วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

บริษัท Snap ตกลงยุติคดีฟ้องร้องเรื่องการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ก่อนการพิจารณาคดี

snap-logo
ภาพจาก BBC News โดย Lily Jamali

Snap บริษัทแม่ของ Snapchat ได้บรรลุข้อตกลงยอมความในคดีความเรื่องการเสพติดโซเชียลมีเดีย เพียงไม่กี่วันก่อนที่คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาล ณ นครลอสแอนเจลิส โดยโจทก์ซึ่งเป็นหญิงสาววัย 19 ปี อ้างว่าการออกแบบอัลกอริทึมบนแพลตฟอร์มอย่าง Snapchat เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเสพติดและส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเธอ

ในขณะที่ Snap เลือกที่จะยุติคดีด้วยการยอมความ (settlement) แต่จำเลยรายอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง Meta, TikTok และ YouTube ยังไม่มีการยอมความ และกระบวนการพิจารณาคดีจะดำเนินต่อไปสำหรับบริษัทเหล่านี้

คดีนี้อาจกลายเป็นการท้าทายความเชื่อมั่นของบริษัทโซเชียลมีเดียที่มักใช้การคุ้มครองจาก Section 230 (กฎหมายที่คุ้มครองแพลตฟอร์มไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผู้ใช้โพสต์) โดยฝั่งโจทก์โต้แย้งว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้จงใจออกแบบระบบเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการเสพติด

อ่านข่าวเต็มได้ที่: BBC News โดย Lily Jamali

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

GPT-5.2 พัฒนาช่องโหว่ Zero-Day ในระดับขนาดใหญ่

GPT-Logo
ภาพจาก Cyber Security News โดย Tushar Subhra Dutta

Sean Heelan นักวิจัยอิสระด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ทำการศึกษาและพบว่า GPT-5.2 มีความสามารถในการพัฒนา Zero-day exploits (รหัสโจมตีช่องโหว่ที่ยังไม่มีการแก้ไข) ได้ด้วยตัวเองในระดับสเกลใหญ่ โดย Heelan ได้ทดสอบ GPT-5.2 และ Opus 4.5 กับช่องโหว่ใน QuickJS JavaScript interpreter ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือโค้ดโจมตีที่แตกต่างกันกว่า 40 รายการจากการกำหนดค่า (configurations) 6 รูปแบบ

GPT-5.2 สามารถผ่านโจทย์การทดสอบได้ทั้งหมด รวมถึงงานที่มีความซับซ้อนอย่างการเจาะผ่านระบบป้องกันความปลอดภัยหลายชั้น (bypassing multiple security protections) งานทั้งหมดสำเร็จภายในเวลา ไม่ถึง 3 ชั่วโมง โดยใช้ทรัพยากรการประมวลผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แม้ว่าการทดสอบนี้จะมุ่งเป้าไปที่ interpreter ในรูปแบบที่ลดทอนความซับซ้อนลง แต่ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพที่จะขยายขีดความสามารถ (scalability) ไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่และซับซ้อนกว่านี้ได้

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Cyber Security News โดย Tushar Subhra Dutta

วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

บทความที่ได้รับการยอมรับจาก NeurIPS มีจำนวนการอ้างอิงแบบหลอน ๆ จาก AI มากกว่า 100 ครั้ง

GPT-Chip
Photo by D koi on Unsplash

GPTZero สตาร์ทอัพจากแคนาดา ได้ใช้เครื่องมือตรวจจับที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิงเทียบกับฐานข้อมูลวิชาการและเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์บทความวิจัยกว่า 4,000 ฉบับที่ได้รับการตอบรับและนำเสนอในงานประชุมด้าน AI ระดับโลกอย่าง NeurIPS (Neural Information Processing Systems) 2025

 ทางบริษัทระบุว่า ตรวจพบการอ้างอิงที่เกิดจากอาการ "AI หลอน" (AI-hallucinated citations) หลายร้อยรายการในบทความวิจัยอย่างน้อย 53 ฉบับ ซึ่งการอ้างอิงปลอมเหล่านี้สามารถเล็ดลอดสายตาของผู้ตรวจสอบ (Reviewers) อย่างน้อย 3 คนที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจทานในแต่ละบทความไปได้

โดยลักษณะของข้อมูลที่พบมีตั้งแต่ การอ้างอิงที่ ถูกสร้างปลอมขึ้นมาทั้งหมด (Entirely fabricated) การ ดัดแปลงข้อมูลบางส่วน จากงานวิจัยที่มีอยู่จริง เช่น การปลอมชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หรือชื่อวารสารให้ผิดไปจากความเป็นจริง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Fortune โดย Sharon Goldman

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

็Hinton เป็นนักวิทยาศาสตร์คนที่สองที่มีการอ้างอิงผลงานมากกว่า 1 ล้านครั้ง

Scholar-Citation
ภาพจาก 36Kr (China)

Geoffrey Hinton  ผู้ชนะรางวัล ACM A.M. Turing Award กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์รายที่สอง ต่อจาก Yoshua Bengio เพื่อนร่วมรางวัล Turing Award ที่มียอดการถูกนำไปอ้างอิง (citations) บน Google Scholar มากกว่า 1 ล้านครั้ง

ผลงานที่ถูกอ้างอิงสูงสุดของ Hinton:

อันดับ 1: งานวิจัยปี 2012 เรื่อง "ImageNet classification with deep convolutional neural networks" ซึ่งมียอดการอ้างอิงมากกว่า 180,000 ครั้ง

อันดับ 2: งานวิจัยปี 2015 เรื่อง "Deep learning" ซึ่งเขียนร่วมกับ Bengio และ Yann LeCun ผู้ชนะรางวัล Turing Award อีกท่านหนึ่ง โดยมียอดการอ้างอิงมากกว่า 100,000 ครั้ง

อ่านข่าวเต็มได้ที่: 36Kr (China)

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

อุปกรณ์สวมใส่ช่วยคืนเสียงให้แก่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

handshake
Photo by National Cancer Institute on Unsplash

ทีมนักวิจัยจาก University of Cambridge ในสหราชอาณาจักร ได้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่เคยประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (strokes) หรือมีอาการทางประสาทอื่น ๆ สามารถฟื้นฟูเสียงพูดของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ในสมองในแบบที่รุกล้ำร่างกาย (invasive brain implants)

อุปกรณ์ดังกล่าวมีชื่อว่า Revoice ซึ่งสามารถถอดรหัสสัญญาณเสียงพูด สัญญาณบ่งชี้ทางอารมณ์ และข้อมูลสภาพแวดล้อมโดยใช้เซ็นเซอร์และ AI ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้สวมใส่ไว้รอบคอ โดย Revoice จะแปลสัญญาณต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อลำคอให้กลายเป็นคำพูด อีกทั้งยังสามารถพยากรณ์และส่งคำพูดออกมาเป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้อีกด้วย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Independent (U.K.) โดย Jane Kirby

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569

AI ช่วยส่งเสริมอาชีพนักวิจัย แต่ทำให้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ราบเรียบเกินไป

ิbroken-pencils
ภาพจาก IEEE Spectrum โดย Elie Dolgin 

นักวิจัยจาก University of Chicago และ Beijing National Research Center for Information Science and Technology ของประเทศจีน พบว่านักวิทยาศาสตร์ที่ใช้เครื่องมือ AI ในการทำงาน มีผลงานตีพิมพ์มากกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ถึง 3 เท่า และได้รับการอ้างอิง (citations) สูงกว่าเกือบ 5 เท่า นอกจากนี้ยังสามารถก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำได้เร็วกว่าปกติถึง 1-2 ปี

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังระบุว่า AI ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงขั้นตอนการทำงานวิจัยในส่วนที่ง่ายให้เป็นระบบอัตโนมัติ (automates easier parts) มากกว่าที่จะเป็นการช่วยขยายขอบเขตการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ (expanding scientific discovery)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: IEEE Spectrum โดย Elie Dolgin

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

การวัดประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบใช้สปิน (spin-based)

quantum-bits
ภาพจาก  Physics

นักวิจัยได้ทำการทดสอบเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) สำหรับคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 6 คิวบิต (six-qubit quantum computer) ที่สร้างขึ้นจากสปินของอิเล็กตรอน (electron spins) ภายในสารกึ่งตัวนำชนิดจุดควอนตัม (semiconductor quantum dots)

สิ่งที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบตัวนำยิ่งยวด (Superconducting quantum computers) คือ อุปกรณ์แบบใช้สปิน (spin-based devices) สามารถผลิตขึ้นได้ด้วยเทคนิค complementary-metal-oxide-semiconductor (CMOS) แบบเดียวกับที่ใช้ในกระบวนการผลิตวงจรรวม (Integrated circuits) ทั่วไป

ทีมวิจัยได้ทดสอบวงจรที่มีความซับซ้อนโดยการแพร่กระจายสภาวะพัวพัน (entanglement) ไปทั่วทั้ง 6 คิวบิต จากนั้นจึงทำการย้อนกลับกระบวนการเพื่อวัดค่าความแม่นยำ ผลการทดสอบพบว่าค่าความเที่ยงตรง (fidelity) ลดลงเมื่อมีการใช้จำนวนคิวบิตมากขึ้นและมีการทำงานที่ยาวนานขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการสะสมของสัญญาณรบกวน (noise)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Physics

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569

กลับบิตเพียงหนึ่งบิตก็ทำให้ซีพียู AMD เปิดช่องโหว่ของเครื่องเสมือนได้แล้ว

AMD-Chip
Photo by Andrew D on Unsplash

นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากสถาบัน CISPA Helmholtz Center for Information Security ในประเทศเยอรมนี ได้ตรวจพบช่องโหว่ในหน่วยประมวลผล AMD Zen CPU ที่สามารถทำลายความปลอดภัยเชิงบูรณาการ (integrity) ของเครื่องเสมือนที่เป็นมีความปลอดภัยขั้นสูง (confidential virtual machines) ซึ่งใช้เทคโนโลยี AMD’s SEV-SNP ได้

ช่องโหว่ดังกล่าวมีชื่อว่า StackWarp เปิดโอกาสให้โฮสต์ที่ประสงค์ร้าย (malicious host) ที่มีการเปิดใช้งานระบบ simultaneous multithreading (SMT) สามารถเข้ามาจัดการกับ stack pointer ของเครื่องเสมือนที่ได้รับการป้องกันอยู่ได้ โดยการสลับบิตควบคุม (control bit) ที่ไม่มีการระบุไว้ในเอกสารเพียงบิตเดียว การโจมตีนี้อาจส่งผลให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนถูกเปิดเผย ก้าวข้ามกลไกการตรวจสอบสิทธิ์ (authentication mechanisms) และสามารถเข้าถึงระบบในระดับ kernel ได้อย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ AMD ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 และเผยแพร่ประกาศด้านความปลอดภัยโดยระบุว่าช่องโหว่นี้มีความรุนแรงในระดับต่ำ (low severity)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.) โดย Thomas Claburn

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

รายงานระบุว่า ความเสี่ยงของการใช้ AI ในโรงเรียนมีมากกว่าประโยชน์

students-using-laptop
ภาพจาก NPR โดย Cory Turner

รายงานฉบับใหม่จาก Brookings Institution สรุปว่าในปัจจุบัน ความเสี่ยงของการใช้ Generative AI ในการศึกษาระดับ K-12 (ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย) นั้นมีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ

แม้ว่า AI จะสามารถช่วยในด้านการอ่าน การเขียน การวางแผนการสอน และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสติปัญญา แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็อาจขัดขวางพัฒนาการทางสติปัญญา สังคม และอารมณ์ โดยการส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปและลดทอนทักษะการคิดวิเคราะห์ (critical thinking)

รายงานฉบับนี้ได้เรียกร้องให้มีการใช้ AI ในลักษณะที่เป็นส่วนเสริม (supplement) ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่ (replace) ครูผู้สอน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มี ความฉลาดทางดิจิทัลด้าน AI (AI literacy) แบบองค์รวม การเข้าถึงที่เท่าเทียม (equitable access) การออกแบบที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (child-centered design)  และกฎระเบียบจากภาครัฐ (government regulation)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NPR โดย Cory Turner

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

CAISI ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของระบบ AI Agent

AI-Chip
Photo by Igor Omilaev on Unsplash

ศูนย์มาตรฐานและนวัตกรรม AI (Center for AI Standards and Innovation หรือ CAISI) ภายใต้สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Institute of Standards and Technology - NIST) ได้ทำเรื่องขอข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาและการปรับใช้งานระบบ AI agent อย่างปลอดภัย

ทางศูนย์ได้เปิดรับข้อมูลจากเหล่านักพัฒนา AI agent, นักวิจัยด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ในประเด็นดังต่อไปนี้:

  • ภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ที่ส่งผลกระทบต่อระบบ AI agent
  • วิธีการเสริมสร้างความปลอดภัย ทั้งในขั้นตอนการพัฒนาและการนำไปใช้งานจริง
  • ช่องว่างที่อาจเกิดขึ้น ในแนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับระบบ AI agent
  • แนวทางการวัดระดับความปลอดภัย รวมถึงการคาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนา

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NIST

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

นักเรียนในกรุงโซลเกือบทั้งหมดใช้ AI สร้างสรรค์

Korean-Students
ภาพจาก The Korea Herald โดย Lee Seung-ku

ผลการสำรวจนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายจำนวน 26,541 คนในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยสถาบันวิจัยและสารสนเทศการศึกษาแห่งกรุงโซล (Seoul Education Research and Information Institute) พบว่านักเรียนถึง 94.7% เคยใช้งาน Generative AI โดยในจำนวนนี้มีนักเรียนถึง 80% ที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ ซึ่งแบ่งเป็นการใช้ในกิจกรรมในชั้นเรียน (42.5%) และการศึกษาด้วยตนเอง (35.7%)

ในขณะเดียวกัน จากการสำรวจครูจำนวน 3,334 คน พบว่าครูกังวลด้านต่าง ๆ ดังนี้  93.4% กังวลว่านักเรียนจะพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป (Overly dependent) 92.4% กังวลเกี่ยวกับปัญหาการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) ที่อาจเกิดขึ้น 92.5% กังวลว่า AI จะขัดขวางการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) ของนักเรียน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Korea Herald โดย Lee Seung-ku

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

เอฟบีไอเตือนถึงการใช้ประโยชน์จากรหัส QR โดยสายลับไซเบอร์ชาวเกาหลีเหนือ

QR-Code-Mobile_screen
Photo by Markus Winkler on Unsplash

สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ FBI ได้ออกคำเตือนว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังใช้ QR codes เป็นยุทธวิธีใหม่ในการทำ Phishing โดยการฝังลิงก์อันตรายไว้ในแคมเปญที่เรียกว่า “Quishing”

หน่วยงานระบุว่ากลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือได้ทำการซ่อน URLs ไว้ใน QR codes ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางเหยื่อไปยังหน้าล็อกอินปลอมของ Microsoft 365, Okta หรือหน้าเข้าใช้งาน VPN เพื่อขโมยข้อมูลประจำตัว (Credentials) และ Session tokens เพื่อใช้ในการบายพาสหรือข้ามระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor authentication)

สำหรับเป้าหมายในปี 2025 ที่ผ่านมา ได้แก่กลุ่มคลังสมอง (Think tanks) มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายด้านเกาหลีเหนือและความมั่นคงแห่งชาติ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.) โดย Carly Page

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์และญี่ปุ่นร่วมมือกันด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง

quantum-computing
ภาพจาก ComputerWeekly.com; Aaron Tan

ประเทศสิงคโปร์และประเทศญี่ปุ่นได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation) เพื่อผลักดันความก้าวหน้าด้าน Quantum Computing โดยข้อตกลงนี้นับเป็นความร่วมมือด้านควอนตัมระดับทวิภาคีอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสิงคโปร์

ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่หลายด้านประกอบด้วย: ความร่วมมือด้านการวิจัย การปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ (Talent exchange)

นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยร่วมกัน การดำเนินโครงการนำร่องข้ามพรมแดน และการใช้สนามทดสอบ (Testbeds) โดยความร่วมมือนี้จะดึงจุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์ของประเทศญี่ปุ่น มาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน Quantum software และการสื่อสารของสิงคโปร์

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ComputerWeekly.com โดย Aaron Tan

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

นักพัฒนาส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจโค้ดที่สร้างโดย AI แต่กลับไม่ตรวจสอบโค้ดนั้น

computer-arts
Photo by Growtika on Unsplash

ผลสำรวจ State of Code Developer Survey โดย Sonar ซึ่งเก็บข้อมูลจากนักพัฒนามากกว่า 1,100 คนทั่วโลก เผยให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (48%) ระบุว่าพวกเขาทำการตรวจสอบรหัส (code) ที่สร้างโดย AI แม้ว่าในจำนวนนี้มีถึง 96% ที่เชื่อว่ารหัสที่สร้างโดย AI ดังกล่าวนั้นมีความผิดพลาดในเชิงการทำงาน (functionally incorrect)

ในส่วนของพฤติกรรมการใช้งาน พบว่า 42% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากโมเดล AI ในการเขียนโค้ด และอีก 72% มีการใช้เครื่องมือ AI coding tools เป็นประจำทุกวันหรือวันละหลายครั้ง นอกจากนี้ นักพัฒนาที่ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมด (95%) กล่าวว่าพวกเขาต้องใช้เวลาไปกับการตรวจสอบ ทดสอบ และแก้ไขผลลัพธ์ที่ได้จาก AI

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.) โดย Thomas Claburn

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

การฝัง "แสตมป์ไปรษณีย์" ส่งอีเมลความคิดไปยัง AI

ฺBISC
ภาพจาก 

Ken Shepard จาก Columbia University และคณะผู้วิจัย ได้พัฒนาอินเทอร์เฟซสมอง-คอมพิวเตอร์ (brain–computer interface) รุ่นใหม่ที่บางเฉียบและทำงานแบบไร้สาย โดยออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างสมองและเครื่อง

อุปกรณ์ซิลิคอนที่มีขนาดเท่ากับ "แสตมป์" นี้มีชื่อว่า Biological Interface System to Cortex (BISC) ซึ่งจะถูกวางไว้บนพื้นผิวของสมองโดยไม่ต้องใช้สายไฟหรือขั้วไฟฟ้าที่ต้องเจาะทะลุเข้าไปในเนื้อสมอง ช่วยลดความเสี่ยงในการรุกล้ำร่างกายและลดการสูญเสียสัญญาณในระยะยาว

BISC เป็นการรวมตัวกันของขั้วไฟฟ้าหลายหมื่นชุด ระบบรับส่งข้อมูลไร้สายความเร็วสูง และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายในชิปเพียงตัวเดียว นอกจากนี้ยังใช้โมเดล AI ในการถอดรหัสข้อมูลบันทึกที่มีแบนด์วิดท์สูง เพื่อระบุการเคลื่อนไหวของร่างกาย ข้อมูลประสาทสัมผัส สภาวะของสมอง รวมถึงความตั้งใจหรือเจตนาของผู้ใช้งาน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: New Atlas โดย Malcolm Azania

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569

เทคโนโลยี VR ช่วยให้ผู้สูงอายุสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในชีวิตจริง

Elders-wear-VR-headsets
ภาพจาก Associated Press โดย Michael Liedtke

ในชุมชนผู้สูงอายุบางแห่งในอเมริกา กลุ่มผู้สูงวัยเริ่มมีการใช้ชุดอุปกรณ์ VR (Virtual Reality) เพื่อออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ย้อนรำลึกถึงย่านที่เคยอาศัยในวัยเด็ก และแบ่งปันประสบการณ์เสมือนจริงร่วมกัน

บริษัทอย่าง Rendever เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโปรแกรมที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ซึ่งถูกนำไปใช้ในชุมชนผู้สูงอายุกว่าหลายร้อยแห่ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสนทนา เสริมสร้างการทำงานของสมอง (Cognitive stimulation) และสร้างความผูกพันทางอารมณ์

Adrian Marshall จาก The Terraces ซึ่งเป็นชุมชนผู้สูงอายุในเมือง Los Gatos รัฐ California ได้กล่าวถึงเทคโนโลยี VR ของ Rendever ว่า “มันช่วยสร้างสะพานเชื่อมความเป็นมนุษย์ที่ทำให้พวกเขาตระหนักว่า ตนเองมีความคล้ายคลึงและมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน มันช่วยเปลี่ยนโลกเสมือนให้กลายเป็นความจริงขึ้นมา”

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Associated Press โดย Michael Liedtke

วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568

จำนวนนักศึกษาในสหราชอาณาจักรที่เรียนปริญญาด้านปัญญาประดิษฐ์เพิ่มขึ้น 42%

students-inclass
ภาพจาก BCS-The Chartered Institute for IT

มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร พบว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรปริญญาด้าน AI โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 42% คิดเป็นจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีปีที่หนึ่งสูงถึง 1,165 คน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ อ้างอิงข้อมูลจาก BCS, The Chartered Institute for IT

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเติบโตดังกล่าว แต่นักศึกษาในสาขา AI ยังคงคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4% ของผู้เข้าเรียนในสายคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เนื่องจากหลักสูตรในภาพรวม เช่น Computer Science (วิทยาการคอมพิวเตอร์) และ Software Engineering (วิศวกรรมซอฟต์แวร์) ยังคงเป็นสาขาหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด

อ่านข่าวเต็มได้ที่: BCS-The Chartered Institute for IT

คุยกันหลังข่าว: 

ขอสวัสดีปีใหม่ 2569 มายังผู้อ่านทุกท่านนะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านกัน ในปีนี้ต้องขอโทษด้วยที่ข่าวอาจไม่สม่ำเสมอ ด้วยปัญหาสุขภาพ คือปัญหาสุขภาพทำให้เคลียร์งานหลักแทบไม่ทัน ทำให้แทบไม่มีเวลามาเขียนข่าว ปีใหม่ 2569 นี้ หวังว่าจะทำให้ได้สม่ำเสมอมากขึ้น ขอให้ติดตามกันต่อไปนะครับ มีคำแนะนำติชมอะไร ก็เสนอแนะไว้ในคอมเมนต์ได้ครับ ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ    

รีวิวปี 2568 และสวัสดีปีใหม่ 2569

้happy-new-year
Photo by Kelly Sikkema on Unsplash

ปกติผมไม่เคยคิดรีวิวปีที่ผ่านมาอะไรเลยครับ เพราะชีวิตตัวเองหลังจากผ่านหลักเลขสี่มาแต่ละปีมันก็ผ่านไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มีความแตกต่างแต่ปีนี้มันมีอะไรซึ่งทำให้อยากจะรีวิวไว้สักหน่อยครับ 

ปี 2568 ที่กำลังจะผ่านไปนี้ ผมอยากเรียกมันว่าปีแห่งความเจ็บป่วยครับ และมันเป็นความเจ็บป่วยแบบที่มีสัญญาณมาก่อน แต่ผมไม่สนใจมันเองครับ สิ่งที่ร่างกายมันเตือนแต่ผมไม่สนใจ จนมาย้อนกลับไปมองหลังจากป่วยแล้วคือ มันมีคืนที่ผมนอนไม่หลับบ่อยขึ้นครับ และมีบางคืนที่ผมนอนลงบนเตียงแล้วรู้สึกแน่นหายใจไม่ออกต้องลุกขึ้นมาเดินสักพักหนึ่งถึงจะลงไปนอนต่อได้ คือมันไม่ได้เกิดทุกคืนนะครับ แต่มันเกิดขึ้นประมาณเดือนละครั้ง หรือสองครั้ง เดี๋ยวผมจะมาสรุปสาเหตุให้ฟังนะครับว่ามันเกิดเพราะอะไร เรามารีวิวปีนี้ให้เสร็จกันก่อน 

ผมเริ่มปีด้วยสิ่งที่ดีนะครับ วันปีใหม่ ลูกชายคนโตกับแฟนเขา พาผมกับภรรยาไปไหว้พระ แล้วก็ไปกินติ่มซำเจ้าดังกัน ซึ่งในวันนั้นผมก็ปกติทุกอย่างยกเว้นเริ่มไอมากขึ้น จนตอนกลางคืนผมมีอาการนอนไม่ได้แน่นต้องลุกมาเดิน แล้วพอลงนอนก็นอนไม่หลับ ก็คิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวกลางคืนก็คงนอนหลับ ตอนเช้าก็มานั่งทำงาน คราวนี้อาการแน่นท้องมันไม่ยอมหายครับ แค่จะนั่งทำงานก็รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว เอาเป็นว่านั่งไม่ได้ครับ ต้องลุกเดินอย่างเดียว แล้วเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอน พอรู้สึกง่วงจะล้มตัวลงนอนก็นอนไม่ได้แน่นหายใจไม่ออก 

ผมเริ่มรู้สึกว่าน่าจะไม่ปกติแล้ว ก็บอกภรรยาว่าต้องไปหาหมอแล้วละ ภรรยาก็พาไปฉุกเฉินครับ วันนั้นคือวันที่ 2 มกราคม 2568 ครับ จากวันนั้นเป็นต้นมาปีนี้ก็กลายเป็นปีเจ็บป่วยของผมครับ ผมโดนใส่สายสวนผ่านหลอดอาหารเพื่อระบายลมจากกระเพาะอาหาร เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โดยใส่สายสวนแบบนี้ เจ็บมากครับ 

จากการไปตรวจวันนั้น โดนทำ CT-Scan พบนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งคุณหมอคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมแน่นท้องอึดอัด แต่คุณหมอไม่สามารถผ่าให้ผมได้เลย เพราะผมต้องไปรักษาอาการไอ ซึ่งเกิดจากปอดติดเชื้อให้หายก่อน คุณหมอบอกว่าผ่าไม่ยากใช้ส่องกล้อง แต่ผ่าเลยไม่ได้ถ้าปอดยังมีปัญหา เพราะดมยาสลบไม่ได้ 

ผมต้องรักษาปอดอยู่สองเดือนครับ กินยาเม็ดใหญ่ ๆ 80 เม็ด ยาอะไรไม่รู้ครับ เม็ดใหญ่เป็นบ้า ขนาดผมเป็นคนกินยาง่ายยังสยอง แล้วช่วงสองเดือนนั้นเหมือนตกนรกครับ เพราะอาการแน่นท้อง คลื่นไส้ เวียนหัวยังคงอยู่เหมือนเดิม นั่งไม่ได้ และนอนไม่หลับ ผมต้องขอนักศึกษาสอนออนไลน์ เพราะไม่กล้าไปสอนในห้องครับ กลัวไปเป็นอะไรหน้าห้อง แล้วเรื่องนอนไม่หลับนี่ เกือบทำให้ผมต้องติดยานอนหลับไปเลยครับ โชคดีที่โลกนี้มีอินเทอร์เน็ตทำให้ผมจากที่ไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย เพราะตัวเองไม่เคยเป็นมีความรู้มากขึ้นอย่างมาก ผมเคยเขียนถึงเรื่องนอนไม่หลับนี้มาแล้วในบล็อกนี้นะครับ ถ้าสนใจไปอ่านกันได้ 

พอรักษาปอดหาย เดือนมีนาคม อาการคลื่นไส้อะไรมันก็ดีขึ้นนะครับ ก็ไปพบคุณหมอที่รักษานิ่ว เราก็ดีใจกันครับว่าโอเคผ่าตัดได้แล้ว แต่คิวรพ.รัฐนี่มันก็อย่างที่รู้กันแหละครับว่าเป็นยังไง ซึ่งคุณหมอก็พยายามช่วยหาคิวให้ จนได้คิวปลายเดือนพฤษภาคม ก็คือผมรักษาปอดหายมีนาคม ต้องรออีกสองเดือนคือ พฤษภาคม นั่นเท่ากับผมต้องรอไปอีกสองเดือน นั่นคือเร็วสุดเท่าที่คุณหมอช่วยได้  แต่โชคดีครับ อาการแน่นท้องของผมก็ดีขึ้น และผมก็กลับมานอนหลับได้ ถึงมันจะยังไม่เหมือนเดิม แต่ก็นับว่าทรมานน้อยลง และพฤษภาคมก็เป็นช่วงปิดเทอม ผมจะมีเวลาพักหลังผ่าตัดสักหนึ่งอาทิตย์ก่อนกลับไปสอน และผมก็ได้ไปทำพรีแอดมิสชันก่อนผ่าตัดหนึ่งสัปดาห์เรียบร้อย   

แต่เรื่องยังไม่จบครับ หลังจากผมไปทำพรีแอดมิสชันได้สองวัน ก็ได้รับโทรศัพท์จากทีมงานของคุณหมอครับ บอกคุณหมอขอเลื่อนผ่าตัด ตอนแรกผมก็ยังนึกว่าเลื่อนไปอีกสักอาทิตย์ แต่ได้คำตอบกลับมาช็อคครับ คือเลื่อนไปเดือนสิงหาคมครับ แต่คุณหมอบอกว่าไม่ต้องไปทำพรีแอดมิชชันใหม่แล้ว ช่วงนี้ก็รักษาตัวเองให้ดี ๆ แล้วกัน อย่าปล่อยให้ปอดเป็นอะไรอีก สิงหาคมคือเดือนแปด นี่ผมจะต้องอยู่กับความหวาดระแวงว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหมไปอีกสามเดือน  

แต่โชคดีครับ หลังจากผ่านครึ่งปีแรกไปดูเหมือนกราฟชีวิตผมจะกลับมาเป็นปกติ คืออาการแน่นท้อง อึดอัดคลื่นไส้อะไรมันก็ดูเหมือนจะหายไปแล้ว บางครั้งแอบถามตัวเองว่าหรือว่าไม่ต้องผ่าดีไหม แต่พอไปคุยกับคุณหมอซึ่งดูแลด้านสุขภาพอยู่ คุณหมอก็บอกว่าเอาออกไปเถอะ ทิ้งไว้อาการมันจะกำเริบเมื่อไหร่ก็ได้ (คิด ๆ แล้วดีใจที่ผ่าเอาออกครับ เพราะถ้าทิ้งไว้อาจเป็นอย่างหนุ่ม กรรชัย ก็ได้) อาการนอนไม่หลับก็ดีขึ้นจนเกือบปกติ (ยังไม่ปกติเหมือนเดิมหรอกครับ เอาจริง ๆ ถึงตอนนี้ผมก็ว่ามันก็ยังไม่เหมือนเดิม แต่ก็เรียกว่าดีขึ้นมาก ๆ) 

เป็นอันว่าเดือนสิงหาคมก็ได้ผ่าครับ และคุณหมอก็เก่งมากครับ ผ่าตัดเรียบร้อย เข้านอนคืนวันพฤหัส ผ่าวันศุกร์ตอนบ่าย วันเสาร์บ่ายได้กลับบ้านครับ อ้อแต่ก็เจอประสบการณ์ต้องสวนปัสสาวะเป็นคร้งแรกในชีวิตเจ็บตัวอีกแล้วครับ บอกตรง ๆ แผลผ่าตัดไม่เจ็บเลย อีสวนปัสสาวะนี่เจ็บกว่ามาก 

หลังจากผ่าตัดก็ติดตามอาการมาสองครั้งแล้ว ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังปกติอยู่ครับ อ้อขอแทรกนิดหนึ่ง ช่วงที่ยังมีอาการคลื่นไส้วิงเวียนอยู่ มีนัดทำฟันด้วยครับ แล้วก็ต้องไปหลายครั้งมาก แต่ละครั้งก็ต้องภาวนาขอความเข้มแข็งให้ตัวเองอดทนนอนอ้าปากอยู่บนเตียงหมอฟันได้โดยไม่อาเจียนออกมาซะก่อน เป็นการทำฟันที่ต้องลุ้นและทรมานมากครับ คือปกติเป็นคนไม่กลัวการทำฟันเลยนะครับ แต่ช่วงนั้นพอมีนัดทำฟันที่ไรเครียดทุกที  

สรุปก็คือปีนี้ 12 เดือนป่วยไปแปดเดือน ไปหาหมอทุกเดือน บางเดือนสองสามครั้ง ทั้งหมอปอด หมอนิ่ว หมอตรวจสุขภาพ ทำ X-Ray เจาะลือด CT-Scan ทำฟัน และอื่น ๆ ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ดังนั้นก็ขอเรียกปีนี้ของตัวเองว่าปีแห่งความเจ็บป่วยแล้วกันนะครับ และมันก็กำลังจะผ่านไปแล้วครับ 

ก็ขอขอบคุณ และต้องขอโทษนักศึกษาด้วยที่ช่วงครึ่งปีแรก ต้องเรียนกันแบบออนไลน์เป็นหลัก ขอขอบคูณน้อง ๆ อาจารย์ทุกท่านที่ช่วยรับภาระวิชาสัมมนาแทนให้  

ผมขอจบการรีวิวด้วยการมองย้อนไปว่าอะไรทำให้ผมมีอาการนี้ โดยเฉพาะเรื่องการนอนไม่หลับ คือเท่าที่ศึกษามานิ่วมันเกิดจากการกินของเราครับ พวกของมัน ของหวาน ดังนั้นใครที่ยังไม่เป็นลองลดดูนะครับ ส่วนที่เป็นแล้ว สำหรับบางคนมันก็ไม่เคยแสดงอาการนะครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวล แต่ถ้าใครตรวจเจอแล้ว คุณหมอแนะนำให้เอาออก ก็เอาออกเถอะครับ 

ส่วนเรื่องการนอนไม่หลับ ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ผมใช้ชีวิตแบบไม่ระมัดระวังในเรื่องการนอนครับ ใช้ชีวิตแบบนี้มานานมาก โดยไม่ได้สนใจว่าตัวเองแก่ลงทุกวันจนเข้าวัยจะเกษียณแล้ว คือผมจะเข้านอนไม่เป็นเวลา จะนอนดึกหรือบางทีก็เกือบเช้า คือไม่ใช่ทุกวันนะครับ แต่บ่อยมาก 

ถามว่าทำอะไรก็บอกว่าส่วนใหญ่คือทำงานครับ คือการเตรียมสอน ถึงแม้ผมจะสอนหนังสือมานานมากแล้ว แต่ผมก็มักจะเตรียมสอนเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ ครับ ยิ่งในสิบปีหลังมานี้เทคโนโลยียิ่งเปลี่ยนเร็ว ยิ่งต้องเตรียมให้ทันสมัย และยังตั้งใจจะทำวีดีโอวิชาที่ตัวเองสอนให้ครบทุกวิชาอีก และก็บ้าเทคโนโลยีทำวีดีโอด้วยครับ อยากทำให้มันดี ๆ แข่งกับพวก Youtuber ทั้งหลาย 55 

นอกจากนี้ยังเชียร์ทีมรักลิเวอร์พูลดึก ๆ ดื่น อีก ตีสองตีสามก็ตื่นมาดู บางคืนก็ทำงานจนถึงตีสามได้เวลาดูบอลเลย แล้วมางีบเอาหน่อยหนึ่งแล้วก็ไปสอน เอาเป็นว่าผมนอนไม่เป็นเวลา และประมาทครับ เพราะทั้งชีวิตตัวเองเป็นคนนอนหลับง่าย หัวถึงหมอนตอนไหนก็หลับได้ตอนนั้น นอนสักสองชั่วโมงก็ไปทำงานได้ทั้งวัน แล้วก็ใช้วิธีกลับมานอนชดเชยเอา

ซึ่งนี่แหละครับ ผมว่ามันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมนอนผิดปกติ จนเกือบต้องกินยานอนหลับไปตลอดชีวิต ถ้าไม่ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองก่อน จนถึงตอนนี้ถึงแม้จะพยายามปรับปรุงแก้ไขยังไง มันก็ยังไม่เหมือนเดิมนะครับ ดังนั้นถ้าใครยังไม่เป็น และมีอุปนิสัยการนอนที่ไม่ดีเหมือนผม ก็ลองตั้งเป็นปณิธานปีใหม่ปีนี้ก็ได้ครับว่าจะปรับปรุงตัวเองเรื่องการนอน 

สำหรับผมปีใหม่นี้ก็ตั้งใจว่าจะดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น ทำงานให้น้อยลงแต่ให้ได้ผลมากขึ้น และจะเขียนบล็อกคอลัมน์ต่าง ๆ ที่เริ่มไว้ในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น #พุธขุดบล็อกเชน #พฤหัสจัดAI และ #sarunitnews ก็จะกลับมาสม่ำเสมอมากขึ้นครับ ก็หวังว่าจะติดตามอ่านกันต่อไปนะครับ 

สุดท้ายนี้ก็ขอสวัสดีปีใหม่ 2569 ครับ ขอให้เป็นปีที่ดีของทุกคนครับ... 

 

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568

Instacart ยุติโปรแกรมกำหนดราคาด้วยอัลกอริทึมแล้ว

instacart-logo
ภาพจาก Associated Press

Instacart บริษัทผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า ประกาศยุติการทดสอบระบบตั้งราคาที่แสดงราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในร้านค้าเดียวกันแตกต่างกันออกไป ภายหลังจากได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จาก Consumer Reports และกลุ่มรณรงค์สิทธิต่างๆ

การทดลองดังกล่าวซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2023 ใช้วิธีสุ่มแสดงราคาสินค้าให้สูงขึ้นหรือต่ำลงเล็กน้อยแก่ผู้ซื้อ เพื่อช่วยให้บรรดาร้านค้าปลีกสามารถศึกษาความอ่อนไหวต่อราคา (price sensitivity) ของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวได้สร้างความกังวลอย่างมากในเรื่องของความยุติธรรมและความโปร่งใสในการให้บริการ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Associated Press

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ร่างแนวทางปฏิบัติของ NIST: ทบทวนแนวคิดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับยุคปัญญาประดิษฐ์

NIST-Cyber-AI-Profile
ภาพจาก NIST

สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Institute of Standards and Technology) ของสหรัฐอเมริกา หรือ NIST ได้เผยแพร่ร่างเบื้องต้นของ Cyber AI Profile เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 45 วัน โดยหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว NIST จะดำเนินการจัดทำร่างฉบับสาธารณะขั้นต้นเพื่อเผยแพร่ในปีหน้า

Cyber AI Profile นี้มุ่งเน้นไปที่การรักษาความปลอดภัยของระบบ AI การเสริมสร้างการป้องกันทางไซเบอร์โดยใช้ AI และการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ในการใช้ NIST Cybersecurity Framework 2.0 เพื่อให้มั่นใจว่าการนำ AI มาใช้นั้นมีความปลอดภัย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NIST