วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

นักวิจัยระบุ 'ต้นทุนพลังงานที่ซ่อนอยู่' ของ AI Agent

KAIST-Research
ภาพจาก TechXplore โดย Korea Advanced Institute of Science and Technology

ทีมนักวิจัยจาก Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST) พบว่า ระบบ AI Agents ที่มีความสามารถในการวางแผน ใช้เครื่องมือทำงาน และประมวลผลหลายขั้นตอน มีการใช้พลังงานต่อหนึ่งคำสั่ง (Query) สูงกว่าระบบ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) แบบทั่วไปถึง 136.5 เท่า

ทางทีมวิจัยระบุว่า ระบบสถาปัตยกรรมแบบ Agentic Systems นี้ จะต้องทำการเรียกใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ซ้ำๆ หลายครั้ง ส่งผลให้เกิดความหน่วง (Latency) ในการทำงานเพิ่มขึ้นสูงถึง 153.7 เท่า และทำให้มีช่วงที่ปล่อยให้ชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) เปิดทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์ (Idle)

จากการทดสอบพบว่า AI Agent ขนาด 7 หมื่นล้านพารามิเตอร์ (70-billion-parameter) มีอัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยสูงถึง 348.41 วัตต์-ชั่วโมง ต่อหนึ่งคำสั่ง ซึ่งมากกว่าปริมาณพลังงานที่ระบบ Generative AI ทั่วไปใช้ในการตอบคำถามง่ายๆ ถึง 136.5 เท่า

อ่านข่าวเต็มได้ที่: TechXplore โดย Korea Advanced Institute of Science and Technology

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การสร้างโค้ดด้วย AI แซงหน้าการควบคุมแล้ว

binary-digit
ภาพจาก TechRadar โดย Craig Hale 

ผลสำรวจจาก GitLab ซึ่งเก็บข้อมูลจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากกว่า 1,500 คน พบว่า แม้เครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity) แต่เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้การส่งมอบซอฟต์แวร์เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเวลาที่ประหยัดไปได้กลับต้องถูกนำมาใช้เพิ่มขึ้นในขั้นตอนการตรวจสอบโค้ด (Code Review) การทดสอบความถูกต้อง (Validation) และการกำกับดูแล (Governance) แทน

แม้ว่านักพัฒนาส่วนใหญ่จะรายงานว่าพวกเขาสามารถเขียนโค้ดได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น แต่ 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ขั้นตอนการตรวจสอบโค้ด (Code Review) ได้กลายมาเป็นคอขวดหลัก (Primary Bottleneck) ในปัจจุบัน ในขณะที่อีก 73% ยอมรับว่าพวกเขามีกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการบำรุงรักษาระยะยาว (Maintainability) ของโค้ดที่ถูกสร้างขึ้นโดย AI

 อ่านข่าวเต็มได้ที่: TechRadar โดย Craig Hale 

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

แฮกเกอร์เผย Microsoft สามารถติดตามผู้ใช้ผ่าน Device ID ของ Windows

Microsoft
ภาพจาก PC Mag โดย Michael Kan 

การที่ Microsoft นำระบบ Global Device ID (GDID) มาใช้ในการสะกดรอยตามเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows ของ Peter Stokes ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแฮกเกอร์ และเชื่อมโยงกิจกรรมของเขาเข้ากับกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ Scattered Spider กำลังก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากในเรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานและการสอดส่องดูแลบนโลกออนไลน์

เอกสารที่ใช้ในศาลระบุว่า ตัวระบุเอกลักษณ์ของอุปกรณ์จาก Microsoft ตัวนี้ สามารถเชื่อมโยงตัวเครื่องเข้ากับการเข้าเยี่ยมชมบริการของบุคคลที่สามได้ ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคุกกี้บนเบราว์เซอร์ (Browser Cookies)

ส่งผลให้นักวิจัยด้านความเป็นส่วนตัวออกมาแจ้งเตือนว่า ตัวระบุลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้นในอนาคต และระบบติดตามที่คล้ายคลึงกันนี้อาจไม่ได้มีแค่ที่ Microsoft เพียงรายเดียว

อ่านข่าวเต็มได้ที่: PC Mag โดย Michael Kan 

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลังแห่ง ‘Quantum Proofs’

fortune-teller
ภาพจาก Quanta Magazine โดย Ben Brubaker

ทีมนักวิจัยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มีปัญหาทางคอมพิวเตอร์บางประเภทที่จำเป็นต้องใช้ "การพิสูจน์ทางควอนตัม" (Quantum proofs) ในการแก้ไขอย่างแท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวถูกนำเสนอในวิทยานิพนธ์ความยาว 100 หน้า และคว้ารางวัลบทความวิจัยยอดเยี่ยม (Best-paper award) ในงานประชุมวิชาการ 2026 ACM Symposium on Theory of Computing (STOC) ที่ผ่านมา

แกนหลักของงานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่ปัญหาที่เรียกว่า Spectral Forrelation ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบวิธีการวัดสถานะควอนตัม (Quantum state) สองวิธี โดยทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ความแตกต่างแบบ Oracle (Oracle separation) ระหว่างคลาสความซับซ้อนสองกลุ่ม ได้แก่ QMA (กลุ่มปัญหาที่ต้องตรวจยืนยันด้วยการพิสูจน์ทางควอนตัม) และ QCMA (กลุ่มปัญหาที่การพิสูจน์แบบดั้งเดิมหรือ Classical proofs แต่สามารถตรวจสอบได้ด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Quanta Magazine โดย Ben Brubaker

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ภาษา Rust ไต่ขึ้นสู่ 10 อันดับแรกในดัชนี Tiobe

Rust-Logo
ภาพจาก InfoWorld โดย Paul Krill

เป็นครั้งแรกที่ภาษา Rust ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 10 ภาษาโปรแกรมยอดนิยมจากดัชนี Tiobe Programming Community โดยขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 10 ด้วยส่วนแบ่งความนิยม 1.34% ในการจัดอันดับประจำเดือนกรกฎาคม 2026

ทาง Tiobe ระบุว่าการเติบโตของ Rust นั้นมาจากจุดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยในการจัดการหน่วยความจำ (Memory Safety) และประสิทธิภาพการทำงานที่สูง ซึ่งทำให้มันกลายเป็นทางเลือกชั้นนำในการทดแทนภาษา C และ C++ ที่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในด้านการบริหารจัดการหน่วยความจำ นอกจากนี้ อันดับที่เพิ่มขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมที่มีต่อภาษา Rust อีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: InfoWorld โดย Paul Krill

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569

หุ่นยนต์เหมือนคนเตรียมบริหารร้านสะดวกซื้อในฮ่องกง

robot-working-in-kitchen
ภาพจาก Interesting Engineering โดย Atharva Gosavi

ฮ่องกงเตรียมเปิดตัวร้านสะดวกซื้อรูปแบบแคปซูลที่ดำเนินการโดยหุ่นยนต์เหมือนคน (Humanoid Robot) ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างที่จะส่งเสริมให้สาธารณชนหันมาเปิดรับและใช้งาน AI มากขึ้น

ร้านค้าที่ขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์นี้ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท AI เชิงกายภาพ (embodied AI) จากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยหุ่นยนต์จะทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าได้หลากหลายภาษา และจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ ซึ่งการเปิดร้านในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นเวทีสาธิตการใช้งานจริงของเทคโนโลยี AI เชิงกายภาพในโลกยุคปัจจุบัน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Interesting Engineering โดย Atharva Gosavi

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

OpenAI ยื่น IPO แล้ว

OpenAI
Photo by Levart_Photographer on Unsplash

OpenAI ประกาศว่าบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (S-1) แบบลับ สำหรับการเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) แล้ว อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทย้ำว่ายังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับกระบวนการดังกล่าว

การยื่นเอกสารในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง Anthropic ได้ยื่นเอกสาร IPO ของตนเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจ AI 

ทั้งนี้ OpenAI มีมูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับประมาณ 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (852 billion) หลังจากการระดมทุนรอบใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NBC News โดย Steve Kopack

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Anthropic เผยแพร่เวอร์ชัน 'ปลอดภัย' ของโมเดล AI Claude Mythos สู่สาธารณะ

Claude
Photo by Aerps.com on Unsplash

Anthropic ได้เปิดตัว Fable 5 ซึ่งเป็นเวอร์ชันสาธารณะของโมเดล AI ขั้นสูงในตระกูล Mythos อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงจำกัดการเข้าถึงโมเดลตัวเต็มที่มีขีดความสามารถสูงสุดอย่าง Mythos 5 ไว้เฉพาะสำหรับองค์กรที่ผ่านการอนุมัติเท่านั้นเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

สำหรับ Fable 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับงานทั่วไป เช่น การเขียนโค้ด งานวิจัย และการวิเคราะห์รูปภาพ แต่หากมีคำขอที่อ่อนไหวหรือมีความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ชีววิทยา หรือเคมี ระบบจะส่งต่อคำขอนั้นไปยังโมเดลในระดับที่ต่ำกว่าและมีความสามารถน้อยกว่าโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Guardian (U.K.)

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Anthropic ยื่นเอกสารเบื้องต้นสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท

Antropic
 ภาพจาก NPR โดย John Ruwitch 

Anthropic ได้ยื่นเอกสารเบื้องต้นแบบลับ (Confidential filing) สำหรับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชน   ทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering) หรือ IPO ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์

ทางบริษัทเปิดเผยว่า การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ยังคงต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแล สภาวะตลาด และปัจจัยอื่นๆ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดจำนวนหุ้นและราคาที่จะเสนอขายแต่อย่างใด

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NPR โดย John Ruwitch 

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ผู้นำในวงการเทคโนโลยีร่วมลงนามในจดหมายเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธชีวภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

binary-digit
ภาพจาก Wired โดย Emily Mullin 

Demis Hassabis จาก Google DeepMind, Sam Altman จาก OpenAI, Dario Amodei จาก Anthropic และ Mustafa Suleyman จาก Microsoft AI เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกที่ยื่นต่อสภาคองเกรสแห่งสหรัฐฯ เพื่อเรียกร้องให้มีข้อบังคับให้ผู้ให้บริการ DNA และ RNA สังเคราะห์ ต้องทำการตรวจสอบประวัติลูกค้าและคำสั่งซื้อ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการนำไปใช้ในทางที่ผิด

กลุ่มผู้ลงนามได้เตือนว่า เทคโนโลยี AI ที่กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอาจช่วยลดกำแพงด้านความรู้ลง ซึ่งในอดีตกำแพงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสกัดกั้นไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถพัฒนาอาวุธชีวภาพขึ้นมาได้

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Wired โดย Emily Mullin 

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เรดาร์สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างแมลงชนิดต่าง ๆ ได้

a-researcher-in-field
ภาพจาก  IEEE Spectrum โดย Charles Q. Choi

ทีมนักวิจัยในยุโรปได้พัฒนาระบบเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (millimeter-wave radar) ที่สามารถระบุชนิดของแมลงผสมเกสรได้โดยไม่ต้องจับตัวหรือสร้างความเสียหายใดๆ แก่พวกมัน

แทนที่จะพึ่งพากล้องถ่ายภาพซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านแสง สภาพอากาศ และการเคลื่อนไหว ระบบนี้จะใช้วิธีวิเคราะห์การสะท้อนของคลื่นเรดาร์ที่เกิดจากการขยับปีกของแมลง หรือที่เรียกว่า "สัญญาณไมโคร-ดอปเปลอร์" (micro-Doppler signatures) โดยการใช้ระบบการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่ผ่านการฝึกฝนกับแมลงผสมเกสร 5 สายพันธุ์ ทำให้โมเดลนี้มีความแม่นยำในการระบุสายพันธุ์สูงถึง 85% และมีความแม่นยำในการแยกแยะระหว่างผึ้งกับตัวต่อสูงถึง 96%

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Charles Q. Choi

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ขอบเขตของพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว

Fileds-Boundaries
ภาพจาก  The Source (Washington University in St. Louis) โดย Beth Miller

ทีมนักวิจัยจาก Washington University ใน St. Louis, Taylor Geospatial และห้องปฏิบัติการ Microsoft AI for Good Lab ได้ร่วมกันสร้างแผนที่ขอบเขตพื้นที่เกษตรกรรมระดับโลกฉบับแรกขึ้นมา พร้อมทั้งเปิดให้สาธารณะสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI เชิงภูมิสารสนเทศ (Geospatial AI) เพื่อใช้ในการติดตามตรวจสอบภาคเกษตรกรรมทั่วโลก

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำแผนที่พืชพรรณ การประเมินผลผลิต การติดตามศัตรูพืช และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยการใช้ AI เข้ามาช่วยระบุพิกัดแปลงเกษตรกรรม ซึ่งระบบสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำแม้ว่าขนาดของพื้นที่และแนวทางปฏิบัติในการทำฟาร์มของแต่ละภูมิภาคทั่วโลกจะมีความแตกต่างกันอย่างมากก็ตาม

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Source (Washington University in St. Louis) โดย Beth Miller

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ AI ได้ด้วยเสาอากาศทั่วไป

data-center
ภาพจาก Popular Science โดย Yook JiHun

ทีมนักวิจัยในประเทศเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน ได้สาธิตเทคนิคการแฮกข้อมูลที่สามารถถอดและสร้างโครงสร้างสถาปัตยกรรมของโมเดล AI ขึ้นมาใหม่ได้ โดยการดักจับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่รั่วไหลออกมาจากชิปประมวลผลกราฟิก (GPU)

การโจมตีนี้ใช้เพียงแค่เสาอากาศและเครื่องรับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้มีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในกระเป๋าเป้ได้ โดยผู้โจมตีสามารถระบุชั้นข้อมูล (layers) และค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ของโมเดล AI ได้อย่างแม่นยำสูงถึง 97.6% แม้ว่าจะดำเนินการผ่านกำแพงคอนกรีตหรืออยู่ห่างออกไปหลายเมตรก็ตาม

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Popular Science โดย Yook JiHun

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เว็บไซต์มีวิธีใหม่ในการสอดแนมผู้เข้าชม: ด้วยการวิเคราะห์การทำงานของ SSD

SSD
ภาพจาก Ars Technica โดย Dan Goodin

นักวิจัยในประเทศออสเตรียได้พัฒนาเทคนิคการติดตามผ่านเว็บเบราว์เซอร์ที่สามารถอนุมานได้ว่าผู้ใช้กำลังเปิดเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันใดอยู่บนอุปกรณ์ โดยอาศัยการวัดความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยของเวลาในการตอบสนอง (timing interactions) ของฮาร์ดดิสก์แบบ Solid-State Drive (SSD)

การโจมตีนี้ใช้ประโยชน์จาก contention side channel โดยใช้ภาษา JavaScript และระบบ Origin Private File System ของเบราว์เซอร์ เพื่อเฝ้าติดตามความหน่วงในการอ่าน-เขียนข้อมูล (input-output latency) ของ SSD จากนั้นจึงนำรูปแบบที่ได้ไปวิเคราะห์ด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน (Convolutional Neural Network - CNN) ซึ่งเทคนิคนี้ทำงานภายในเบราว์เซอร์ทั้งหมดและไม่จำเป็นต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์ใดๆ จากผู้ใช้เลย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Ars Technica โดย Dan Goodin

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Apple เปิดเผยซอร์สโค้ดของระบบเข้ารหัสที่ทนทานต่อควอนตัม

Apple's CoreCrypto
ภาพจาก Help Net Security โดย Anamarija Pogorelec

 

Apple ได้ทำการเปิดซอร์สโค้ด (Open-source) ของชุดโปรแกรมเข้ารหัสลับหลังยุคควอนตัม (Post-Quantum Cryptography - PQC) ในคลังโปรแกรม corecrypto ร่วมกับบทพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์และเครื่องมือตรวจสอบ ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการปกป้องข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ซึ่งอาจมีศักยภาพในการเจาะระบบเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ (Public-key Encryption) ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้

ทั้งนี้ Corecrypto เป็นขุมพลังหลักที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบการเข้ารหัส, การแฮช (Hashing), ลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signatures), และการสุ่มตัวเลข (Random Number Generation) บนระบบปฏิบัติการและบริการทั้งหมดของ Apple ซึ่งถูกใช้งานในอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานอยู่ทั่วโลกมากกว่า 2.5 พันล้านเครื่อง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Help Net Security โดย Anamarija Pogorelec

ลาก่อนและขอบคุณอาร์เน่อ สล็อต

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมสรุปส่งท้ายว่าเราคงต้องอยู่กับอาร์เน่อ สล็อตไปก่อนอย่างน้อยช่วงหนึ่งในฤดูกาลหน้า แต่เมื่อเย็นวานข่าวออกมารัว ๆ ว่าเรากับอาร์เน่อแยกทางกันเรียบร้อย 


ภาพโดย Timmy96, CC0, via Wikimedia Commons

การแยกทางกับอาร์เน่อสำหรับผมก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำนะครับ อย่างที่เขียนไปในบล็อกที่แล้วว่าเพราะอะไร ยิ่งในนัดปิดฤดูกาลเราก็คงเห็นว่าทีมเราไม่มีอะไรที่พอจะมีความหวังว่าฤดูกาลหน้าจะดีขึ้นได้เลย เล่นดีอยู่แป๊ปนึง จากนั้นก็เป็นรองลงเรื่อย ๆ ขึ้นนำปุ๊ปก็เสียคืนปั๊ป แล้วก็ไม่มีแรงกระตุ้นเอาจริง ๆ เกือบแพ้คาบ้านส่งท้ายการอำลาสองตำนาน แค่เสมอด้วยฟอร์มแบบนั้นก็แย่แล้ว ถ้าแพ้นี่ไม่อยากจะพูดเลยว่าบรรยากาศจะเป็นยังไง

อาร์เน่อยังเปลี่ยนตัวมั่วเหมือนเดิม ตั้งแต่เริ่มต้นยันนัดสุดท้าย และผมก็ไม่แน่ใจนะว่าจริง ๆ การตัดสินใจว่าเขาไม่ได้อยู่ต่อมันอาจมาก่อนเริ่มเกมนั้นแล้ว และเขาก็อาจจะรู้ จึงดูเหมือนไม่กระตือรือร้นที่จะทำอะไร และช่วงอำลาสองตำนาน ขอบคุณแฟนบอล ก็เลือกที่จะนั่งดูอยู่บนม้านั่งสำรอง ซึ่งยิ่งเห็นความไม่เป็นพวกพ้อง ไม่เป็นหนึ่งเดียวกับทีม 

ผมไม่แน่ใจว่าการจะไม่ไปต่อกับอาร์เน่อมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ถ้าเกิดก่อนนี้มาสักสองสามสัปดาห์ แสดงว่าผู้บริหารสโมสรเราไม่เคยสนใจ ซาบี้ อลอนโซ่ เลย ปล่อยให้เขาไปอยู่กับเชลซี ซึ่งในมุมของผมและคิดว่าเดอะค็อปหลายคนก็น่าจะเสียดายนะ เพราะด้วยโปรไฟล์เขาพร้อมทุกอย่าง เคยคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าแบบไร้พ่าย เคยใช้งานทั้งเวียร์ตซ์ และฟริมปง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ไม่พร้อมในสายตาบอร์ดอาจะเป็นเรื่องที่เขาต้องการเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่แค่เป็นหัวหน้าโค้ช 

เต็งหนึ่งที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าโค้ชคนต่อไปของเราคือ อิราโอลา อดีตโค้ช บอร์นมัธ ซึ่งถ้าถามว่าผมดีใจไหม ก็บอกว่าเฉย ๆ นะ (แต่ก็คิดว่าดีกว่ายอมไปต่อกับอาร์เน่อ) คือสไตล์การเล่นของทีมบอร์นมัธ มันก็ดูเหมือนทีมเรา ดังนั้นทีมเราก็อาจกลับมาเล่นสนุกและมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ไม่อะไรหว่าเหมือนตอนนี้ 


AFC Bournemouth, CC BY 3.0 <https://creativecommons.org/licenses/by/3.0>, via Wikimedia Commons

แต่เอาจริง ๆ จากประสบการณ์ก็เห็นแล้วว่าโค้ชที่ดูดีกับทีมกลาง ๆ แต่พอมาคุมทีมใหญ่แล้วก็ไปได้ไม่ถึงไหน ตัวอย่างใกล้สุดคือเชลซี ที่ไปเอาแกรม พอร์ตเตอร์ ที่ทำได้ดีกับไบรจ์ตันมา แต่พอมาเชลซีแล้วก็ไม่รอด  เราก็เคยมีประสบการณ์กับ เบร็นดอน รอดเจอร์ มาแล้ว ตอนคุมสวอนซี ก็ดูดี พอมาอยู่กับเราก็ไปได้ไม่สุด และอิราโอลา ยังไม่เคยคว้าแชมป์อะไรเลยนะ ยังไงก็ขอให้คิดผิดแล้วกัน ถ้าได้เขาหรือใครก็ตามก็ต้องเชียร์อยู่แล้ว ก็ขออย่าให้เป็นลูปเปลี่ยนโค้ชไปเรื่อย ๆ แล้วไม่ดีขึ้น เหมือนแมนยู เชลซี และสเปอร์เลยนะ

เรื่องมุมมองตัวเองกับอิราโอลา คิดว่าอาจจะแยกเขียนเป็นอีกบล็อกดีกว่า เพราะยังไม่แน่นอนว่าใช่เขาจริงไหม และบล็อกนี้อยากส่งท้ายอำลาอาร์เน่อมากกว่า

ก็ขอขอบคุณอาร์เน่อ สล็อต ที่เข้ามาพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ให้กับสโมสร ไม่มีใครจะลืมผลงานสุดยอดนั้นได้ ถึงแม้การอยู่ด้วยกันมันจะสั้นกว่าที่คาดไว้ก็ตาม ขอขอบคุณและขอโชคดีกับเส้นทางอาชีพต่อไปนะอาร์เน่อ...  

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

วันปิดฤดูกาล 2025-2026

ผมวางแผนว่าจะโพสต์ให้ได้ทุกวันอาทิตย์ตลอดฤดูกาลนี้  แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะยุ่งสุด ๆ จนหาเวลาไม่ได้ และอีกอย่างถึงหาเวลาได้ ก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะโพสต์ครับ จากฟอร์มโดยรวมของทีมในฤดูกาลนี้ 

เราเริ่มพรีซีซันด้วยความหวัง เราได้นักเตะที่เราไม่เคยคิดว่าจะได้ ด้วยการทุ่มทุนอย่างที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนจาก FSG แต่สุดท้ายเรากำลังจะปิดฤดูกาลด้วยการต้องลุ้นชนะนัดสุดท้ายเพื่อการันตีที่ 5 หรืออาจจะได้ที่ 4 ขึ้นกับวิลล่าต้องแพ้ด้วย และเราจบอันดับต่ำกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่างแมนยูไนเต็ด ซึ่งฤดูกาลที่แล้วน่าจะอยู่สักอันดับ 15 มีแต้มห่างจากเราราว 40 แต้มได้ และตอนเริ่มต้นฤดูกาลก็ทำท่าจะแย่ด้วย ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังแน่ ๆ จากทีมแชมป์เก่า และทีมที่ทุ่มเงินในตลาดนักเตะซื้อสตาร์เข้ามามากมาย นอกจากนี้เรากำลังจะสูญเสียตำนานออกไปอีกสองคนคือ โรเบิร์ตสันกับซาลาห์ ซึ่งกรณีของซาลาห์ เขาต่อสัญญาออกไปกับเรา 2 ปี แต่สุดท้ายเขาเลือกที่จะไป มันต้องมีปัญหาอะไรแน่ ๆ 


Fars Media Corporation, CC BY 4.0 <https://creativecommons.org/licenses/by/4.0>, via Wikimedia Commons

เอาจริง ๆ ซิตี้ก็ไม่ได้แกร่งเหมือนเก่า อาร์เซนอลที่กุนซือแซะเราปีที่แล้วว่าเป็นแชมป์ได้แต้มน้อย (แต่ปีนี้เขาเป็นแชมป์ถ้าชนะนัดสุดท้ายก็ได้มากกว่าเราแต้มเดียว ถ้าไม่ชนะก็น้อยกว่าเราอีก) จริง ๆ ด้วยการเสริมทีมเข้ามาเราควรจะลุ้นได้มากกว่านี้ จริง ๆ ไม่ควรจบต่ำกว่าที่สองด้วยซ้ำ แล้วปัญหามันเกิดจากอะไร 

ส่วนตัวมองว่าฟอร์มของทีมเริ่มไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วแล้ว คือเราเล่นช้าลง คอนโทรลมากขึ้น แต่ก็ยังคงใช้การเพรซซิ่งเหมือนยุคคลอปป์อยู่ ซึ่งมันได้ผลดี ทำให้หลายคนยังยอมรับได้ ถีงจะเริ่มบ่นว่าดูสนุกน้อยลง แต่ก็ยังเป็นลิเวอร์พูลที่คุ้นเคย เหมือนกับเปลี่ยนจาก Rock จ๋า ๆ มาเป็น Pop Rock อะไรประมาณนี้ ซึ่งมันทำให้ทีมนำค่อนข้างห่าง แต่จุดเปลี่ยนจริง ๆ ที่เห็นคือหลังจากเราแพ้ PSG ตกรอบ ทีมดูเล่นช้าลงไปอีก ดูเหมือนอาร์เน่อจะเริ่มคิดมาก และเริ่มพยายามเปลี่ยนลิเวอร์พูล แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีขึ้น  เราสียแต้มในลีกอย่างไม่ควรเสียมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นแต้มยังไม่ขาดนะครับ แต่ด้วยความที่ต้นฤดูกาลนำมาเยอะ และซิตี้ก็มีปัญหา ทำให้เรายังคงได้แชมป์  และพอได้แชมป์ มันก็เลยไม่มีใครพูดถึงจุดนี้ 

แต่พอเริ่มฤดูกาลนี้ เราเปิดหัวด้วยการชนะติดกัน 5 นัด แต่ผมคิดว่าแฟนบอลหลายคนเริ่มเห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่ทีมที่เรารู้จัก เราเล่นช้าน่าเบื่อ กองกลางเก็บบอลจังหวะสองสู้คู่แข่งไม่ได้ กองกลางโล่งจนคู่แข่งโต้กลับมาถึงหน้าประตู ส่วนกองกลางอย่างเวียร์ซ ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวเรื่องเจอการเล่นหลัก ๆ ในลีก 

กองหลังก็ไม่แน่นเหมือนเดิม ถ้าไม่ได้ประตูทั้งสองคนคือทั้งอลิซอน กับมามาดาชวิลลี ช่วยกันเซฟไว้เราน่าจะโดนเยอะกว่านี้ นี่ขนาดนี้เรายังเสียประตูในลีกไปแล้ว 52 ลูก พูดถึงมามาดาชวิลลี ถึงเขาจะออกบอลด้วยเท้าได้แย่มาก และเป็นเหตุให้เราสียประตูสักสามสี่ลูกได้ ก็ต้องบอกว่ามีจังหวะช่วยเซฟเยอะอยู่นะ แต่ถ้าถามว่าจะเป็นตัวแทนที่ไว้ใจได้ของอลิซอนไหม ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่เชื่อมั่นเลย 

ส่วนกองหน้าซาลาห์ก็ฟอร์มตกไปเยอะ กักโปไม่ต้องพูดถึง และกองหน้าราคาแพงที่ซื้อเข้ามาก็มีอิกิติเก้ที่พอจะปรับตัวได้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ฟิต ดูเปราะเจ็บง่าย สุดท้ายก็ต้องพักยาวไปเลย ส่วนอิซัคก็มีปัญหางอแงกับทีมเดิมจนไม่เคยฟิตพอเลย และยังมาโชคร้ายโดนเสียบหนักจนเจ็บยาวไปอีก เราขายคนที่ไม่ควรขายอย่างดิอาซไป เพราะไม่อยากเพิ่มค่าแรงให้เขา เป็นอะไรที่บ้าบอมาก จริง ๆ ได้อิกิติเก้มาแล้ว ไม่ต้องซื้ออิซัค เพิ่มค่าแรงให้ดิอาซ  เก็บณูนเยสไว้ช่วยไล่แย่งบอล และเขาก็เล่นเข้าจังหวะกับซาลาห์อยู่แล้วด้วย จังหวะเข้าทำน่าจะดีกว่านี้ 

ความจริงก็เริ่มปรากฏเมื่อหลังจากนั้นในลีก 10 นัดถัดมา เราแทบไม่ชนะใครเลย แพ้เยอะมาก โดนยิงก่อนคือรับประกันว่าแพ้ โดนยิงนาทีบาปเป็นประจำ คือทีมเหมือนขาดความมั่นใจ แต่ไปเล่นใน UCL เจอทีมที่ไม่เล่นหนักหรืออุดเหมือนในลีกก็ทำได้ดีเป็นบางนัด แต่นัดที่แพ้ทีมจากฮอลแลนด์หมดรูปนี่ก็ดูไม่จืดเหมือนกัน ถึงใน UCL ยังจบหนึ่งใน 8 ไม่ต้องเพลย์ออฟ แต่ในลีกแย่มาก ทำท่าเหมือนจะกลับมา แต่ก็เต็มที่ชนะติดกันได้สุงสุดสามนัด ด้วยรูปเกมที่ไม่ดี ช้าน่าเบื่อ ไม่รู้เล่นบอลรูปแบบไหน บอกตามตรงดูลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ ผมเปิดคอมทำงาน หรือทำอย่างอื่นไปด้วย เอาจริง ๆ หลาย ๆ ครั้งอยากแค่เปิด livescore มาดูผลก็พอ 

ความน่ากลัวไม่ใช่ทีมแพ้ คือถ้าเล่นมีรูปทรงแล้วมันดวงแตกจริง ๆ แพ้ได้ แต่เล่นไม่มีทรง และเสียเอกลักษณ์ของทีมไปเรื่อย ๆ ตลอดฤดูกาลที่ผ่านไปนี่มันไม่ใช่ ซึ่งคนรับผิดชอบหลักก็คงไม่พ้นอาร์เนอ สล็อต จะอ้างว่านักเตะต้องปรับตัว นักเตะเจ็บ แต่ประเด็นคือคุณมีทั้งฤดูกาล คุณยังหาทรงทีมไม่เจอเลย หลายคนบอกว่าให้เวลาคลอปป์สร้างทีมตั้งเยอะทำไมไม่อดทนกับอาร์เนอ คำตอบคือทรงบอลของคลอปป์ชัดเจนตั้งแต่แรก และถ้าไม่โชคร้าย เขาน่าจะพาทีมความแชมป์อย่างน้อยลีกคัพ ตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรกที่เขามาคุมด้วยซ้ำ คือทรงบอลมันชัดแล้วเขาก็เติมเต็มเข้ามาเรื่อย ๆ ได้มาเน่ ซาลาห์ ไวนัลดุม จนสุดท้ายจิ๊กซอว์ที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวคือฟานไดจ์ กับอลิซอน คือคุณต้องมีระบบของคุณก่อน แล้วก็ดูว่ายังขาดตรงไหนที่จะทำให้ระบบคุณดีขึ้น แต่นี่ทั้งฤดูกาล ระบบคุณคืออะไร จนแฟนบอลแซวกันว่าจ่ายบอลเป็นรูปตัว U  ระบบที่คลอปป์วางไว้ ฤดูกาลที่แล้วก็ใช้ได้อยู่ จะมาเปลี่ยนมากมายทำไม

จะโทษอาร์เนอคนเดียวก็ไม่ได้ ทีมหลังบ้านอย่างริชาร์ด ฮิวจ์ ก็ต้องโดน อันแรกเลยคือเกฮี เท่าที่จำได้ เป็นชื่อแรกเลยที่บอกนักเตะตกลงสัญญาส่วนตัวเรียบร้อย แต่เป็นบ้าอะไรไม่รู้ ไม่รีบเซ็น ยิ่งไปกว่านั้น พอยังเซ็นไม่ได้ดันรีบขายควอนซาห์ออกไปอีก อีกคนที่ไม่ควรขายคือดิอาซ อันนี้เท่าที่ตามข่าว อาร์เนอก็ขอไม่ให้ขาย แต่พี่แกก็จะขาย มองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก คือกะเอาอิซัคมั้ง ทั้งที่จริงได้เอกิติเก้มาแล้ว ตำแหน่งมันทับกันไหม เอาจริง ๆ เก็บดิอาซ กับณูนเยสไว้น่าจะดีกว่า อย่างที่พูดมาแล้ว อีกคนที่น่าสงสารคือเอเลียต เอาจริง ๆ ถ้าวิลล่าจะไม่ซื้อ เอากลับมาให้โอกาสเขาเป็นตัวหมุนน่าจะดีกว่า แต่อันนี้ไม่รู้อาร์เน่อไม่เอาเองด้วยหรือเปล่า 



ภาพโดย Timmy96, CC0, via Wikimedia Commons

แต่สรุปคนรับผิดชอบหลัก ๆ ก็คืออาร์เนอ เอาจริง ๆ กองกลางของเรานี่น่าจะเป็นขุมกำลังที่มีนักเตะเจ็บน้อยที่สุดแล้ว แม็คอัลลิสเตอร์อาจจะฟอร์มตก แต่คนที่เหลือก็ยังเล่นได้ ดังนั้นมันควรจะปรับจูนได้ดีที่สุด แต่ทั้งฤดูกาลกองกลางเราสู้ใครแทบไม่ได้เลย แล้วมันก็เป็นปัญหาที่นำมาสู่การเสียประตู แค่ตัดบอลได้แทงบอลทีทะลุมาถึงหลังเลย แล้วหลังเราก็ขยันแจกโชค 

ดังนั้นอาร์เนอจะมาเรียกร้องขอเวลา สัญญาว่าฤดูกาลหน้าซื้ออีกคนสองคนกลับมาแน่ มันก็เลยทำให้คนไม่เชื่อ คือถ้าคุณทำบอลมีทรง แล้วทุกคนเห็นว่าเออมันเป็นเพราะมีคนเจ็บจริง ๆ นะที่ทำให้เป็นแบบนี้ เหมือนที่คลอปป์เคยเจอ แฟนบอลก็คงไม่โห่ไล่หรอก แฟนบอลลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์น่าจะเป็นแฟนบอลที่อดทนที่สุดแล้ว การที่คุณโดนโห่มันก็คงต้องพิจารณาตัวเอง 

ส่วนตัวไม่เชื่ออาร์เนอ คนที่อยากได้อย่างอลอนโซ่ ตอนนี้ก็ไม่ได้แล้ว ส่วนอาริโอลาของบอร์มัธ ก็เฉย ๆ นะ กลัวเป็นเหมือนร็อดเจอร์ แต่ถ้าต้องลองกันสักตั้งก็กัดฟันว่าเอานะ คือความเชื่อในตัวอาร์เนอมันไม่มีแล้ว และยิ่งฟังการสัมภาษณ์ยิ่งแล้วไปใหญ่ ดังนั้นถ้าจะต้องเริ่มต้นใหม่ก็ขอเริ่มกับคนใหม่แล้วกัน ถ้าได้เบอร์ใหญ่อย่างหลุยส์ เอนริเก้ นี่จะเซอร์ไพรส์มาก 

ถ้ากลับมาในโลกของความจริง เราคงต้องเริ่มต้นกับอาร์เนอในฤดูกาลหน้าแหละ แต่จะได้อยู่ไปจนจบไหม และลิเวอร์พูลจะเป็นยังไงก็ต้องไปลุ้นกัน ถ้าเขาพาทีมไปไม่รอดเราจะได้คนที่สามารถชุบชีวิตทีมได้เหมือนคลอปป์ไหม หรือจะวนลูปเหมือนแมนยูเปลี่ยนคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ยังไงก็หวังว่าอย่าให้ได้เลวร้ายจนต้องมาหนีตกชั้นเหมือนสเปอร์ในฤดูกาลนี้เลยนะ   

ถ้าจะต้องเริ่มฤดูกาลหน้าด้วยอาร์เนอหรือใครก็ตาม สิ่งที่ปรารถนาสูงสุดคือ ขอให้พาลิเวอร์พูลกลับมาเป็นทีมเดิม ที่วิ่งไล่บดบี้คู่แข่ง คิดเร็วทำเร็ว กลายเป็นทีมที่น่ากลัวสำหรับทุกทีม กลับมาเป็นแชมป์ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ลุ้นไปจนจบฤดูกาล และถ้าคนที่ทำได้เป็นอาร์เนอ ผมจะมาเขียนบทความขอโทษที่ไม่เชื่อใจ...  

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

ชิปที่ทำงานตลอดเวลา ตรวจจับใบหน้าได้ในเวลาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิวินาที

Closed-Up-Face
ภาพจาก IEEE Spectrum โดย Katherine Bourzac

ทีมนักวิจัยจาก Nvidia ได้พัฒนาระบบ Computer Vision แบบเปิดใช้งานตลอดเวลา (Always-on) ที่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ โดยมีความสามารถในการตรวจจับใบหน้ามนุษย์ได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 มิลลิวินาที

ชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แล็ปท็อป ยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous vehicles) และหุ่นยนต์ โดยสามารถลดการใช้พลังงานลงได้อย่างมหาศาลผ่านแนวทางที่เรียกว่า “Race to sleep” ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วแล้วรีบตัดเข้าสู่โหมดพักการทำงานทันที

ในขณะที่ระบบประมวลผลภาพทั่วไปมักต้องใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 10 วัตต์ แต่ระบบใหม่นี้ใช้กำลังไฟฟ้าน้อยกว่า 5 มิลลิวัตต์ และยังสามารถระบุส่ามีใบหน้ามนุษย์อยู่หรือไม่ได้ด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 99%

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Katherine Bourzac

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

ArXiv ประกาศความเป็นอิสระจาก Cornell

arxiv-org
ภาพจาก Science โดย Jeffrey Brainard 

ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ arXiv.org ผู้ให้บริการเผยแพร่บทความวิชาการก่อนการตีพิมพ์ (Preprint) จะเปลี่ยนสถานะเป็นบรรษัทไม่แสวงหากำไรที่เป็นอิสระ (Independent nonprofit corporation) หลังจากที่ได้รับการดูแลโดย Cornell University มานานกว่า 2 ทศวรรษ

Greg Morrisett จาก Cornell Tech ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะช่วยให้ arXiv สามารถระดมทุนได้มากขึ้นจากกลุ่มผู้บริจาคที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนจำนวนงานวิจัยในรูปแบบ Preprints ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า เงินทุนดังกล่าวจะช่วยให้ arXiv สามารถรับมือกับการเกิดขึ้นของ "slop" หรือเนื้อหาขยะที่สร้างขึ้นโดย AI ได้อีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Science โดย Jeffrey Brainard 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

เงินเดือนของบุคลากรด้านเทคโนโลยีหลักของญี่ปุ่นถูกกว่าของมาเลเซียแล้ว

Jaoan-Malaysia-Flags
ภาพจาก Nikkei Asia (Japan) โดย Tsubasa Suruga

ข้อมูลจาก Hays Specialist Recruitment Japan พบว่า อัตราเงินเดือนในตำแหน่งงานหลักด้านเทคโนโลยีของประเทศมาเลเซียได้พุ่งสูงขึ้นจนแซงหน้าตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและภาคส่วนกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของมาเลเซีย

เพดานเงินเดือนระดับสูงสุดในมาเลเซียพุ่งขึ้นไปถึง 28 ล้านเยน (ประมาณ 176,000 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับทั้งตำแหน่ง CTO และ IT directors ในขณะที่ตำแหน่งเดียวกันนี้ในญี่ปุ่นมีอัตราเงินเดือนอยู่ที่ 26 ล้านเยน (ประมาณ 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และ 25 ล้านเยน (ประมาณ 157,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามลำดับ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Nikkei Asia (Japan) โดย Tsubasa Suruga