วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

รายงานระบุว่า ความเสี่ยงของการใช้ AI ในโรงเรียนมีมากกว่าประโยชน์

students-using-laptop
ภาพจาก NPR โดย Cory Turner

รายงานฉบับใหม่จาก Brookings Institution สรุปว่าในปัจจุบัน ความเสี่ยงของการใช้ Generative AI ในการศึกษาระดับ K-12 (ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย) นั้นมีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ

แม้ว่า AI จะสามารถช่วยในด้านการอ่าน การเขียน การวางแผนการสอน และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือสติปัญญา แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็อาจขัดขวางพัฒนาการทางสติปัญญา สังคม และอารมณ์ โดยการส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปและลดทอนทักษะการคิดวิเคราะห์ (critical thinking)

รายงานฉบับนี้ได้เรียกร้องให้มีการใช้ AI ในลักษณะที่เป็นส่วนเสริม (supplement) ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่ (replace) ครูผู้สอน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มี ความฉลาดทางดิจิทัลด้าน AI (AI literacy) แบบองค์รวม การเข้าถึงที่เท่าเทียม (equitable access) การออกแบบที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง (child-centered design)  และกฎระเบียบจากภาครัฐ (government regulation)

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NPR โดย Cory Turner

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

CAISI ร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของระบบ AI Agent

AI-Chip
Photo by Igor Omilaev on Unsplash

ศูนย์มาตรฐานและนวัตกรรม AI (Center for AI Standards and Innovation หรือ CAISI) ภายใต้สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Institute of Standards and Technology - NIST) ได้ทำเรื่องขอข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาและการปรับใช้งานระบบ AI agent อย่างปลอดภัย

ทางศูนย์ได้เปิดรับข้อมูลจากเหล่านักพัฒนา AI agent, นักวิจัยด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ในประเด็นดังต่อไปนี้:

  • ภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ที่ส่งผลกระทบต่อระบบ AI agent
  • วิธีการเสริมสร้างความปลอดภัย ทั้งในขั้นตอนการพัฒนาและการนำไปใช้งานจริง
  • ช่องว่างที่อาจเกิดขึ้น ในแนวทางการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับระบบ AI agent
  • แนวทางการวัดระดับความปลอดภัย รวมถึงการคาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนา

อ่านข่าวเต็มได้ที่: NIST

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

นักเรียนในกรุงโซลเกือบทั้งหมดใช้ AI สร้างสรรค์

Korean-Students
ภาพจาก The Korea Herald โดย Lee Seung-ku

ผลการสำรวจนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายจำนวน 26,541 คนในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยสถาบันวิจัยและสารสนเทศการศึกษาแห่งกรุงโซล (Seoul Education Research and Information Institute) พบว่านักเรียนถึง 94.7% เคยใช้งาน Generative AI โดยในจำนวนนี้มีนักเรียนถึง 80% ที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ ซึ่งแบ่งเป็นการใช้ในกิจกรรมในชั้นเรียน (42.5%) และการศึกษาด้วยตนเอง (35.7%)

ในขณะเดียวกัน จากการสำรวจครูจำนวน 3,334 คน พบว่าครูกังวลด้านต่าง ๆ ดังนี้  93.4% กังวลว่านักเรียนจะพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป (Overly dependent) 92.4% กังวลเกี่ยวกับปัญหาการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) ที่อาจเกิดขึ้น 92.5% กังวลว่า AI จะขัดขวางการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) ของนักเรียน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Korea Herald โดย Lee Seung-ku

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

เอฟบีไอเตือนถึงการใช้ประโยชน์จากรหัส QR โดยสายลับไซเบอร์ชาวเกาหลีเหนือ

QR-Code-Mobile_screen
Photo by Markus Winkler on Unsplash

สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ FBI ได้ออกคำเตือนว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังใช้ QR codes เป็นยุทธวิธีใหม่ในการทำ Phishing โดยการฝังลิงก์อันตรายไว้ในแคมเปญที่เรียกว่า “Quishing”

หน่วยงานระบุว่ากลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือได้ทำการซ่อน URLs ไว้ใน QR codes ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางเหยื่อไปยังหน้าล็อกอินปลอมของ Microsoft 365, Okta หรือหน้าเข้าใช้งาน VPN เพื่อขโมยข้อมูลประจำตัว (Credentials) และ Session tokens เพื่อใช้ในการบายพาสหรือข้ามระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor authentication)

สำหรับเป้าหมายในปี 2025 ที่ผ่านมา ได้แก่กลุ่มคลังสมอง (Think tanks) มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายด้านเกาหลีเหนือและความมั่นคงแห่งชาติ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.) โดย Carly Page

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์และญี่ปุ่นร่วมมือกันด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง

quantum-computing
ภาพจาก ComputerWeekly.com; Aaron Tan

ประเทศสิงคโปร์และประเทศญี่ปุ่นได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation) เพื่อผลักดันความก้าวหน้าด้าน Quantum Computing โดยข้อตกลงนี้นับเป็นความร่วมมือด้านควอนตัมระดับทวิภาคีอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสิงคโปร์

ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่หลายด้านประกอบด้วย: ความร่วมมือด้านการวิจัย การปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ (Talent exchange)

นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยร่วมกัน การดำเนินโครงการนำร่องข้ามพรมแดน และการใช้สนามทดสอบ (Testbeds) โดยความร่วมมือนี้จะดึงจุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์ของประเทศญี่ปุ่น มาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน Quantum software และการสื่อสารของสิงคโปร์

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ComputerWeekly.com โดย Aaron Tan