วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เมื่อหุ่นยนต์ต้องมาทำงานร่วมกัน มันก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันได้

COURTESY OF PANASONIC

โรงพยาบาล  Changi General เจเนอรัลของสิงคโปร์กำลังใช้ซอฟต์แวร์จาก Open Robotics เพื่อช่วยไม่ให้หุ่นยนต์ขวางทางกันในโถงทางเดินหรือนอกลิฟต์ หุ่นยนต์ประมาณ 50 ตัวของโรงพยาบาลมาจากผู้ผลิต 8 รายและซอฟต์แวร์ดังกล่าวช่วยให้หุ่นยนต์จากผู้ผลิตหลายรายสามารถสื่อสาร และจัดเส้นทางการเดินที่จะไม่ขัดขวางหรือชนกัน  Open Robotics เป็นผู้ดูแลซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส Robot Operating System (ROS) แต่ซอฟต์แวร์ที่ใช้โดย Changi ยังช่วยให้หุ่นยนต์ที่ไม่ใช้ ROS สามารถสื่อสารกันได้ บริษัทหวังว่าจะมีการนำซอฟต์แวร์ฟรีที่แก้ไขได้ง่ายมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อให้หุ่นยนต์ในที่ทำงานสามารถทำงานร่วมกันได้โดยสะดวก Rian Whitton จาก ABI Research กล่าวว่าต้องของคุณ ROS ที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถพัฒนาหุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ได้ได้เร็วขึ้น  และเราสามารถเร่งการทำงานร่วมกันให้เร็วขึ้นได้ผ่านแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Wired

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แสดงวิธีเอาชนะตัวตรวจจับ Deepfake

ตัวอย่าง deepfake ซ้ายภาพจริง Amy Adams จากหนัง Man of Steel ภาพขวาเอาหน้า Niolas Cage มาใส่ ภาพจาก Wikipedia

นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก (UCSD) แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่ามีวิธีที่เอาชนะโปรแกรมให้ตรวจจับวิดีโอปลอม (deepfake) ได้ จากการนำเสนอในงาน  Winter Conference on Applications of Computer Vision 2021 เมื่อเดือนมกราคม นักวิจัยอธิบายว่าพวกเขาแทรกตัวอย่างที่เป็นปฏิปักษ์ (adversarial) ลงในทุกเฟรมของวีดีโอ เหนี่ยวนำให้เกิดข้อผิดพลาดในระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI วิธีนี้ยังใช้งานได้แม้ว่าวีดีโอจะถูกบีบอัดไปแล้ว เนื่องจากอัลกอริธึมที่ใช้สู้กับตัวตรวจจับนี้จะประเมินว่าตัวแบบการจับวีดีโอว่าจริงหรือปลอมทำงานอย่างไร จากนั้นใช้สิ่งที่คำนวณได้นี้เพื่อปรับเปลี่ยนรูปภาพ เพื่อให้รูปภาพปฏิปักษ์ยังคงมีประสิทธิภาพหลังจากการบีบอัดและการคลายการบีบอัด นักวิจัยของ USCD กล่าวว่า "เราแสดงให้เห็นว่าวิธีการที่ทันสมัยในปัจจุบันสำหรับการตรวจจับวีดีโอปลอมสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย หากคนที่ต้องการจู่โจมรู้รายละเอียดทั้งหมดหรือแม้กระทั่งบางส่วนว่าตัวตรวจจับทำงานยังไง"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UC San Diego Jacobs School of Engineering

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ภาษาเขียนโปรแกรมยอดนิยมเก่าแก่กลับขึ้นบนสุดของตารางอีกครั้ง

image: Getty Images/iStockphoto

บริษัทซอฟต์แวร์ของสวิสคือ Tiobe พบว่าภาษา C เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมอันดับต้น ๆ ในปัจจุบันคิดเป็น 16.34% ของการค้นหาทั้งหมด จากการติดตามเครื่องมือค้นหาต่าง ๆ หลายตัว เอาชนะ Java, Python, C ++ และ C # ของ Microsoft แม้ว่าวิศวกรของ Amazon, Microsoft และ Google จะมุ่งเน้นไปที่ Rust ของ Mozilla ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับหน่วยความจำที่เกิดจาการเขียนโค้ดของภาษา C และ C ++ แต่ Paul Jansen จาก Tiobe กล่าวว่าภาษา C ค่อนข้างเสถียรเมื่อเทียบกับภาษาอื่น ๆ Jansen กล่าวว่าภาษาการเขียนโปรแกรมแปดอันดับแรกในดัชนี TIOBE ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมาโดยเสริมว่าทั้งหมดยกเว้น C ออกเวอร์ชันใหม่ค่อนข้างบ่อย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ZDNet

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

บ้านที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติขายแล้วใน New York

ภาพจาก CNN

บริษัทรับเหมาก่อสร้าง SQ4D ได้โฆษณาสิ่งที่เรียกว่าบ้านที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติแห่งแรกของสหรัฐอเมริกา ใน Riverhead, NY ผ่านทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ที่ชื่อว่า Zillow บริษัท SQ4D สามารถติดตั้งระบบหุ่นยนต์ก่อสร้างอัตโนมัติ (Autonomous Robotic Construction System) ในสถานที่ก่อสร้างภายในเวลาไม่เกินแปดชั่วโมง บ้านพิมพ์ 3 มิติมีพื้นที่ใช้สอย 1,407 ตารางฟุตมีห้องนอน 3 ห้องห้องน้ำ 2 ห้องและโรงจอดรถแบบ 2.5 (2.5-car garage) Stephen King จาก Zillow กล่าวว่า "ต้นทุนการก่อสร้างถูกกว่าบ้านที่สร้างขึ้นใหม่ใน Riverhead, NY ถึง 50% และเร็วกว่า 10 เท่า"

อ่านข่าวเต็มได้ที่: CNN

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ซอฟต์แวร์ยอมให้นักวิทยาศาสตร์ "เดินเข้าไป" ในตัวอย่าง

ภาพจาก Australian National University

ซอฟต์แวร์ Drishti ใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก Australian National University (ANU) ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นภาพข้อมูลในแบบสามมิติแ ละสร้างตัวแบบที่เหมือนจริงของวัตถุเช่น ตัวอย่างฟอสซิลเพื่อให้สามารถ "ซูมเข้า" ไปเห็นรายละเอียดที่เล็ก ๆ ได้โดยไม่ทำให้ตัวอย่างต้นฉบับเสียหาย Yuzhi Hu จาก ANU กล่าวว่า "หลังจากที่เราสแกนตัวอย่าง เราจะมีชุดข้อมูล 3 มิติซึ่งสามารถนำมาจำแนกข้อมูลแบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เครื่องมือใหม่ของเรา" ทีมงาน ANU กล่าวว่าซอฟต์แวร์นี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์และการศึกษา Ajay Limaye จาก ANU กล่าวว่าแอปพลิเคชันปัจจุบันของ Drishti นั้นรวมถึงการทำสำเนาตัวอย่างมัมมี่แบบดิจิทัล โปรแกรม Drishti นั้นฟรี และให้เข้าใช้ได้ผ่านทางออนไลน์

อ่านข่าวเต็มได้ที่: Australian National University

เพิ่มเติมเสริมข่าว: 

สามารถหาช้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม Drishti ได้ที่นี่ครับ