วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563

นักวิจัยด้านความมั่นคงสามารถทำลูกกุญแจสำรองได้จากการฟังเสียงเสียบลูกกุญแจ

(LFO62/iStock/Getty Images

นักวิจัยจาก  National University of Singapore บอกว่าการฟังเสียงการเสียบลูกกุญแจเข้ากับรูกุญแจ ก็สามารถสร้างลูกกุญแจสำรองได้ ถึงแม้วิธีนี้จะยุ่งยากกว่าวิธีการการคัดลอกลูกกุญแจแบบดั้งเดิม แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจถ้ารู้ว่ามันมีช่องโหว่ทางความมั่นคงในลักษณะนี้ ระบบนี้เรียกว่า Spikey โดยมันจะสร้างกุญแจขึ้นมาชุดหนึ่งหลังจากฟังเสียงการเสียบกุญแจแล้ว โดยปกติจะประมาณ 3 ดอก และมักจะมีดอกหนึ่งที่ใช้ได้ แต่ในบางกรณีที่น้อยมาก จะสร้างกุญแจขึ้นมาถึง 15 ดอก แต่ถึงแม้วิธีนี้จะฟังดูน่าประทับใจ แต่มันก็มีข้อจำกัดคือ การเสียบกุญแจเข้ารูกุญแจจะต้องทำด้วยความเร็วคงที่ และจะต้องเอาไมโครโฟนของมือถือไปอยู่ใกล้ ๆ กับกุญแจ ซึ่งย่อมจะดึงดูดความสนใจของเจ้าของห้องแน่ ดังนั้นการอัดเสียงอาจต้องใช้ไมโครโฟนที่ซ่อนไว้ หรือต้องแฮกโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องมืออัดเสียงของเจ้าของห้องเพื่อใช้เป็นการอัดเสียงแทน 

อ่านข่าวเต็มได้ที่:  ScienceAlert

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2563

นักวิทยาศาสตร์พิมพ์ตึกสร้างจากดินโดยใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ

ตึกในดูไบที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์สามมิติ โดยเทคโนโลยีนี้ใช้สร้างสถาปัตยกรรมส่วนหน้าอาคาร (facade) ทั้งหมด[ภาพโดย: Satish Kumar/Reuters]

นักวิจัยจาก Texas A&M University ได้พัฒนาเทคนิคในการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ เพื่อพิมพ์ตึก โดยวัสดุที่ใช้ในการพิมพ์คือดิน ซึ่งนักวิจัยคาดหวังว่าวิธีนี้จะสร้างตึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติแทนการใช้คอนกรีต ทีมนักวิจัยมีจุดมุ่งหมายที่จะพิมพ์โครงสร้างออกมาโดยใช้ดินที่เอามาจากสวนทั่ว ๆ ไป นักวิจัยบอกว่าขณะนี้มีความก้าวหน้าอย่างมากในการปรับปรุงความสามารถในการรับน้ำหนักให้กับดิน เพราะนี่คือส่วนสำคัญที่จะทำให้สามารถใช้แทนคอนกรีตได้ นักวิจัยบอกว่าปัญหาของการใช้คอนกรีตคือ มันนำมารีไซเคิลไม่ได้ และยังต้องใช้พลังงานมากมายในการผสม และเคลื่อนย้าย

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Guardian

 



วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563

กองทัพอาจสอนหุ่นยนต์ให้ทำงานชนะคนได้


[ภาพจาก U.S. Army Research Laboratory

นักวิจัยจาก U.S. Army Combat Capabilities Development Command's Army Research Laboratory (ARL) และ University of Texas at Austin ได้พัฒนาขั้นตอนวิธีที่จะช่วยให้รถขับเคลื่อนด้วยตัวเองปรับปรุงระบบนำทางของตัวเอง โดยสังเกตจากการขับรถของคนจริง ๆ ขั้นตอนวิธีนี้นี้มีชื่อว่า APPLD (adaptive planner parameter learning from demonstration) ที่จะทำให้ระบบทำเหมือนกับที่คนสาธิตให้ดู ในขณะเดียวกันก็ยังคงความสามารถในการนำทางแบบเดิมไว้ ตัวอย่างการสาธิตก็ให้คนขับรถจำลองโดยใช้ตัวควบคุมไร้สายของ Xbox โดยระบบจะสังเกตว่าเมื่อคนขับ ขับรถผ่านในที่ที่เป็นทางแคบ เขาก็จะขับช้าลง และระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งหุ่นยนต์ก็จะเรียนรู้ที่จะลดความเร็วสูงสุดลงมา และเพิ่มการคำนวณต่าง ๆ ให้มากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งการทำแบบนี้หุ่นยนต์สามารถเดินทางผ่านเส้นทางแคบที่มันไม่สามารถผ่านไปได้ก่อนหน้า นักวิจัยคาดหวังว่า ขั้นตอนวิธีนี้จะช่วยฝึกสอนรถที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองในสมรภูมิ ให้ทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ธุรกันดาร

อ่านข่าวเต็มได้ที่: U.S. Army Research Laboratory


วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ผู้ช่วยเสมือนช่วยคัดกรองสายเรียกเข้าจากระบบอัตโนมัติ

 

You won’t be hearing from them anymore

Juj Winn/Getty Images

นักวิจัยจาก Georgia Institute of Technology พัฒนาผู้ช่วยเสมือนเพื่อคัดกรองสายเรียกเข้าเพื่อบล็อกสายจากระบบอัตโนมัติที่โทรเข้ามา เบอร์โทรที่ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อจะถูกส่งต่อไปยังผู้ช่วยเสมือน ซึ่งจะบอกให้สายที่โทรเข้าระบุชื่อผู้รับ ถ้าสายที่โทรเข้ามาตอบมา ผู้ช่วยเสมือนจะขัดจังหวะ และพูดว่า  "ขอโทษด้วย ไม่ได้ยิน คุณช่วยบอกชื่อคนที่คุณจะโทรหาอีกครั้งได้ไหม" ถ้าคนโทรมาเป็นคนจริง ก็จะหยุดการสนทนา ผู้ช่วยจะส่งต่อการโทรไปยังผู้รับ และบันทึกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน ระบบนี้บล็อกการโทรเข้าจากสายโทรเข้าอัตโนมัติ 8000 รายการได้ 100% และบล็อกสายที่เป็นคนโทรเข้ามาได้ 97.8% จาก 21 สาย ซึ่งพูดกับผู้ช่วยแต่ระบุชื่อคนรับผิด  

อ่านข่าวเต็มได้ที่: New Scientist

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563

AI ของ Facebook ช่วยให้ได้ภาพจาก MRI เร็วขึ้น 4 เท่า

รูปซ้ายภาพจาก MRI ที่ใช้ข้อมูล 1 ใน 4 ของรูปเต็ม รูปขวาภาพที่สร้างจาก AI โดยใช้ภาพซ้าย
ภาพจาก The Daily Mail

Facebook และผู้เชี่ยวชาญจาก New York University ได้พัฒนาตัวแบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบเปิดเผยรหัสเพื่อช่วยสร้างภาพที่ขาดหายไปจากการสแกนด้วย MRI ประโยชน์ของการทำแบบนี้ก็คือการสแกนด้วย MRI เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์จะใช้เวลานานมาก แต่ด้วยวิธีนี้สามารถสแกนภาพให้มีรายละเอียดน้อยลงและใช้ AI ช่วยสร้างภาพที่สมบูรณ์ขึ้นมา จากการฝึกสอนด้วยภาพจากการสแกนแบบเต็มรูปแบบเป็นพันภาพ และทดสอบกับนักฉายภาพรังสีหกคน ผลการทดสอบพบว่าวิธีนี้เที่ยงตรง และช่วยให้ได้ภาพที่มีความคุณภาพสูงแต่ใช้เวลาเร็วขึ้นสี่เท่า นักวิจัยบอกว่าตัวแบบนี้สามารถทำให้ MRI เร็วเท่าหรือเร็วกว่าการเอกซ์เรย์ โดยมีข้อมูลให้วิเคราะห์มากกว่า และไม่ต้องใช้รังสีด้วย  

อ่านข่าวเต็มได้ที่: The Daily Mail