา ทำให้เรายังคงได้แชมป์  และพอได้แชมป์ มันก็เลยไม่มีใครพูดถึงจุดนี้ 

แต่พอเริ่มฤดูกาลนี้ เราเปิดหัวด้วยการชนะติดกัน 5 นัด แต่ผมคิดว่าแฟนบอลหลายคนเริ่มเห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่ทีมที่เรารู้จัก เราเล่นช้าน่าเบื่อ กองกลางเก็บบอลจังหวะสองสู้คู่แข่งไม่ได้ กองกลางโล่งจนคู่แข่งโต้กลับมาถึงหน้าประตู ส่วนกองกลางอย่างเวียร์ซ ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเรื่องเจอการเล่นหลัก ๆ ในลีก 

กองหลังก็ไม่แน่นเหมือนเดิม ถ้าไม่ได้ประตูทั้งสองคนคือทั้งอลิซอน กับมามาดาชวิลลี ช่วยกันเซฟไว้เราน่าจะโดนเยอะกว่านี้ นี่ขนาดนี้เรายังเสียประตูในลีกไปแล้ว 52 ลูก พูดถึงมามาดาชวิลลี ถึงเขาจะออกบอลด้วยเท้าได้แย่มาก และเป็นเหตุให้เราสียประตูสักสามสี่ลูกได้ ก็ต้องบอกว่ามีจังหวะช่วยเซฟเยอะอยู่นะ แต่ถ้าถามว่าจะเป็นตัวแทนที่ไว้ใจได้ของอลิซอนไหม ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่เชื่อมั่นเลย 

ส่วนกองหน้าซาลาห์ก็ฟอร์มตกไปเยอะ กักโปไม่ต้องพูดถึง และกองหน้าราคาแพงที่ซื้อเข้ามาก็มีอิกิติเก้ที่พอจะปรับตัวได้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ฟิต ดูเปราะเจ็บง่าย สุดท้ายก็ต้องพักยาวไปเลย ส่วนอิซัคก็มีปัญหางอแงกับทีมเดิมจนไม่เคยฟิตพอเลย และยังมาโชคร้ายโดนเสียบหนักจนเจ็บยาวไปอีก เราขายคนที่ไม่ควรขายอย่างดิอาซไป เพราะไม่อยากเพิ่มค่าแรงให้เขา เป็นอะไรที่บ้าบอมาก จริง ๆ ได้อิกิติเก้มาแล้ว ไม่ต้องซื้ออิซัค เพิ่มค่าแรงให้ดิอาซ  เก็บณูนเยสไว้ช่วยไล่แย่งบอล และเขาก็เล่นเข้าจังหวะกับซาลาห์อยู่แล้วด้วย จังหวะเข้าทำน่าจะดีกว่านี้ 

ความจริงก็เริ่มปรากฏเมื่อหลังจากนั้นในลีก 10 นัดถัดมา เราแทบไม่ชนะใครเลย แพ้เยอะมาก โดนยิงก่อนคือรับประกันว่าแพ้ โดนยิงนาทีบาปเป็นประจำ คือทีมเหมือนขาดความมั่นใจ แต่ไปเล่นใน UCL เจอทีมที่ไม่เล่นหนักหรืออุดเหมือนในลีกก็ทำได้ดีเป็นบางนัด แต่นัดที่แพ้ทีมจากฮอลแลนด์หมดรูปนี่ก็ดูไม่จืดเหมือนกัน ถึงใน UCL ยังจบหนึ่งใน 8 ไม่ต้องเพลย์ออฟ แต่ในลีกแย่มาก ทำท่าเหมือนจะกลับมา แต่ก็เต็มที่ชนะติดกันได้สุงสุดสามนัด ด้วยรูปเกมที่ไม่ดี ช้าน่าเบื่อ ไม่รู้เล่นบอลรูปแบบไหน บอกตามตรงดูลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ ผมเปิดคอมทำงาน หรือทำอย่างอื่นไปด้วย เอาจริง ๆ หลาย ๆ ครั้งอยากแค่เปิด livescore มาดูผลก็พอ 

ความน่ากลัวไม่ใช่ทีมแพ้ คือถ้าเล่นมีรูปทรงแล้วมันดวงแตกจริง ๆ แพ้ได้ แต่เล่นไม่มีทรง และเสียเอกลักษณ์ของทีมไปเรื่อย ๆ ตลอดฤดูกาลที่ผ่านไปนี่มันไม่ใช่ ซึ่งคนรับผิดชอบหลักก็คงไม่พ้นอาร์เนอ สล็อต จะอ้างว่านักเตะต้องปรับตัว นักเตะเจ็บ แต่ประเด็นคือคุณมีทั้งฤดูกาล คุณยังหาทรงทีมไม่เจอเลย หลายคนบอกว่าให้เวลาคลอปป์สร้างทีมตั้งเยอะทำไมไม่อดทนกับอาร์เนอ คำตอบคือทรงบอลของคลอปป์ชัดเจนตั้งแต่แรก และถ้าไม่โชคร้าย เขาน่าจะพาทีมความแชมป์อย่างน้อยลีกคัพ ตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรกที่เขามาคุมด้วยซ้ำ คือทรงบอลมันชัดแล้วเขาก็เติมเต็มเข้ามาเรื่อย ๆ ได้มาเน่ ซาลาห์ ไวนัลดุม จนสุดท้ายจิ๊กซอว์ที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวคือฟานไดจ์ กับอลิซอน คือคุณต้องมีระบบของคุณก่อน แล้วก็ดูว่ายังขาดตรงไหนที่จะทำให้ระบบคุณดีขึ้น แต่นี่ทั้งฤดูกาล ระบบคุณคืออะไร จนแฟนบอลแซวกันว่าจ่ายบอลเป็นรูปตัว U  ระบบที่คลอปป์วางไว้ ฤดูกาลที่แล้วก็ใช้ได้อยู่ จะมาเปลี่ยนมากมายทำไม

จะโทษอาร์เนอคนเดียวก็ไม่ได้ ทีมหลังบ้านอย่างริชาร์ด ฮิวจ์ ก็ต้องโดน อันแรกเลยคือเกฮี เท่าที่จำได้ เป็นชื่อแรกเลยที่บอกนักเตะตกลงสัญญาส่วนตัวเรียบร้อย แต่เป็นบ้าอะไรไม่รู้ ไม่รีบเซ็น ยิ่งไปกว่านั้น พอยังเซ็นไม่ได้ดันรีบขายควอนซาห์ออกไปอีก อีกคนที่ไม่ควรขายคือดิอาซ อันนี้เท่าที่ตามข่าว อาร์เนอก็ขอไม่ให้ขาย แต่พี่แกก็จะขาย มองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก คือกะเอาอิซัคมั้ง ทั้งที่จริงได้เอกิติเก้มาแล้ว ตำแหน่งมันทับกันไหม เอาจริง ๆ เก็บดิอาซ กับณูนเยสไว้น่าจะดีกว่า อย่างที่พูดมาแล้ว อีกคนที่น่าสงสารคือเอเลียต เอาจริง ๆ ถ้าวิลล่าจะไม่ซื้อ เอากลับมาให้โอกาสเขาเป็นตัวหมุนน่าจะดีกว่า แต่อันนี้ไม่รู้อาร์เน่อไม่เอาเองด้วยหรือเปล่า 



ภาพโดย Timmy96, CC0, via Wikimedia Commons

แต่สรุปคนรับผิดชอบหลัก ๆ ก็คืออาร์เนอ เอาจริง ๆ กองกลางของเรานี่น่าจะเป็นขุมกำลังที่มีนักเตะเจ็บน้อยที่สุดแล้ว แม็คอัลลิสเตอร์อาจจะฟอร์มตก แต่คนที่เหลือก็ยังเล่นได้ ดังนั้นมันควรจะปรับจูนได้ดีที่สุด แต่ทั้งฤดูกาลกองกลางเราสู้ใครแทบไม่ได้เลย แล้วมันก็เป็นปัญหาที่นำมาสู่การเสียประตู แค่ตัดบอลได้แทงบอลทีทะลุมาถึงหลังเลย แล้วหลังเราก็ขยันแจกโชค 

ดังนั้นอาร์เนอจะมาเรียกร้องขอเวลา สัญญาว่าฤดูกาลหน้าซื้ออีกคนสองคนกลับมาแน่ มันก็เลยทำให้คนไม่เชื่อ คือถ้าคุณทำบอลมีทรง แล้วทุกคนเห็นว่าเออมันเป็นเพราะมีคนเจ็บจริง ๆ นะที่ทำให้เป็นแบบนี้ เหมือนที่คลอปป์เคยเจอ แฟนบอลก็คงไม่โห่ไล่หรอก แฟนบอลลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์น่าจะเป็นแฟนบอลที่อดทนที่สุดแล้ว การที่คุณโดนโห่มันก็คงต้องพิจารณาตัวเอง 

ส่วนตัวไม่เชื่ออาร์เนอ คนที่อยากได้อย่างอลอนโซ่ ตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว ส่วนอาริโอลาของบอร์มัธ ก็เฉย ๆ นะ กลัวเป็นเหมือนร็อดเจอร์ แต่ถ้าต้องลองกันสักตั้งก็กัดฟันว่าเอานะ คือความเชื่อในตัวอาร์เนอมันไม่มีแล้ว และยิ่งฟังการสัมภาษณ์ยิ่งแล้วไปใหญ่ ดังนั้นถ้าจะต้องเริ่มต้นใหม่ก็ขอเริ่มกับคนใหม่แล้วกัน ถ้าได้เบอร์ใหญ่อย่างหลุยส์ เอนริเก้ นี่จะเซอร์ไพรส์มาก 

ถ้ากลับมาในโลกของความจริง เราคงต้องเริ่มต้นกับอาร์เนอในฤดูกาลหน้าแหละ แต่จะได้อยู่ไปจนจบไหม และลิเวอร์พูลจะเป็นยังไงก็ต้องไปลุ้นกัน ถ้าเขาพาทีมไปไม่รอดเราจะได้คนที่สามารถชุบชีวิตทีมได้เหมือนคลอปป์ไหม หรือจะวนลูปเหมือนแมนยูเปลี่ยนคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ยังไงก็หวังว่าอย่าให้ได้เลวร้ายจนต้องมาหนีตกชั้นเหมือนสเปอร์ในฤดูกาลนี้เลยนะ   

ถ้าจะต้องเริ่มฤดูกาลหน้าด้วยอาร์เนอหรือใครก็ตาม สิ่งที่ปรารถนาสูงสุดคือ ขอให้พาลิเวอร์พูลกลับมาเป็นทีมเดิม ที่วิ่งไล่บดบี้คู่แข่ง คิดเร็วทำเร็ว กลายเป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับทุกทีม กลับมาเป็นแชมป์ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ลุ้นไปจนจบฤดูกาล และถ้าคนที่ทำได้เป็นอาร์เนอ ผมจะมาเขียนบทความขอโทษที่ไม่เชื่อใจ...  

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

พรีซีวั่นเริ่มวันนี้ (13 กรกฏาคม) ครับ


 

#อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ วันนี้ ขอสั้น ๆ ครับ คือเราจะเริ่มประเดิมพรีซีซั่นคืนนี้กับ เปรสตันนอร์ทเอนด์ 3 ทุ่มครับ ใครสมัคร Monomax ไว้แล้วก็ดูได้เลยครับ หรือถ้าใครเป็นสมาชิกของ liverpoolfc.com ก็ดูได้เหมือนกัน 

โปรแกรมพรีซีซั่นทั้งหมดของลิวเวอร์พูลจะเป็นตามนี้ครับ 

13 กรกฎาคม 2025 เปรสตันนอร์ทเอนด์ 21.00 น.

26 กรกฎาคม 2025 เอซีมิลาน 18.30 น.

30 กรกฎาคม 2025 โยโกฮามา เอฟ มารินอส 17.30 น.

4 สิงหาคม 2025 แอธเลติ บิลเบา 23.00 น. 

เกมกับเปรสตันนี้ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะมีหรือไม่ เพราะยังทำใจกับโจต้า กันอยู่ แต่สุดท้ายทุกคนตกลงแข่งครับ ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า และโจต้าจะเป้นหมายเลข 20 ของเราตลอดไป 

เชียร์ทีมกันครับ แล้วพบกันใหม่ใน #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดิโอโก โจต้า คุณจะอยู่ในหัวใจของเดอะคอปตลอดไป

 #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ วันนี้ มาในเรื่องที่ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดขึ้น และจะต้องมาเขียนในวันนี้ และผมก็เชื่อว่าไม่มีใครคิดถึงเช่นกันครับว่ามันจะเกิดขึ้น นั่นก็คือการเสียชีวิตของ ดิโอโก โจต้า จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ 

เราเพิ่งเห็นภาพเขาชูถ้วยฉลองแชมป์กับเรา เตะบอลกับลูกในสนาม ชี้ให้แฟนของเขาดูบรรยากาศต่าง ๆ ในแอนฟิลด์ จากนั้นถ้าใครติดตามฟุตบอลเนชันลีกส์ ก็จะเห็นเขาชูถ้วยชนะเลิศ และหลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน เขาก็เป็นเจ้าบ่าว เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนสาวของเขา 

เขายังเข้ารับการผ่าตัดปอด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ทำให้เขาลงเล่นต่อเนื่องกับเราได้ไม่ยาว ซึ่งผลการผ่าตัดก็ออกมาดีมาก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่เป็นเรื่องดี เป็นช่วงพักเบรคฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความสุข ความสำเร็จ 

โจต้า พร้อมทุกอย่างสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง เขาอาจกำลังวาดภาพของเขาที่รับบอลจากฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แล้วทำประตูให้เราได้เป็นกอบเป็นกำ พาเราคว้าแชมป์มากมาย แต่นี่คือชีวิตครับ ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ 

ตามไทม์ไลน์ที่ตามข่าวมาคือ โจต้า กำลังจะเดินทางกลับมาซ้อมช่วงปรีซีซั่นกับเราครับ แต่ด้วยการผ่าตัดปอดของโจต้า หมอแนะนำไม่ให้เขาขึ้นเครื่องบิน เขาจึงตัดสินใจขับรถมากับน้องชาย ขับมาสเปน เพื่อขึ้นเรือมาอังกฤษให้ทันกับกำหนดการปรีซีซั่น เขากำลังเริ่มต้นเดินทางกลับมาทำงานครับ นี่คือการทำงานของมืออาชีพจริง ๆ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ เมื่อยางรถของเขาระเบิด ตกถนน และเกิดไฟลุกท่วมคัน ทำให้เขาและน้องชายเสียชีวิต 

ผมรู้ข่าวนี้โดยลูกชายคนโตของผม ซึ่งก็เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลเหมือนกัน ได้บอกผมว่า "พ่อมีข่าวว่าโจต้าตายแล้ว จากอุบัติเหตุรถยนต์" เราสองคนตกใจมาก พยายามภาวนาว่าเป็นข่าวปลอม และเช็คข่าวจากหลาย ๆ แหล่ง ซึ่งสุดท้ายก็ต้องยอมรับกันว่ามันเกิดขึ้นจริง ผมมองหน้าลูกชายคนโตของผม แล้วก็คิดในใจว่า โจต้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนโตของผมเลย แก่กว่าอาจจะไม่ถึงปีด้วยซ้ำ  

โจต้า เป็นอีกคนหนึ่งที่ผมไม่อยากให้ย้ายออกจากทีมเราไป แต่มันคงจะดีกว่านี้มาก ถ้าเขาออกจากทีมเราไปเพราะย้ายทีม ไม่ใช่จากกันไปตลอดกาลแบบนี้  

โจต้า เป็นนักฟุตบอลที่ดีทั้งในและนอกสนาม เขาไม่เล่นนอกเกมรุนแรงใส่ใคร นอกสนามเขาก็เป็นคนดี รักครอบครัว ไม่มีข่าวเสียหายใด ๆ เป็นคนที่ทำเพื่อทีม ไม่ได้ลงเล่นก็ไม่โวยวาย เมื่อมีโอกาสลงเล่นก็เล่นเต็มที่ เป็นคนที่เพื่อนในทีมรัก และแน่นอนเดอะคอปก็รักเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเพลงที่แต่งให้เขาแบบนี้หรอกนะครับ 



ในส่วนของผลงานในสนาม ทุกครั้งที่เขาลงสนาม เดะคอปทุกคนตั้งความหวังได้นะครับ เขาคล่องแคล่ว ฉลาดเคลื่อนที่ ฉลาดหาช่อง และยิงค่อนข้างคม ถ้าร่างกายเขาสมบูรณ์กว่านี้ เขาอาจพาเราได้แชมป์มากกว่านี้ และอย่างที่บอกไปตอนต้น เขาอาจวาดภาพเขากับเวียร์ตซ์ช่วยกันทำประตูให้เราถล่มทลายในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ก็ได้ เสียดายที่มันไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว

ในส่วนของสโมสร ผมว่าก็ตอบสนองได้เร็วและดีมาก ก็คือการจ่ายค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดของโจต้า ไปให้ครอบครัวของเขา และก็คงมีอะไรตามมาหลังจากนี้อีก เป็นการแสดงให้เห็นถึงว่าสโลแกนของสโมสรซึ่งคือ You'll Never Walk Alone ไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกนเท่านั้น นอกจากนี้ยังประกาศยกเลิกเสื้อเบอร์ 20 ซึ่งเป็นเบอร์เสื้อของโจต้า เพราะ 20 ก็คือ เขาจริง ๆ เขามาเข้าทีมปี 2020 ใส่เบอร์ 20 และคว้าแชมป์สมัยที่ 20 กับเรา และนั่นก็หมายความว่าเบอร์ 20 ของลิเวอร์พูลตลอดกาลนับจากนี้ก็คือโจต้า 

เพื่อนร่วมทีมทั้งในอดีตและปัจจุบัน โค้ชปัจจุบันคือ อาร์เน่ สล็อต และอดีตโค้ชอย่างเจอร์เกน คลอปป์ ก็ออกมาโพสต์ถึงโจต้า และหลายคนก็ได้ไปร่วมในงานศพของโจต้าด้วย 

แล้วก็ไม่ใช่ทีมลิเวอร์พูลเท่านั้นนะครับ นักเตะ โค้ช และแฟนบอลทีมอื่น ๆ ก็ออกมาโพสต์แสดงความเสียใจด้วย ซึ่งนี่ก็คือสปิริตของกีฬา ที่จะแข่งกันในสนามเท่านั้น จบเกมแล้วก็จบกัน  

วันนี้ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อแล้วครับ คือตอนแรกวางแผนจะเขียนมากกว่านี้  แต่พอลงมือเขียนแล้วมันตื้อมันตันไปหมด ก็คงต้องบอกว่า ดิโอโก โจต้า คุณจะอยู่ในหัวใจของเดอะคอปตลอดไป

อยากทิ้งท้ายไว้ว่า ให้ทำดีต่อคนที่เรารักเสมอครับ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจกันก็รีบเคลียร์กันซะ เจอกัน พูดกันได้วันนี้ วันพรุ่งนี้อาจพูดกันไม่ได้แล้ว ผมว่าหลายคนก็อาจเคยมีประสบการณ์นี้นะครับ ที่อะไรมันเกิดขึ้นเร็วมากจนคาดไม่ถึง ซึ่งผมก็เคยเจอกับตัวครับ คุยเล่นกันอยู่ดี ๆ เมื่อวาน  วันรุ่งขึ้นเราไม่สามารถสื่อสารอะไรกันได้อีกเลย...   

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เคอร์เคซมาแล้วต่อไปจะเป็นเกฮีไหม มาสรุปสถานการ์ย้ายเข้า-ออกของทีมกัน

ช่วงนี้ลิเวอร์พูลของเราเปิดตัวนักเตะใหม่เรียกว่ารายสัปดาห์เลยนะครับ คราวนี้เป็นเคอร์เคซ ที่มีข่าวมานานคราวนี้ก็เป็นทางการซะทีนะครับ มายินดีต้อนรับเคอร์เคซสู่สโมสรกันครับ ดูวีดีโอเปิดตัวได้เลยครับ 


อ้อแล้วเราก็ยังได้ผู้รักษาประตูดาวรุ่งคืออาร์มิน ปิซี มาอีกคนด้วยนะครับ มาเป็นประตูมือสามให้กับทีมเรา  

คนต่อไปที่เรามีข่าวพัวพันด้วยมากที่สุดตอนนี้ก็คือ เกฮีของคริสตัลพาเลซนะครับ ไม่รู้ว่าสัปดาหน์หน้าจะได้เขียนบทความแล้วกล่าวยินดีต้อนรับกันอีกไหม ปิดฤดูนี้ลิเวอร์พูลของเราเสริมตัวได้รวดเร็วทันใจจริง ๆ แสดงถึงความเอาจริงเอาจังที่จะต่อยอดความสำเร็จต่อไป ก็ภาวนาว่าอย่าให้มีใครเจ็บ และก็ขอให้โชว์ฟอร์มกันได้อย่างที่คาดหวังกันทุกคนนะครับ แทบจะรอฤดูกาลเปิดไม่ไหวแล้วครับตอนนี้ 

สรุปสถานการณ์ของทีมตอนนี้

ย้ายเข้า 

1. เจเรอมี ฟริมปง (แบ็คขวา)

2.  ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ (กองกลาง)

3. มิลอส เคอร์เคซ (แบ็คซ้าย) 

4. จอร์จี มามาร์ดาชวิลี (ประตู คนนี้ซื้อตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แต่ให้ต้นสังกัดเดิมยืมตัวใช้ไปก่อนหนึ่งฤดู)

5.  อาร์มิน ปิซี (ประตู)

ย้ายออก

1. เทรนต์ อาร์โนลด์ (แบ็คขวา) 

2. ควีวิน เคลเลเฮอร์ (ประตู) คนนี้เสียดายมาก แต่เป็นความกก้าวหน้าของเขา ก็ขออวยพรให้โชคดี เจอทีมไหนก็ขอให้เหนียว ๆ นะ แต่เว้นเจอทีมลิเวอร์พูลนะ 

3.  นาธาเนียล ฟิลลิปส์ (เซ็นเตอร์แบ็ค) คนนี้ก็เป็นอีกคนที่ต้องขอขอบคุณ ในฤดูกาลที่เซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงของเราเจ็บหมด ก็ได้ความทุ่มเทของเขานี่แหละ ทำให้เราจบที่สามได้ไปแชมเปียนส์ลีก  

4. จาเรลล์ ควอนซาห์ (เซ็นเตอร์แบ็ค) ตกลงกับเลเวอร์คูเซ่นได้แล้ว โดยมีสัญญาซื้อกลับด้วย ดีลนี้ดีมาก ๆ 

อ้อ แล้วก็ต้องขอแสดงความยินดีกับฮาวีร์ เอเลียตด้วย ที่เป็นส่วนสำคัญในทีม U21 ของอังกฤษ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน เล่นดีแบบนี้ถ้าต้องขายก็เสียดายนะครับ แต่ทีมเรากองกลางก็แน่นไปหมด ก็เข้าใจถ้าเขาจะย้ายเพื่ออนาคต แต่ก็อยากให้อยู่ต่อนะครับ ก็ไม่รู้ว่าอาร์เน่จะบริหารจัดการยังไง  

โอเคครับนี่คือสถานการณ์ของทีมเราในตอนนี้ หวังว่าสัปดาห์หน้าจะมีข่าวดีมารายงานเพิ่มเติม แล้วพบกันใหม่ใน #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เวียร์ตซ์เป็นทางการแล้ว และโปรแกรม 10 นัดแรกของเรา

 #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ วันขอเริ่มด้วยข่าวดีว่าเราได้ ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ อย่างเป็นทางการแล้วนะครับ ลองไปดูวีดีโอสัมภาษณ์เวียร์ตซ์กันครับ 


โดยค่าตัวที่ต้องจ่ายไม่ได้สูงอย่างที่คาดกันไว้ ค่าตัวที่ต้องจ่ายให้เลเวอร์คูเซนแบบผ่อนจ่ายคือ 100 ล้านปอนด์ และมีโบนัสอีก 16 ล้านปอนด์ ตามความสำเร็จที่เวียร์ตซ์จะช่วยทีมเรา ส่วนค่าแรงคือ 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และมีโบนัสให้อีก เซ็นสัญญากันห้าปีถึงปี 2030 

โดยเวียร์ตซ์จะได้เล่นคู่กับคู่หูในทีมเลเวอร์คูเซนคือ ฟริมปง ซึ่งเป็นนักเตะของเราไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสองสัปดาห์ก่อน  เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็มีคู่หูที่รู้ใจกันอยู่แล้ว ซึ่งดีลของเวียร์ตซ์ก็ถือเป็นดีลที่มีมูลค่าสูงสุดที่ลิเวอร์พูลเคยทำมา แต่ยังไงก็ไม่สูงเท่าข่าวทีออกมาก่อนหน้านะครับ อันนี้คงต้องยกเครดิตให้ผู้อำนวยการกีฬาที่ไปพูดคุยจนเวียร์ตซ์เลือกทีมเราทีมเดียว และก็ต้องให้เครคิตทีมเจรจาซื้อขายด้วย

สัปดาห์ต่อไปก็มาลุ้นได้เคอร์เคซอย่างเป็นทางการกันครับ และตามข่าวลิเวอร์พูลจะไม่หยุดแค่นี้ครับ ยังมีเซนเตอร์แบ็คที่อาจจะต้องมาแทนควอนซาห์ และกองหน้า ซึ่งตำแหน่งกองหน้านี้ คิดว่าคงต้องขายคนเก่าออกไปให้ได้ก่อนนะครับ ซึ่งก็อาจเป็นนูณเยส ซึ่งจริง ๆ ผมก็อยากให้อยู่ต่อนะ เขาดูมีแพสชันเข้ากับทีมเราดี แต่ความไม่นิ่งของเขานี่แหละทำให้อาจไปต่อกันไม่ได้ 

นัดแรกของเราในฤดูกาลใหม่เราจะเริ่มนัดแรก เป็นคู่แรกของลีกเลยนะครับ โดยวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2.00 น. (คืนวันศุกร์ตีสอง)  เราจะเปิดบ้านเจอร์บอร์นมัธครับ ต้องนอนดึกกันตั้งแต่นัดแรกเลยครับ สำหรับโปรแกรม 10 นัดแรกจะเป็นดังนี้ครับ 


ตารางการแข่งขัน 10 นัดแรกของลิเวอร์พูล (เวลาประเทศไทย)

วันแข่งขันคู่แข่งขันสนามเวลา
คืนวันศุกร์ที่ 15 ส.ค. 68 (เช้าวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 68)ลิเวอร์พูล พบ บอร์นมัธแอนฟิลด์02:00 น.
วันเสาร์ที่ 23 ส.ค. 68นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูลเซนต์ เจมส์ พาร์ค21:00 น.
วันเสาร์ที่ 30 ส.ค. 68ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อลแอนฟิลด์21:00 น.
วันเสาร์ที่ 13 ก.ย. 68เบิร์นลี่ย์ พบ ลิเวอร์พูลเทิร์ฟ มัวร์21:00 น.
วันเสาร์ที่ 20 ก.ย. 68ลิเวอร์พูล พบ เอฟเวอร์ตันแอนฟิลด์21:00 น.
วันเสาร์ที่ 27 ก.ย. 68คริสตัล พาเลซ พบ ลิเวอร์พูลเซลเฮิร์สท์ พาร์ค21:00 น.
วันเสาร์ที่ 4 ต.ค. 68เชลซี พบ ลิเวอร์พูลสแตมฟอร์ด บริดจ์21:00 น.
วันเสาร์ที่ 18 ต.ค. 68ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแอนฟิลด์21:00 น.
วันเสาร์ที่ 25 ต.ค. 68เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูลจีเทค คอมมูนิตี้ สเตเดี้ยม21:00 น.
วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 68ลิเวอร์พูล พบ แอสตัน วิลล่าแอนฟิลด์22:00 น.

ดูจากโปรแกรมแล้วถือว่างานหนักนะครับ ต้องเจอทั้งนิวคาสเซิ่ล อาร์เซนอล เอฟเวอร์ตัน เชลซี แมนยู และวิลล่า ในขณะที่พาเลซก็ทำเราเกือบแย่ในฤดูกาลที่แล้ว 

ก็หวังว่าเราจะผ่านไปได้อย่างส่วยงาม เหมือนฤดูที่แล้สที่เขาบอกว่าเรามี 10 นัดอันตราย แต่เราผ่านไปได้อย่างสบายมากนะครับ แล้วก็หวังว่าการถ่ยทอดสดผ่านเจ้าใหม่นี่จะไม่มีปัญหาล่ม เหมือนในอดีตนะครับ แล้วพบกันใหม่ใน #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ครับ...

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568

คุยกันเรื่องการย้ายเข้าย้ายออกกันอีกสักวัน

สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้เขียน #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ ครับ เพราะไม่ว่าง และรู้สึกว่ายังไม่มีอะไรใหม่ และมาถึงสัปดาห์นี้ก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นทางการเพิ่มขึ้นมากนัก แต่ก็ใกล้มากขึ้นแล้วในรายของเวียร์ตซ์ ที่รู้สึกจะบรรลุค่าตัวกันได้แล้วระหว่างลิเวอร์พูลและเลเวอร์คูเซน ซึ่งค่าตัวก็จะเป็นสถิติของสโมสรเราเลยนะครับ ก็หวังว่าจะเป็นดีลที่สำเร็จ เหมือนตอนเราทุ่มซื้อตัวฟานไดค์กับเบ็คเคอร์มานะครับ 

Caoimhín Kelleher

Timmy96, CC0, via Wikimedia Commons

ส่วนนักเตะที่ย้ายออกไปแล้วอย่างเป็นทางการก็คือประตูสำรองของเราคือเควิน คัลลาเฮอร์ ที่ย้ายไปเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งจริง ๆ ผมว่าเดอะคอปทุกคนเสียดายนะครับ แต่ก็ต้องปล่อยให้เขาไป เพราะเขามีดีเกินกว่าที่จะนั่งเป็นตัวสำรองจริง ๆ ก็ขออวยพรให้โชคดีครับ เอาแค่ว่าถ้ามาเจอกับทีมเรา ก็ขอให้เหนียวน้อยกว่าเดิมหน่อยแล้วกัน ให้เรายิงผ่านไปได้บ้าง เจอทีมอื่น ๆ ก็ขอให้เหนียวหนึบเลยก็แล้วกันนะ

นอกจากนี้ข่าวกับแบ็คซ้ายอย่างเคอร์เคซ ก็มีมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ยังไม่ลงตัวสักที แล้วก็มีข่าวว่าร็อบโบของเรา ไม่เต็มใจที่จะเป็นตัวสำรอง อยากจะย้ายออก 

Konate

Timmy96, CC0, via Wikimedia Commons

ในส่วนของเซ็นเตอร์ก็มีข่าวว่าเลเวอร์คูเซ็นสนใจจาเรล ควอนซาร์ และโกนาเต้ ซึ่งมีสัญญาเหลืออยู่ปีเดียว แต่การต่อสัญญาก็ยังไม่มีความคืบหน้า 

ในส่วนของแดนกกลางและแดนหน้า ฮาร์วี เอเลียตก็มีข่าวว่าอยากย้าย เพราะไม่อยากเป็นสำรอง ส่วนหลุยส์ ดิอาซ ก็มีข่าวพัวพันกับบาร์เซโลนา ดาร์วิน นูนเญส ก็มีข่าวพัวพันกับซาอุ และแอตมาดริด 

มีลิสต์กองหน้าที่เราสนใจหลายคน อย่างเอกิติเก, อัลวาเรซ และโยเคเรส ซึ่งกองหน้าพวกนี้ราคาแพงระยับทั้งนั้น โดยส่วนตัวคิดว่า ถ้าเราทุ่มร้อยกว่าล้านให้เวียร์ตซ์ไปแล้ว ถ้าจะซิ้อกองหน้าราคาแพงระยับอีก คงต้องขายออกไปให้ได้ก่อนนะครับ   

สัปดาห์นี้คงเท่านี้นะครับ ก็หวังว่าสัปดาห์หน้าเราจะชัดเจนมากขึ้นอย่างน้อยก็ขอให้ได้เวียรต์มาชูเสื้อซะที แล้วพบกันใหม่ใน #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ครับ 

  

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568

งานฉลองที่เกือบสมบูรณ์แบบ เก่าไปใหม่มาทันใด และบทสรุปเจ้ายุโรปปีนี้

 #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์วันนี้ขอมาสรุปฤดูกาลนี้ของเรา และยินดีกับแชมป์ยุโรปทีมใหม่ครับ เริ่มจากทีมเราก่อนแล้วกันครับ นัดสุดท้ายทั้งสองทีมก็ให้เกัียรติกัน เขาให้เกียรติเราแชมป์ลีก เราให้เกียรติเขาแชมป์เอฟเอคัพ ผมว่าภาพแบบนี้มันหายากนะครับ เพราะโอกาสที่สองแชมป์จะมาเจอกันเองในวันสุดท้ายของฤดูกาลแบบนี้ คงอีกนานกว่าที่จะเกิดขึ้น 


ส่วนผลการแข่งขันเรียกว่าเกือบงานกร่อย เพราะเราโดนยิงนำไปก่อน ถ้าแพ้ในบ้านส่งท้ายนี่สำหรับผมมันจะฉลองกันไม่ค่อยเต็มที่เท่าไรนะครับ  ดีที่ยังมาตีเสมอได้ทั้งที่เหลืออยู่แค่ 10 คน คือจริง ๆ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่ซีเรียสกับผลการแข่งขัน แต่ยังไงไม่แพ้ก็ดีกว่าแพ้นะครับ    

จริง ๆ ที่ผมกังวลมากกว่าผลการแข่งขันคือการเสียประตูของเราครับ มันเกิดจากการผิดพลาดกันเองอีกแล้ว และมันไม่ใช่เพิ่งมาเกิดหลังจากเราคว้าแชมป์ไปแล้ว แต่มันเกิดมาตั้งแต่ครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งถ้ามันทำให้เราพลาดแชมป์นี่คงน่าเสียดายมาก 

โชคดีที่ความเสียหายไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น เพียงแต่ทำให้เราคว้าแชมป์ช้าลงเท่านั้น ก็หวังว่าทีมเราจะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดแบบนี้ในฤดูกาลถัดไปนะครับ เพราะผมเชื่อว่าฤดูกาลหน้าจะหนักหนาสาหัสกว่านี้ เพราะหลายทีมมีฤดูที่เลวร้ายที่สุดของตัวเองไปแล้ว ฤดูกาลหน้าไมน่าจะเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะกับแมนซิตี้ ถ้าเรายังคงพลาดเองง่าย ๆ แบบนี้ผมว่าเราจะเหนือยมาก 

ส่วนที่ต้องชมก็คือความมุ่งมั่นของนักเตะ และความกล้าลุยของอาร์เน่ ที่จัดสินใจถอดกองหลัง ส่งตัวรุก เรียกว่าไม่ยอมแพ้ จะยิงคืนให้ได้ ซึ่งมันก็เป็นดาบสองคมนะครับ เพราะถ้าโดนส่วนแล้วพลาดก็จบ แล้วก็เกือบโดนอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็ต้องทำให้กราเฟนเบอร์กต้องเสียใบแดง จากความผิดพลาดของตัวเอง และเขาจะพลาดการลงสนามในฤดูกาลหน้า 1-3 นัด 

แต่สุดท้ายสิบคนของเราก็บุกกดใส่พาเลซ ซึ่งเกมแพลนก็คือหวังอุดเอาผลการแข่งขัน แต่สุดท้ายซาลาห์ก็ยิงประตูที่ 29 ในฤดูกาล ตีเสมอให้เราได้สำเร็จ สมกับตำแหน่งรองเท้าทองคำ ซึ่งคลอปป์ที่เข้ามาชมอยู่ในเกมนี้ ก็ลุกขึ้นมาปรบมือดีใจร่วมกับเดอะคอปทั้งโลก ทั้งนักเตะ โค้ช และแฟนบอลคงไม่มีใครอยากแพ้คาบ้านในเกมฉลองแชมป์หรอกนะครับจริงไหม


สุดท้ายก็ได้ฉลองแชมป์กันในสนาม ได้เห็นภาพชูถ้วยแชมป์ลีก ซึ่งต้องบอกว่าผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เชียร์มาร่วมสี่สิบเกือบห้าสิบปี เป็นบรรยากาศที่สุดประทับใจจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ชมอยู่หน้าจอโทรทัศน์นะครับ ถ้ามีโอกาสอยู่ในสนามจริงอาจร้องไห้ก็เป็นได้ ก็หวังว่าปีนี้จะไม่ใช่ปีสุดท้ายนะ แต่เป็นปีเริ่มแรกของยุคอาร์เน่ ซึ่งจะนำความสำเร็จมาให้เล่าต่อไปอีกหลาย ๆ ปี ถ้าคลอปป์คือบิล แชงค์ลีย์ ผู้วางรากฐาน ก็ขอให้อาร์เน่ คือบ๊อบ เพลสลีย์ ผู้พาลิเวอร์พูลทะยานกวาดแชมป์มากมาย

วันรุ่งขึ้นคือวันแห่ถ้วย ซึ่งผมก็รับชมจาก LFCTV เป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจมากเช่นกัน มีผู้คนมาร่วมต้อนรับมาร่วมฉลอง สมกับที่เรารอการแห่แบบนี้มาถึง 35 ปี ผมดูอย๋ได้ถึงสักสามทุ่มกว่า ๆ บ้านเรา ก็รู้สึกง่วงมาก ๆ อาจจะด้วยปัญหาสุขภาพ ก็เลยขึ้นไปนอน ก่อนที่จะตื่นเช้าขึ้นมาพบข่าวเศร้าที่มีคนขับรถเข้าไปพุ่งชนคนที่ออกมาร่วมฉลองแชมป์ โดยมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีเด็กอยู่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บนี้ด้วย และมีเด็กคนหนึ่งติดอยู่ใต้ท้องรถ ตอนรถหยุดด้วย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย ซึ่งถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น งานฉลองของเราก็น่าจะสมบูรณ์กว่านี้ มีเพื่อนที่ไปอบู่ในเมืองลิเวอร์พูลโพสต์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มีรถเข้าไปได้ เกิดจากการที่ตำรวจทำหน้าที่ไม่ดี แต่จากที่ฟังข่าวอีกทางหนึ่งเหมือนกับว่าตำรวจกำลังเปิดทางให้รถพยาบาลเข้าไป เลยเป็นเหตุให้รถคันนี้ฉวยโอกาสเข้ามา   

สรุปภาพรวมของฤดูกาลของเรานะครับ

โดยภาพรวมอันดับหนึ่ง  ชนะ 25 เสมอ 9 แพ้ 4 ยิงได้ 86 เสีย 41 ผลต่างประตู 45 แต้ม 84

ดูเฉพาะในบ้านก็อันดับหนึ่ง   ชนะ 14 เสมอ 4 แพ้ 1 ยิงได้ 42 เสีย 16 ผลต่างประตู 26 แต้ม 46

ดูเฉพาะเกมเยือนก็อันดับหนึ่ง ชนะ 11 เสมอ 5 แพ้ 3 ยิงได้ 44 เสีย 25 ผลต่างประตู 19 แต้ม 38

ถ้าไม่ปล่อยจอยหลังคว้าแชมป์สถิติเกมเยือนน่าจะดีกว่านี้ สรุปก็คือเกมในบ้านยังเป็นจุดแข็งของเรา ถ้าไม่พลาดกับฟอร์เรสต์เราจะไม่แพ้ในบ้านเลย เกมเยือนก็ถือว่าโอเค ก่อนคว้าแชมป์แพ้ไปนัดเดียวกับคือแพ้ฟูแล่ม 

เราชนะมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง  25 นัด 

แพ้น้อยสุดร่วมกับอาร์เซนอล 4 นัด 

ยิงได้มากที่สุด 86 ลูก 

เสียประตูน้อยสุดเป็นอันดับสองรองจากอาร์เซนอล 41 ลูก (มาเสียเยอะเพราะพลาดกันเองครึ่งหลังของฤดูกาล) 

ซาลาห์คว้าทุกรางวัลในอังกฤษ นักเตะยอดเยี่ยม รองเท้าทองคำ แอสซิสต์สูงสุด

กราเฟนเบอร์ก ได้ดาวรุ่งยอดเยี่ยม 

ส่วนเทรนต์ อาเลกซานเดอร์ อาร์โนลด์ ก็ย้ายไปรีอัล มาดริดอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ แต่ข้อดีคือเราก็ไม่ได้เสียฟรี ได้ค่าตัวมาประมาณ 10 ล้านปอนด์ เพราะมาดริดต้องการตัวไปทันทีเพื่อเล่นชิงแชมป์สโมสรโลก ซึ่งก็ต้องชมทีมงานที่ต่อรองมาจนได้ตั้ง 10 ล้านปอนด์สำหรับนักเตะที่สามารถย้ายไปแบบฟรี ๆ หลังจบฤดูกาล ต้องของคุณรายการชิงแชมป์สโมสรโลกด้วย 

แต่ในวันที่เทรนต์ประกาศตัวเป็นผู้เล่นของมาดริดอย่างเป็นทางการ ฟริมปงก็ประกาศตัวเป็นสมาชิกใหม่ของเราอย่างเป็นทางการเช่นกัน เรียกว่าเก่าไปใหม่มาทันทีไม่โกง ตอนนี้ก็รอติดตามข่าวของเวียยร์ตซ์ครับ โปรเจกต์ 100 ล้าน+ คนแรกของเรา

ส่วนเมื่อคืนนี้ก็ได้บทสรุปของแชมป์ยุโรปประจำฤดูกาลนี้กันแล้วนะครับ นั่นคือ PSG ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ผมไม่ได้ดูหรอกนะครับ ด้วยปัญหาสุขภาพ แต่จากที่ดูไฮไลต์ ต้องบอกว่าเขาสมควร และเหมาะสมทุกประการ คือเหลือกว่าคู่ชิงคืออินเตอร์ มิลาน ทุกกระบวนท่า 



อย่างที่เคยบอกครับผมเชียร์ PSG ให้ได้แชมป์ เพราะถ้าเราตกรอบเพราะทีมแชมป์ก็คงทำให้เสียใจน้อยลงนะครับ :) แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องยอมรับว่า PSG เป็นทีมที่ดีที่สุดในรอบเพลย์ออฟ ส่วนทีมเราเป็นทีมที่ดีที่สุดในรอบลีกเฟส (เราเป็นอันดับหนึ่งรอบนี้) ส่วนจะมีโค้ชคนไหน บอกว่าทีมของเขาดีที่สุดในแชมป์เปี้ยนส์ลีก ก็ปล่อยให้เขาคิดไปนะครับ เสียดายที่เราต้องมาเจอ PSG ในช่วงที่เขาฟอร์มกลับมาพอดี ทั้ง ๆ ที่ในรอบลีกเฟส เขาต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายกว่าจะได้เข้ารอบมา 

โอเคครับ ฤดูกาลนี้ก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ ถึงตอนนี้ก็รอลุ้นว่าเราจะได้ใครมาเสริมเพิ่มอีก เพื่อสู้กันต่อในฤดูกาลหน้า และจะมีใครที่ต้องไปจากเราบ้าง แล้วพบกันในบทความต่อไปของ #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ครับ... 

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เตรียมตัวร่วมฉลองแชมป์กันคืนนี้ ความคืบหน้ากับนักเตะใหม่ของเรา และยินดีกับสเปอร์

สวัสดีครับแฟนหงส์แดงทุกท่าน! "อาทิตย์ติดแอนฟิลด์" วันนี้มาในวันปิดท้ายฤดูกาล 2024/2025 ซึ่งเป็นวันที่เราจะได้ ชูถ้วยอย่างเป็นทางการและฉลองกันในสนาม หลังจากที่แชมป์ในฤดูกาล 2019-2020 ของเราต้องฉลองในสนามเปล่า

บอกตรงๆ นะครับ ผมอยากเห็นบรรยากาศมาก เพราะไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศที่เราได้ฉลองแชมป์ในสนามเลย ถึงแม้จะเชียร์ทีมมา 40 กว่าปี เพราะยุคที่เรารุ่งเรือง ก็ไม่มีการถ่ายทอดมาให้ดู พอเริ่มมีการถ่ายทอดที่เข้าถึงได้ ทีมเราก็ไม่มาซะงั้น พอกลับมาได้แชมป์ก็โควิดอีก ดังนั้น ปีนี้ก็จะเป็นปีแรกที่เราได้ร่วมฉลองกัน และก็หวังว่าเราจะได้ฉลองกันไปเรื่อยๆ ทุกปี!