วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

นักเรียนในกรุงโซลเกือบทั้งหมดใช้ AI สร้างสรรค์

Korean-Students
ภาพจาก The Korea Herald โดย Lee Seung-ku

ผลการสำรวจนักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายจำนวน 26,541 คนในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยสถาบันวิจัยและสารสนเทศการศึกษาแห่งกรุงโซล (Seoul Education Research and Information Institute) พบว่านักเรียนถึง 94.7% เคยใช้งาน Generative AI โดยในจำนวนนี้มีนักเรียนถึง 80% ที่ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ ซึ่งแบ่งเป็นการใช้ในกิจกรรมในชั้นเรียน (42.5%) และการศึกษาด้วยตนเอง (35.7%)

ในขณะเดียวกัน จากการสำรวจครูจำนวน 3,334 คน พบว่าครูกังวลด้านต่าง ๆ ดังนี้  93.4% กังวลว่านักเรียนจะพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป (Overly dependent) 92.4% กังวลเกี่ยวกับปัญหาการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) ที่อาจเกิดขึ้น 92.5% กังวลว่า AI จะขัดขวางการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) ของนักเรียน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Korea Herald โดย Lee Seung-ku

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

เอฟบีไอเตือนถึงการใช้ประโยชน์จากรหัส QR โดยสายลับไซเบอร์ชาวเกาหลีเหนือ

QR-Code-Mobile_screen
Photo by Markus Winkler on Unsplash

สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ FBI ได้ออกคำเตือนว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังใช้ QR codes เป็นยุทธวิธีใหม่ในการทำ Phishing โดยการฝังลิงก์อันตรายไว้ในแคมเปญที่เรียกว่า “Quishing”

หน่วยงานระบุว่ากลุ่ม Kimsuky ของเกาหลีเหนือได้ทำการซ่อน URLs ไว้ใน QR codes ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางเหยื่อไปยังหน้าล็อกอินปลอมของ Microsoft 365, Okta หรือหน้าเข้าใช้งาน VPN เพื่อขโมยข้อมูลประจำตัว (Credentials) และ Session tokens เพื่อใช้ในการบายพาสหรือข้ามระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor authentication)

สำหรับเป้าหมายในปี 2025 ที่ผ่านมา ได้แก่กลุ่มคลังสมอง (Think tanks) มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายด้านเกาหลีเหนือและความมั่นคงแห่งชาติ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.) โดย Carly Page

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์และญี่ปุ่นร่วมมือกันด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง

quantum-computing
ภาพจาก ComputerWeekly.com; Aaron Tan

ประเทศสิงคโปร์และประเทศญี่ปุ่นได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation) เพื่อผลักดันความก้าวหน้าด้าน Quantum Computing โดยข้อตกลงนี้นับเป็นความร่วมมือด้านควอนตัมระดับทวิภาคีอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสิงคโปร์

ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่หลายด้านประกอบด้วย: ความร่วมมือด้านการวิจัย การปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม และการแลกเปลี่ยนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ (Talent exchange)

นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยร่วมกัน การดำเนินโครงการนำร่องข้ามพรมแดน และการใช้สนามทดสอบ (Testbeds) โดยความร่วมมือนี้จะดึงจุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์ของประเทศญี่ปุ่น มาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน Quantum software และการสื่อสารของสิงคโปร์

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ComputerWeekly.com โดย Aaron Tan

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

นักพัฒนาส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจโค้ดที่สร้างโดย AI แต่กลับไม่ตรวจสอบโค้ดนั้น

computer-arts
Photo by Growtika on Unsplash

ผลสำรวจ State of Code Developer Survey โดย Sonar ซึ่งเก็บข้อมูลจากนักพัฒนามากกว่า 1,100 คนทั่วโลก เผยให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (48%) ระบุว่าพวกเขาทำการตรวจสอบรหัส (code) ที่สร้างโดย AI แม้ว่าในจำนวนนี้มีถึง 96% ที่เชื่อว่ารหัสที่สร้างโดย AI ดังกล่าวนั้นมีความผิดพลาดในเชิงการทำงาน (functionally incorrect)

ในส่วนของพฤติกรรมการใช้งาน พบว่า 42% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากโมเดล AI ในการเขียนโค้ด และอีก 72% มีการใช้เครื่องมือ AI coding tools เป็นประจำทุกวันหรือวันละหลายครั้ง นอกจากนี้ นักพัฒนาที่ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมด (95%) กล่าวว่าพวกเขาต้องใช้เวลาไปกับการตรวจสอบ ทดสอบ และแก้ไขผลลัพธ์ที่ได้จาก AI

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Register (U.K.) โดย Thomas Claburn

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

การฝัง "แสตมป์ไปรษณีย์" ส่งอีเมลความคิดไปยัง AI

ฺBISC
ภาพจาก 

Ken Shepard จาก Columbia University และคณะผู้วิจัย ได้พัฒนาอินเทอร์เฟซสมอง-คอมพิวเตอร์ (brain–computer interface) รุ่นใหม่ที่บางเฉียบและทำงานแบบไร้สาย โดยออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างสมองและเครื่อง

อุปกรณ์ซิลิคอนที่มีขนาดเท่ากับ "แสตมป์" นี้มีชื่อว่า Biological Interface System to Cortex (BISC) ซึ่งจะถูกวางไว้บนพื้นผิวของสมองโดยไม่ต้องใช้สายไฟหรือขั้วไฟฟ้าที่ต้องเจาะทะลุเข้าไปในเนื้อสมอง ช่วยลดความเสี่ยงในการรุกล้ำร่างกายและลดการสูญเสียสัญญาณในระยะยาว

BISC เป็นการรวมตัวกันของขั้วไฟฟ้าหลายหมื่นชุด ระบบรับส่งข้อมูลไร้สายความเร็วสูง และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายในชิปเพียงตัวเดียว นอกจากนี้ยังใช้โมเดล AI ในการถอดรหัสข้อมูลบันทึกที่มีแบนด์วิดท์สูง เพื่อระบุการเคลื่อนไหวของร่างกาย ข้อมูลประสาทสัมผัส สภาวะของสมอง รวมถึงความตั้งใจหรือเจตนาของผู้ใช้งาน

อ่านข่าวเต็มได้ที่: New Atlas โดย Malcolm Azania