วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

การคุกคามทางไซเบอร์ขัดขวางการเปิดภาคการศึกษาในสหราชอาณาจักร

ภาพจาก: Getty Images

National Cyber Security Center (NCSC) ในสหราชอาณาจักรได้ออกมาเตือนวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยว่ามีจำนวนการคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นที่จะขัดขวางการเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง คำเตือนนี้มาจากการที่มีการจู่โจมจาก Ransomeware ต่อสถานศึกษามาเป็นลำดับ ซึ่งการจู่โจมนี้ก็จะตามมาด้วยการเรียกร้องให้จ่ายเงินเพื่อข้อมูลที่ถูกแช่แข็งไว้หรือถูกขโมยไป ตัวอย่างเช่นวิทยาลัยหลายแห่งใน  Yorkshire และสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งใน Lancashire ตกเป็นเป้าจู่โจมในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และในเดือนนี้ก็เป็นมหาวิทยาลัยใน  Newcastle และ Northumbria การเตือนเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระบบออนไลน์สำหรับการทำงานจากระยะไกล เนื่องจากบุคลากรในสถาบันการศึกษาต้องทำงานจากที่บ้านในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดย Universities UK ซึ่งเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย 139 แห่งบอกว่า กำลังร่วมมือกับ NSC เพื่อสร้างระบบคำแนะนำที่เข้มแข็งเกี่ยวกับการจู่โจมทางไซเบอร์ ซึ่งจะออกมาให้ใช้กันภายในปีการศึกษานี้ 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: BBC News

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563

ทวิตเตอร์ขอโทษทีมีการเหยียดในขั้นตอนวิธีการเลือกตัดรูป

ภาพจาก Glenn Chapman/AFP/Getty Images

ทวิตเตอร์ (Twitter) ออกมาขอโทษต่อกรณีขั้นตอนวิธีการเลือกตัดรูปภาพ (cropping) มีการทำงานในลักษณะเหยียดเชื้อชาติ หลังจากผู้ใช้พบว่าขั้นตอนวิธีจะโฟกัสไปที่หน้าของคนขาวมากกว่าคนดำ เมื่อต้องตัดภาพในทวีตแบบอัตโนมัติ ทวิตเตอร์ใช้ขั้นตอนวิธีร่วมกันหลายวิธี เพื่อทำให้แน่ใจว่าหน้าและข้อความที่ทวีตจะอยู่ในส่วนที่ถูกตัด แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้ใช้พบข้อผิดพลาดในคุณสมบัตินี้ โดยทดลองด้วยรูปภาพของอดีตประธานาธิบดี Barack Obama กับสมาชิกวุฒิสภา Mitch McConnell และยังใช้รูปของตัวการ์ตูนจากเรื่อง Simpsons รวมไปถึงใช้รูปหมาลาบราดอร์สีทองกับสีดำ ซึ่งผลปรากฎว่าขั้นตอนวิธีหน้าที่มีผิวขาวมากกว่า ทวิตเตอร์บอกว่าทางทีมงานได้ทดสอบเรื่องความลำเอียงแล้วก่อนจะปล่อยโปรแกรมออกมา แต่มันเห็นได้ชัดเจนจากตัวอย่างเหล่านี้ว่า มีอะไรอีกมากมายที่จะต้องวิเคราะห์ 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Guardian

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

ผู้หญิงในเยอรมันคนแรกที่ตายจากการจู่โจมทางไซเบอร์

Photo by Markus Spiske on Unsplash

ผู้หญิงชาวเยอรมันที่มีอาการป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้ กลายเป็นผู้ป่วยคนแรกที่ต้องเสียชีวิตจากการจู่โจมทางไซเบอร์ต่อระบบดูแลสุขภาพ เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่สามารถรับเธอเข้ามารักษาได้เนื่องจากระบบล่ม โดย Ransomware ได้แทรกซึมเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ของ University Clinic ใน Dusseldorf โดยใช้ช่องโหว่ของ เครือข่ายส่วนตัวแบบเสมือน (virtual private network) ของ Citrix ซึ่งมีผลทำให้รถพยาบาลที่กำลังนำผู้ป่วยเดินทางมาต้องเปลี่ยนเส้นทางไปที่ Wuppertal แทน และผู้ป่วยต้องเสียชีวิตลงเนื่องจากการต้องเปลี่ยนเส้นทางนี้ ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงของเยอรมันบอกว่าทางหน่วยงานได้เตือนเรื่องช่องโหว่นี้ไปแล้วตั้งแต่เดฺือนธันวาคม 2019 และบอกให้หน่วยงานด้านดูแลสุขภาพได้ปรับปรุงระบบเพื่ออุดช่องโหว่นี้ ซึ่งในตอนนี้ได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่าขอให้อย่าละเลยหรือเลื่อนการทำตามคำเตือน ขอให้ทำโดยทันที เหตุการณ์นี้ก็แสดงให้เห็นอีกครั้งแล้วว่า อันตรายร้ายแรงแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Daily Mail

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

Phish Scale: วิธีที่จะช่วยให้ฝ่ายไอทีเข้าใจว่าทำไมผู้ใช้จึงคลิกอ่านเมลหลอกลวง

ภาพจาก: NIST

นักวิจัยจาก U.S. National Institute of Standards and Technology (NIST) ได้พัฒนาโปรแกรมที่เรียกว่า Phish Scale ซึ่งจะช่วยให้องค์กรฝึกสอนพนักงานให้ไม่ถูกหลอกจากอีเมลหลอกลวงได้ดีขึ้น ในอดีตฝ่ายความมั่นคงขององค์กรก็มีโปรแกรมฝึกฝนพนักงานอยู่แล้ว โดยส่งเมลหลอกลวงให้พนักงานแล้วตรวจสอบอัตราการคลิกอีเมลของพนักงาน แต่วิธีการดังกล่าวจะวัดจากอัตราการคลิกอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้ข้อมูลในรายละเอียด โปรแกรม Phish Scale ที่พัฒนาขึ้นจะดูเนื้อหาของอีเมลด้วย ซึ่งจะทำให้แยกกลุ่มของเป้าหมายได้เช่นเป้าหมายกลุ่มที่เป็นมหาวิทยาลัย กลุ่มภาคธุรกิจ และกลุ่มสุขภาพเป็นต้น โดยเนื้อหาจะเน้นที่ส่วนสำคัญ 5 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะมีคะแนนความยากง่ายจาก 1 ถึง 5 ผู้ฝึกสอนจะหาคะแนนเฉลี่ยเพื่อแบ่งแบบฝึกหัดที่จะฝึกพนักงานออกเป็นง่าย ปานกลาง และยาก สามารถดูวีดีโอได้จากข่าวเต็มครับ 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NIST

 

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

สิงคโปร์จะจ่ายเงินให้ผู้ที่ดูแลสุขภาพด้วย Apple Watch

Photo by Daniel Korpai on Unsplash

Apple และรัฐบาลสิงคโปร์ร่วมมือกันในโครงการเริ่มต้นสองปีที่ชื่อว่า LumiHealth ซึ่งจะติดตามและให้รางวัลพฤติกรรมของผู้ใช้ผ่านทาง Apple Watch และแอปพลิเคชันบน iPhone คนสิงคโปร์จะได้เงินมากถึง 380 เหรียญสิงคโปร์ ประมาณ 280 เหรียญสหรัฐ ในรูปแบบของเงินเพิ่มและบัตรกำนัลถ้าทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในแอป LumiJealth ตัวแอป จะเสนอผู้ช่วยส่วนตัวและเตือนเรื่องการตรวจสุขภาพและการฉีดวัคซีน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโปรแกรมท้าทายด้านสุขภาพเช่นการจำกัดอาหาร และอุปนิสัยการนอน Apple บอกว่าข้อมูลของผู้ใช้จะถูกเข้ารหัสและจะไม่ถูกขายหรือเปิดเผยเพื่อจุดประสงค์ด้านการตลาด

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Bloomberg