วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไปลองแอร์พอร์ตลิงก์มาแล้วครับ

ผมได้มีโอกาสไปลองใช้บริการแอร์พอร์ตลิงก์หรือถ้าจะเรียกให้ถูกจริง ๆ ก็ต้องเรียกว่าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาครับ ว่าจะมาเขียนเล่าให้ฟังตั้งแต่วันที่ไปขึ้นมาแล้วครับ แต่ไม่มีเวลาเลย เลยลากยาวมาถึงวันศุกร์นี่แหละครับ เริ่มเลยแล้วกันนะครับ

วันจันทร์ที่ผมไปเป็นวันที่แอร์พอร์ตลิงก์เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์เป็นวันแรก ซึ่งผมก็คาดหวังว่าอะไรต่าง ๆ น่าจะพร้อมแล้ว แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คาดครับ เริ่มจากป้ายบอกทางต่าง ๆ ก็ยังดูสับสนอยู่ (แต่อันนี้อาจเป็นเพราะผมยังไม่ชินเองก็ได้) ต้องอาศัยเดิน ๆ ตามกันไป ส่วนขบวนที่ผมจะขึ้นก็เจอเลยครับสิ่งที่เกิดขึ้นกับรถไฟไทยมาทุกยุคทุกสมัยนั่นคือดีเลย์ครับ ก็คือช้ากว่ากำหนดไป 15 นาที แต่ทางการรถไฟเขาเข้าใจทำนะครับคือเขาประกาศว่ารถไฟจะมาถึงใน 5 นาที และอีก 5 นาทีต่อมาเขาก็ประกาศอีกว่ารถไฟจะมาถึงใน 5 นาที ทำอย่างนี้ 3 ครั้ง 15 นาทีพอดีครับ แต่ฟังเหมือนดีเลย์แค่ 5 นาที

หลังจากที่ได้ขึ้นรถไปสิ่งแรกที่สังเกตเห็นก็คือประตูปิดเสียงดังมากและดูเหมือนจะแรงมากครับ เรียกว่าเป็นการขู่พวกที่ชอบยืนขวางประตุได้ผลนะครับผมว่า เพราะถ้าใครลองไปยืนขวางและถูกหนีบนี่ดูแล้วน่าจะมีสิทธิขาดสองท่อนได้ แต่ที่ชอบก็คือเสียงตอนที่หยุดและเปิดประตุให้ผู้โดยสารขึ้นลงนี่เป็นเสียงระฆังรถไฟแบบเดิมครับซึ่งผมว่ามันคลาสสิกดี

สำหรับสภาพตัวรถก็ดูใหม่ดีครับ แต่พอลองมองออกไปตรงรางรถไฟตอนรถใกล้จะเข้าสถานีเห็นสนิมขึ้นเต็มเลย ก็เลยดูไม่ดีนิดหน่อย แต่ถ้าคิดจริง ๆ รางนี่เขาก็วางกันมาเป็นปีแล้วโดนฝนเข้าก็อาจเป็นสนิมได้ แต่ก็ทำให้ความรู้สึกเห่อว่าเป็นของใหม่หมดไปเล็กน้อย ส่วนในเรื่องของการวิ่งของรถไฟนี่ไม่นิ่มเหมื่อน BTS หรือ MRT บอกได้เลยว่ายังมีลักษณะเอกลักษณ์ของรถไฟธรรมดาอยู่มีกระตุกมีโคลงเคลงอยู่บ้างเป็นบางช่วง

ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ให้บริการดีครับแม้ดู ๆ ว่าจะยังสับสนอยู่บ้าง แต่ที่ต้องรีบปรับปรุงนี่ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องหาเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษได้มาประจำไว้บ้าง เพราะผมเดินผ่านไปเห็นชาวต่างชาติไปสอบถามข้อมูลแต่เจ้าหน้ายังไม่สามารถสื่อสารได้ดีนัก อันนี้สำคัญนะครับเพราะแอร์พอร์ตลิงนี้น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการเป็นจำนวนมาก

อีกจุดหนึ่งก็คือเรื่องของที่จอดรถเพื่อให้คนมาจอดรถทิ้งไว้แล้วเดินทางไปทำงานผมว่าก็น่าจะทำให้มากกว่านี้นะครับ ตอนนี้เท่าที่ทราบก็มีที่มักกะสัน แต่ที่อื่นถ้าสามารถทำได้ก็น่าจะทำให้คนหันมาสนใจมากขึ้น และอย่าคิดค่าจอดแพงนะครับ ตอนผมไปลองขึ้นนี่ผมเอารถไปจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตอนแรกว่าจะไปแป๊บเดียวแล้วรีบกลับมา ปรากฏว่าพอลงที่มักกะสันก็เลยลองเดินต่อไปขึ้น MRT เข้าไปหาอะไรทานแถว ๆ ย่านรัชดา ปรากฏว่าพอกลับมาขับรถออกจากสนามบินเจอค่าจอดรถไป 145 บาท :(

โดยสรุปผมก็ดีใจครับที่เราสามารถใช้เจ้าแอร์พอรต์ลิงก์นี้ได้เสียที เพราะน่าจะเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีประโยชน์มากอีกอันหนึ่ง และน่าจะเป็นก้าวใหม่ของรถไฟไทยที่จะพัฒนาบริการใหม่ ๆ เช่นรถไฟความเร็วสูงให้เราได้ใช้กันต่อไป ในการบริการวันแรก ๆ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกคนก็น่าจะช่วยให้ปัญหาต่าง ๆ หมดไปในอนาคตอันใกล้นี้ ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น