วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563

ภาษา python อาจทำให้นักเขียนโปรแกรมภาษา Julia นอกใจถ้าเป็นงานด้านศาสตร์ข้อมูล

Photo by Markus Spiske on Unsplash

โครงการเปิดเผยรหัสที่อยู่เบื้องหลังภาษา Julia ภาษาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล ได้เปิดเผยว่าภาษาอะไรที่นักเขียนโปรแกรมจะใช้นอกจาก Julia ซึ่งผลลัพธ์ก็คือภาษา Python จากการสอบถามผู้ใช้ Julia 2,565 คนพบว่า 76% บอกว่าถ้าไม่ใช้ Julia ภาษาที่จะใช้ต่อไปคือ Python ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจาก 73% ในปี 2019 ภาษา Python เป็นภาษาที่ไม่ว่าจะดูการจัดอันดับใด ๆ มักจะติดสามอันดับแรกเสมอ ซึ่งความนิยมของมันถูกผลักดันจากนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และความต้องการด้านแอปพลิเคชันการเรียนรู้ของเครื่อง อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นผู้ร่วมสร้างภาษา Julia คือViral Shah บอกว่า ยิ่งได้ใช้ภาษา Julia นานเท่าไหร่โอกาสที่จะย้ายไปภาษาอื่นก็ยากขึ้นเท่านั้น และตอนนี้ Julia ก็ขึ้นมาอยู่ใน 20 อันดับแรก 


ถ้าดูจากคู่แข่งของ Julia อย่าง MATLAB พบว่าความนิยมตกลงจาก 35% มาเป็น 31% ส่วน C++ เพิ่มจาก 28% มาเป็น 31% ในณะเดียวกันภาษาด้านการสิเคราะห์ทางสถิติอีกตัวหนึ่งอย่าง R ตกลงจาก 27% เป็น 25% ซึ่งถ้าดูจาก แนวโน้มนี้ Julia ก็ยังดูมีอนาคต ถ้าไม่นับ Python ซึ่งดูเหมือนจะเป็นภาษาที่นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลใช้กันทั่ว ๆ ไป 

จุดแข็งของ Julia คือความเร็วและประสิทธิภาพ ข้อเสียที่ผู้ใช้ Julia รายงานมาก็คือการพล็อตกราฟในครั้งแรกจะใช้เวลานาน และใช้เวลาคอมไพล์นาน และบางคนยังบอกว่าตัวแพ็กแกจยังไม่ค่อยลงตัว ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างหลักเมื่อเทียบกับ Python ยิ่งไปกว่านั้น Julia ยังมีอุปสรรคจากการที่ผู้ร่วมงานของผู้ใช้ไม่ได้ใช้ภาษานี้ ซึ่งก็เป็นอุปสรรคเดียวกับภาษา Rust ที่เป็นภาษาที่โด่งดังสำหรับเขียนโปรแกรมระบบ แต่ผู้ใช้ก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้ เพราะบริษัทที่ผู้ใช้ทำงานด้วยไม่ใข้ภาษานี้ 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ZDNet

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563

AI ระบุดาวเคราะห์ใหม่ 50 ดวง จากข้อมูลเก่าของ NASA

 

ภาพจาก CNN

การเรียนรู้ของเครื่องที่พัฒนาโดยนักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ University of Warwick ของประเทศอังกฤษ พบดาวเคราะห์ใหม่ 50 ดวง จากการวิเคราะห์ข้อมูลเก่าของ NASA นักวิจัยได้สอนขั้นตอนวิธีโดยใช้ข้อมูลที่ได้มาจากกล้อง Kepler Space Telescope โดยได้สอนให้แยกความแตกต่างระหว่างดาวเคราะห์จริง ๆ กับสิ่งที่เหมือนว่าจะเป็นดาวเคราะห์ จากนั้นจึงนำไปใช้วิเคราะห์ชุดข้อมูลเก่าของสิ่งที่น่าจะเป็นดาวเคราะห์ ซึ่งได้ผลว่ามันค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบที่เราไม่เคยพบมาก่อน โดยนักวิจัยบอกว่า AI จะสามารถยืนยันความถูกต้องของตัวเลือกที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้ภายในไม่กี่วินาที และเพราะมันเป็นการเรียนรู้ของเครื่อง ดังนั้นมันจึงปรับปรุงขึ้นได้เรื่อย ๆ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมีการค้นพบใหม่ ๆ 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: CNN

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563

Data Science Institute เพิ่มการโฟกัสไปที่จริยธรรมและขั้นตอนวิธี

Photo by Markus Spiske on Unsplash

University of California, Santa Cruz (UCSC) กำลังทำงานร่วมกันกับ universities of Washington, Wisconsin-Madison, และ Chicago เพื่อสร้างสถาบันสหวิทยาการ  Institute for Foundations of Data Science (IFDC) ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก U.S. National Science Foundation จุดประสงค์ของสถาบันคือการพัฒนาวิธีการเชิงจริยธรรมเพื่อวิเคราะห์ชุดข้อมูลที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีความเป็นได้สูงมากที่จะลำเอียง โดยชุดข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการศึกษา สิ่งที่คาดหวังจากการทำงานของสถาบันคือเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการคำนวณมากขึ้น ไม่ผิดพลาด  มีการตอบสนองและดำเนินการได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้ดีกว่าเทคนิคที่มีอยู่ในปัจจุบัน นักวิจัยบอกว่าในขณะที่เรากำลังมองหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดทางด้านศาสตร์ข้อมูล เราจะคำนึงถึงความยุติธรรม ความลำเอียง และความเป็นส่วนตัว 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: UC Santa Cruz

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2563

ภาษาเขียนโปรแกรมตัวไหนที่ให้ค่าจ้างสูงสุด

Photo by Chris Ried on Unsplash

Upwork ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจ้างงานฟรีแลนซ์บอกว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์แบบฟรีแลนซ์ที่ทำงานกับภาษาเขียนโปรแกรมเก่า ๆ หรือไม่เป็นที่นิยมมากนัก สามารถเรียกค่าจ้างได้สูงมาก ทักษะด้าน Objective-C ภาษาเขียนโปรแกรมที่ Apple พยายามจะแทนที่มันด้วย Swift ได้รับค่าจ้างสูงสุด  โดยเฉลี่ยอยู่ที่ $66 ต่อขั่วโมง ภาษาที่มาอันดับสองคือ Golang ของ Google อยู่ที่ $64 ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ภาษาหลายภาษาที่อยู่ในสิบอันดับแรกก็ไม่ดังมากนักอย่าง Windows PowerShell ก็ได้เงินถึง $62 ต่อชั่วโมง หรือ Excel VBA  ก็ได้ $60 ต่อชั่วโมง จริง ๆ แล้วภาษาที่อยู่ใน 15 อันดับแรกมีอัตราค่าจ้างไม่ต่างกันมากนัก แต่ที่น่าสนใจคือมีภาษาอยู่ 3 ภาษา ที่มีอัตราเติบโตในปริมาณการจ้างเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ภาษา SQL มีอัตราเติบโต 152%  ส่วน Java และ Ruby เพิ่มขึ้น 127% 

อ่านข่าวเต็มได้ที่: ZDNet

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563

คอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows ตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์ 83% ใน Q1

รายงานจาก AV Test ซึ่งเป็นผู้ประเมินด้านความมั่นคงของ Microsoft Windows และ Android พบว่า 83.45% ของมัลแวร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมดในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ มุ่งจู่โจมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ รายงานบอกว่ามีมัลแสร์ถูกสร้างใหม่ขึ้นมาประมาณ 114 ล้านตัวในปีที่แล้ว และปีนี้คาดว่าจะมากขึ้นคือ160 ล้านตัว เหตุผลที่มัลแวร์เพิ่มขึ้นเนืองจากการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้แฮกเกอร์ใช้ช่วงเวลาความไม่แน่นอนนี้ในการแพร่มัลแวร์และหลอกลวงแบบ phishing 

เหตุผลที่ Microsoft Windows เป็นเป้าจู่โจมนอกจากความที่มันเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปแล้ว มันยังเป็นระบบปฏิบัติการที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอีกด้วย จากฐานข้อมูล CVE ที่ใช้ในการติดตามเรื่องช่องโหว่ด้านความมั่นคงพบว่า Microsoft นั้นมีช่องโหว่ที่ร้ายแรงกว่า 660 ประการ และ 357 ประการเป็นของ Windows 10 โดย Windows 10 ถูกมองว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความมั่นคงน้อยที่สุด 

ประเภทของมัลแวร์บน Windows จากรายงานของ AV Test ในปี 2019 แสดงได้ดังรูปต่อไปนี้ 



ถ้าพิจารณาแพลตฟอร์มที่มีการแพร่ของมัลแวร์ เว็บเบราว์เซอร์เคยมีสัดส่วนอยู่ที่ 15.84% ในปีที่แล้ว และลดลงเหลือ 11.09% ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ Android เคยมีสัดส่วน 2.75% เมื่อปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้นเป็น 3.24% ในปีนี้ ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ซึ่งรวมถึง iOS, macOS, และ Linux มีสัดส่วน 2.35% ปีที่แล้ว และลดลงเป็น 1.91% ในตอนต้นปี 2020

อ่านข่าวเต็มได้ที่:  PC Magazine