วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เครื่องคิดเลขออนไลน์ฟรีสำหรับประเมินความเสี่ยงจากภาวะสมองเสื่อม

screenshot-BigLifeVimeo
ScreenshotProject Big Life/Vimeo

นักวิทยาศาสตร์จาก University of Ottawa ของแคนาดา (U of O) ได้พัฒนาเครื่องคิดเลขที่สามารถประเมินความเสี่ยงโดยทั่วไปของภาวะสมองเสื่อมในผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งเปิดให้ใช้งานออนไลน์ได้ฟรี นักวิจัยสร้างอัลกอริธึมการทำนายของเครื่องคิดเลข โดยใช้การตอบคำถามของคนใน Ontario 50,000 คนที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปต่อคำถามด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ และการติดตามผลเวชระเบียนของพวกเขาในช่วงห้าปี ทีม U of O เปรียบเทียบข้อมูลของกับบุคคลที่มีภาวะสมองเสื่อมกับข้อมูลของคนที่ไม่มีภาวะสมองเสื่อม เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่คาดการณ์ได้มากที่สุด ซึ่งจะถูกนำมาใส่ในอัลกอริทึม นักวิจัยบอกว่าเครื่องคิดเลขนี้ไม่ได้นำเรื่องพันธุกรรมเข้ามาคิดด้วย ซึ่งหมายความว่ามันจะใช้ประมาณความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมแบบทั่วไปได้ดีที่สุด

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Gizmodo

เพิ่มเติมเสริมข่าว: ใครอยากลองใช้เคื่องคิดเลขลองได้จากลิงก์นี้ครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

AI ทำลายอุปสรรคในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด

baby
Image: Dragos Gontariu

โครงข่ายประสาทเทียม (neural network) สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงการเสียชีวิตของทารกที่คลอดก่อนกำหนดได้อย่างแม่นยำ เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลของทารกได้ดีขึ้น ต้องขอบคุณนักวิทยาศาสตร์จาก James Cook University (JCU) ของออสเตรเลีย Stephanie Baker แห่ง JCU กล่าวว่าเครือข่าย Neonatal Artificial Intelligence Mortality Score (NAIMS) ประเมินความเสี่ยงในการเสียชีวิตของทารกที่คลอดก่อนกำหนดโดยพิจารณาจากข้อมูลประชากรทั่วไป และแนวโน้มของอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ  Baker กล่าวว่า NAIMS สามารถทำนายความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของทารกได้ภายใน 3, 7 หรือ 14 วัน จากข้อมูลที่สร้างขึ้นในช่วง 12 ชั่วโมง โดยไม่ต้องอาศัยการตรวจร่างกาย หรือข้อมูลประวัติทางการแพทย์ Baker ยังกล่าวว่า "ด้วยความเรียบง่ายและประสิทธิภาพสูงของโครงการที่เราเสนอ NAIMS สามารถคำนวณใหม่อย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติได้อย่างง่ายดาย ทำให้สามารถวิเคราะห์การตอบสนองของทารกต่อการรักษา และแนวโน้มด้านสุขภาพอื่นๆ"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: James Cook University (Australia)

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แฮกเกอร์ทำให้เครื่อง PC ของนักเล่นเกมติดเชื้อเพื่อทำเงินล้านจากคริปโต

pc-gamers
Kevin Breuninger | CNBC

บริษัทรักษาความมั่นคง (security)  Avast พบว่าแฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากนักเล่นเกมด้วยมัลแวร์ "Crackonosh" เพื่อทำเงินเงินนับล้านโดยการขุดเงินเข้ารหัส (cryptocurrency)  โดยใช้คอมพิวเตอร์ของนักเล่นเกม นักวิจัยของ Avast กล่าวว่าอาชญากรซ่อน Crackonosh ไว้ในเกมเวอร์ชันดาวน์โหลดฟรี เช่น NBA 2K19, Grand Theft Auto V และ Far Cry 5 ที่มีอยู่ในไซต์ torrent  หลังจากติดตั้ง Crackonosh จะเริ่มทำการขุดบนพีซีของนักเล่นเกม  นักวิจัยประเมินว่า Crackonosh ถูกใช้เพื่อขุดเงินเข้ารหัส Monero มูลค่า 2 ล้านเหรียญตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2018 Daniel Benes แห่ง Avast กล่าวว่ามีผู้ใช้ประมาณ 220,000 รายที่ติดเชื้อทั่วโลก โดยมีอุปกรณ์ติดเชื้อเพิ่มอีก 800 เครื่องต่อวัน Benes กล่าวว่าสิ่งบ่งชี้ว่าเครื่องติดมัลแวร์คือประสิทธิภาพของพีซีที่ช้าลงและค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าปกติ

อ่านข่าวเต็มได้ที่: CNBC

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

แพทช์ฉุกเฉินของ Microsoft ไม่สามารถแก้ช่องโหว่วิกฤต "PrintNightmare" ได้

skull
ภาพจาก Ars Technica

นักวิจัยเตือนว่าซอฟต์แวร์แพตช์ที่ Microsoft ออกในสัปดาห์ที่แล้วแก้ไขข้อบกพร่องอย่างไม่ได้โดยสมบูรณ์ในระบบปฏิบัติการ Windows ทุกรุ่นที่รองรับ ซึ่งทำให้แฮ็กเกอร์ยังคงควบคุมเครือข่ายที่ติดเชื้อได้  ช่องโหว่ PrintNightmare มีรากมาจากจุดบกพร่องในตัวจัดคิวงานพิมพ์ของ Windows ซึ่งรองรับฟังก์ชันการพิมพ์ในเครือข่ายเฉพาะที่ (local network) และผู้โจมตีสามารถใช้ความสามารถนี้จากระยะไกลเมื่อมีการเปิดใช้ออนไลน์ แฮกเกอร์ยังสามารถใช้ข้อบกพร่องเพื่อยกระดับสิทธิ์การใช้งานระบบ เมื่อพวกเขาแทรกซึมเครือข่ายที่มีช่องโหว่ผ่านจุดบกพร่องตัวอื่น โดยเข้าควบคุมตัวควบคุมโดเมน Benjamin Delpy ผู้พัฒนาโปรแกรมแฮ็กและยูทิลิตี้เครือข่าย Mimikatz ทวีตว่า Microsoft ล้มเหลวในการแก้ไขช่องโหว่นี้

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Ars Technica

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เครื่องมือการเรียนรู้ของเครื่องสามารถช่วยระบุความเสี่ยงการสูญเสียฟัน

dentist
Photo by Jonathan Borba on Unsplash

การศึกษาโดยนักวิจัยของ Harvard School of Dental Medicine พบว่าสามารถใช้เครื่องมือการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) หรือ ML เพื่อระบุผู้ป่วยที่ต้องการการแทรกแซงในช่วงต้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือชะลอการสูญเสียฟัน นักวิจัยได้เปรียบเทียบอัลกอริธึม 5 แบบที่ออกแบบมาเพื่อประเมินความเสี่ยงโดยไม่ต้องตรวจทางทันตกรรม และพบว่าการใช้ตัวชี้วัดทางคลินิกทางทันตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผลดีเหมือนกับอัลกอริธึมที่พิจารณาลักษณะทางการแพทย์และตัวแปรทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น เชื้อชาติ การศึกษา โรคข้ออักเสบ และโรคเบาหวาน การศึกษาโดยใช้ข้อมูลจากผู้ใหญ่เกือบ 12,000 คนที่เข้าร่วมการสำรวจตรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ พบว่าอัลกอริธึมสามารถอำนวยความสะดวกในการตรวจคัดกรองในสถานพยาบาลต่างๆ และโดยผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ หัวหน้านักวิจัย Hawazin Elani กล่าวว่า "งานนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของปัจจัยทางสังคมของสุขภาพ การรู้ระดับการศึกษาของผู้ป่วย สถานะการจ้างงาน และรายได้ของผู้ป่วยนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการคาดการณ์การสูญเสียฟันพอ ๆ กับการประเมินสถานะทางทันตกรรมทางคลินิกของพวกเขา" 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: News-Medical Life Sciences