แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เตรียมตัวร่วมฉลองแชมป์กันคืนนี้ ความคืบหน้ากับนักเตะใหม่ของเรา และยินดีกับสเปอร์

สวัสดีครับแฟนหงส์แดงทุกท่าน! "อาทิตย์ติดแอนฟิลด์" วันนี้มาในวันปิดท้ายฤดูกาล 2024/2025 ซึ่งเป็นวันที่เราจะได้ ชูถ้วยอย่างเป็นทางการและฉลองกันในสนาม หลังจากที่แชมป์ในฤดูกาล 2019-2020 ของเราต้องฉลองในสนามเปล่า

บอกตรงๆ นะครับ ผมอยากเห็นบรรยากาศมาก เพราะไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศที่เราได้ฉลองแชมป์ในสนามเลย ถึงแม้จะเชียร์ทีมมา 40 กว่าปี เพราะยุคที่เรารุ่งเรือง ก็ไม่มีการถ่ายทอดมาให้ดู พอเริ่มมีการถ่ายทอดที่เข้าถึงได้ ทีมเราก็ไม่มาซะงั้น พอกลับมาได้แชมป์ก็โควิดอีก ดังนั้น ปีนี้ก็จะเป็นปีแรกที่เราได้ร่วมฉลองกัน และก็หวังว่าเราจะได้ฉลองกันไปเรื่อยๆ ทุกปี!

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

เกมกับอาร์เซนอล เทรนต์โดนโห่ และนักเตะใหม่ของเรา

 #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์วันนี้ ขอเริ่มด้วยเรื่องผลการแข่งขันกับอาร์เซนอลแล้วกันนะครับ ถึงแม้มันจะผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วก็ตาม สำหรับผมถึงแม้เกมจะไม่มีความหหมายอะไรแล้ว เพราะเราได้แชมป์แล้ว ผมก็ยังอยากให้เราเล่นกันดี ๆ นะครับ  แต่ปรากฏว่าทีมเราก็ยังเล่นกันไม่ค่อยดีนะครับ จริง ๆ ก็เข้าใจได้ว่าแรงจูงใจมันไม่มี แต่ก็อยากเห็นฟอร์มเดิม ๆ กลับมา เพราะเล่นกันไม่ค่อยดีมาตั้งแต่ก่อนจะได้แชมป์อย่างเป็นทางการแล้วนะครับ 


ตอนนำไป 2-0 ด้วยลูกสวนกลับ และต่อบอลกันสองสามจังหวะ ผมก็ดีใจนะ เพราะเอาจริง ๆ เกมก็ไม่ค่อยดี แต่มามีทีเด็ดด้วยลูกแบบนี้ แต่หลังจากนั้นเกมก็ค่อนข้างเป็นรอง ยิ่งครึ่งหลังยิ่งไปกันใหญ่ เกมรับกองหลังมีรอยรั่วถูกเจาะแทบตลอด ด้านซ้ายร็อบโบก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเหมือนเดิม (ผมภาวนาให้เขากลับมาในฟอร์มเดิมให้ได้นะ อยากให้อยู่กันไปนาน ๆ) ฟานไดค์กับโคนาเต้ ก็ดูไม่แน่นอนเหมือนตอนต้นฤดูกาล

 ด้านขวาแบรดลีย์ ยังต้องการการสะสมประสบการณ์  กองกลางโจนส์ ก็มีจุดอ่อนเรื่องการครองบอลนานเกินควร โซโบก็ขาด ๆ เกิน ๆ  เอเลียตก็ยังไม่สม่ำเสมอ กองหน้าคักโปก็ยังกลับมาฟอร์มเดิมไม่ได้ นูนเยส เชียร์ตลอดทุกครั้งที่เขาลงมา แต่เหมือนจะะเชียร์ไม่ขึ้น ดิอาซ บางวันดี บางวันเงียบ แต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบ ซาลาห์ฟอร์มไม่ดีมาหลายนัดแล้ว เค้นฟอร์มหน่อยยังมีลุ้นบัลลงดอร์ กับรองเท้าทองคำ คนเดียวที่ยังเห็นว่าน่าจะสม่ำเสมอที่สุดก็คือแม็คอัลลิสเตอร์ กับประตูของเราคือพ่อหมีเบคเคอร์ 

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Darwin_N%C3%BA%C3%B1ez_and_Alexis_Mac_Allister_06042025_(1).jpg

สุดท้ายจบลงด้วย 2-2 ต้องบอกว่ายังดีที่ไม่แพ้ และถ้าอาร์เซนอลไม่เหลือ 10 คน ก็ไม่รู้จะจบยังไง คือตอนเขาเหลือ 10 คน เราก็พยายามกดนะ แต่เหมือนกดไม่อยู่อย่างที่ควรจะเป็น 

ในเกมนี้อาร์เน่ เปลี่ยนเทรนต์ลงมาแทนแบรดลีย์ และเทรนต์โดนโห่ ส่วนตัวค่อนข้างผิดหวังนะ ไม่คิดว่าจะเห็นเดอะคอปโห่ใส่นักเตะที่ยังใส่เสื้อทีมลงแข่งให้ทีม คือจะโกรธจะแค้นไม่ชอบใจอะไร เขาก็ยังลงเตะให้เราอยู่ แต่ถ้ามาในทีมฝั่งตรงข้ามจะโห่จะอะไรนี่ยังพอเข้าใจได้ 

กับเทรนต์ก็อย่างที่บอกไปในบทความที่แล้วว่า ก็ขอให้ได้เป็นตัวหลักกับมาดริด แต่ไม่ได้เชียร์ให้ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะในระดับยุโรป เพราะมาดริดเป็นคู่แข่งเราในยุโรป การเชียร์เทรนต์ให้ประสบความสำเร็จในด้านรางวัล มันเท่ากับว่าเชียร์ให้มาดริดได้รางวัลด้วย แล้วมาดริดก็จะมีความสำเร็จเหนือเราเรื่อยไป แล้วก็เอาความสำเร็จนี้มาดึงนักเตะจากเราไปเรื่อย ๆ 

แต่ยังไงการโห่นักเตะที่ยังใส่เสื้อทีมเราลงเล่นให้เรานี่ไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ ส่วนตัวต่อให้เป็นเอลฮัดจิ ดิยุฟ ที่เป็นนักเตะลิเวอร์พูลที่ตัวเองไม่ชอบที่สุดแล้ว แต่ถ้าด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม เขากลับมาใส่เสื้อลิเวอร์พูล ลงเตะให้ลิเวอร์พูล ก็เชียร์นะ

ในแง่ข่าวกับนักเตะใหม่ตอนนี้ที่น่าจะใกล้เคียงที่สุดก็คงจะเป็นฟริมปง ในตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งก็อย่างที่บอกไป แบร็ดลีย์ยังน่าจะเป็นตัวหลักคนเดียวไม่ได้ ก็ต้องมีคนมาเป็นแบ็คอัพกันแทนกัน ซึ่งราคาของฟิมปรง น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่เรารับได้ อีกคนหนึ่งที่มีข่าวคือกองกลางเพลย์เมคเคอร์อย่าง ฟลอเรียน เวียร์ทซ์ แต่เท่าที่ข่าวลงคือราคาแพงมากแตะหลัก 150 ล้านยูโร ไม่คิดว่าน่าจะได้นะ 

ตำแหน่งที่ต้องเสริมอีกก็คือแบ็คซ้าย แต่รู้สึกว่าข่าวกับแบ็คซ้ายตอนนี้ เงียบ ๆ ไปนะ อีกตำแหน่งคือศูนย์หน้า เพราะทั้งโจต้า กับนูนเยส น่าจะไม่ไหว  โจต้าจะเล่นดีได้สักนัดสองนัด แล้วก็จะเจ็บยาว กลับมาก็ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าฟอร์มจะกลับมา แล้วพอเล่นดีก็จะเจ็บอีก วนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ส่วนนูนเยสก็ไม่รู้เขาเป็นอะไรของเขา ลุ้นยังไงก็ลุ้นไม่ขึ้น 

สัปดาห์นี้ลิเวอร์พูลแข่งคืนวันจันทร์นะครับ ไปเยือนไบรจ์ตัน เซ็งจริง ๆ เพราะคิดว่านัดที่เหลือในฤดูกาลนี้จะแข่งวันอาทิตย์ทั้งหมด จะได้ดูได้ แข่งคืนวันจันทร์ ก็คือตีสองวันอังคารของเรา ด้วยสุขภาพตัวเองช่วงนี้ดูไม่ไหวจริง ๆ ก็ฝากเชียร์กันด้วยแล้วกันนะครับ ผมคงดูได้แค่ไฮไลต์ แล้วถ้าไม่ติดอะไรอาทิตย์หน้ามาคุยกันต่อครับ ขอให้ลิเวอร์พูลของเราชนะในสองนัดที่เหลือครับ 

ขอเพิ่มอีกนิดครับ ขอแสดงความยินดีกับคริสตัลพาเลซ ที่คว้าถ้วยเอฟอคัพประจำฤดูกาลนี้ไปได้ และเป็นแชมป์ถ้วยใหญ่ถ้วยแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมา พาเลซจะเจอเราในแอนฟิลด์นัดปิดฤดูกาล และจะเป็นทีมแรกที่เจอเราในฤดูกาลหน้า ในศึกชาริตีชิลด์... 


วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

มุมมองเกี่ยวกับ TAA อาร์เตต้า แชมป์เปี้ยนลีกและยูโรป้าคัพนัดชิง

Anfield-Stadium
ภาพจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Anfield_Stadium,_Liverpool_-_geograph.org.uk_-_5885062.jpg

บล็อกนี้เป็นบล็อกแรกที่ผมจะเขียนถึงลิเวอร์พูลในคอลัมน์ #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์ ซึ่งจริง ๆ ผมตั้งใจจะเขียนคอลัมน์นี้มาตั้งแต่ต้นปีแล้วนะครับ แต่บังเอิญมาป่วยมาก ๆ ซะก่อน เลยไม่ได้เขียน  สำหรับคอลัมน์ #อาทิตย์ติดแอนฟิลด์นี้ ตามชื่อก็คือจะเป็นคอลัมน์เกี่ยวกับทีมที่ผมเชียร์มาสี่สิบกว่าเกือบจะห้าสิบปีก็คือลิเวอร์พูล และก็อาจจะมีกีฬาอื่น ๆ บ้าง เป็นการคุยกันวันอาทิตย์แบบสบาย ๆ ถ้าลิเวอร์พูลแข่งวันเสาร์ ก็จะเอาผลลัพธ์ เอารูปเกมมาพูดคุยกัน ถ้าลิเวอร์พูลแข่งวันอาทิตย์ ก็จะมาคาดการณ์ถึงผลการแข่งขันที่อาจจะเกิดขึ้น หรือบางสัปดาห์ก็อาจจะเอาข่าวที่น่าสนใจมาพูดคุยกัน

ก็ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ใช่นักข่าวกีฬา ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านแท็กติกฟุตบอลอะไร ดังนั้นก็จะเขียนในมุมมมองของแฟนบอลธรรมดาคนหนึ่ง และถ้ามีข่าวอะไรก็คงไม่ได้อัพเดตเท่ากับอินฟลูเอนเซอร์ด้านฟุตบอลที่มีอยู่มากมายนะครับ 

บล็อกแรกนี้ผมเขียนขึ้นหลังจากที่พวกเราก็รู้กันอยู่แล้วนะครับว่าลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษประจำฤดูกาล 2024-2025 ไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนการจบฤดูกาลสี่นัด ก็แน่นอนครับว่าสร้างความยินดีให้กับเดอะคอปทั่วโลก และจะเป็นปีที่ได้ฉลองแชมป์แบบจริง ๆ จัง ๆ หลังจากที่การคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 30 ปีเมื่อฤดูกาล 2019-2020 มันเป็นช่วงโควิด ตอนนี้คนรู้จักของผมหลายคนก็ได้ออกเดินทางไปแอนฟิลด์กันแล้วครับ 

Trent-Alexander_Arnold
ภาพจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Trent_Alexander_Arnold_2022_(2).jpg

กลับมาถึงหัวข้อหลักของเราในวันนี้นะครับ อย่างที่พวกเราคงทราบกันแล้วนะครับว่านักเตะที่เป็นกำลังหลัก เป็นนักเตะที่เป็น scouser นักเตะที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นยอดตำนานของสโมสรต่อไปต่อจากสตีเวน เจอร์ราด ก็คือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ หรือ TAA ตัดสินใจที่จะไม่อยู่ต่อกับทีม โดยคาดว่าจะไปเป็นนักเตะของทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด 

ซึ่งการตัดสินใจนี้ ก็คงต้องบอกว่าทำความเสียใจให้กับเดอะคอปส่วนใหญ่ และจากความเสียใจก็แตกออกเป็นหลากหลาย บางกลุ่มก็กลายเป็นความโกรธ สาปแช่ง เกลียดไปเลย บางกลุ่มก็เข้าใจ และเห็นว่า TAA เต็มที่กับเรามาแล้ว ถ้าจะไปหาความท้าทายใหม่ ก็ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จ บางกลุ่มก็อยู่กลาง ๆ ไม่เกลียดแต่ก็ไม่เชียร์ 

สำหรับผมน่าจะอยู่ในกลุ่มกลาง ๆ นะครับ คือเราเชียร์ทีมมานาน ก็เห็นนักเตะเข้ามาแล้วย้ายออกไป เป็นเรื่องปกติ แต่สโมสรก็ยังคงอยู่ และเราก็เชียร์กันต่อไป แน่นอนนักเตะที่เป็นระดับไอคอน เป็นตำนาน เมื่อย้ายออกหรือเลิกเล่น มันก็มีผลกระทบทางจิตใจมากกว่า ยิ่งเป็นการย้ายของนักเตะที่จริง ๆ ควรเล่นอยู่กับเราจนเป็นตำนาน สร้างความสำเร็จไปด้วยกันย้ายออกไปก็มีความรู้สึกมากกว่าปกติ 

ถามว่าผมเข้าใจ TAA ไหม ก็ต้องบอกว่าทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจครับ ที่ว่าเข้าใจก็คือ คนเราเมื่ออยู่ที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ ก็อาจเป็นไปได้ว่าถึงจุดอิ่มตัว และต้องการย้ายไปหาความท้าทายใหม่ ๆ ออกจากเซฟโซนของตัวเอง แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ ถ้าคิดว่าจะย้ายออกไปเพื่อไปอยู่สโมสรที่ดีกว่า มีโอกาสคว้ารางวัลส่วนตัวอย่างบัลลงดอร์มากกว่า อันนี้ผมไม่เข้าใจครับ 

ในฐานะแฟนบอลลิเวอร์พูล ผมไม่เคยคิดว่าจะมีสโมสรไหนดีกว่าลิเวอร์พูล ดังนั้น TAA ซึ่งเป็นคนที่เป็นทั้งแฟนบอลและเติบโตมากับสโมสร ถ้า TAA จะไปคิดว่ามีสโมสรไหนดีกว่าลิเวอร์พูลผมก็ไม่เข้าใจครับ 

ถ้าจะมองในแง่ความสำเร็จส่วนตัว ถ้าเป็นเมื่อสิบปีก่อนผมเข้าใจได้ครับ เพราะลิเวอร์พูลมีปัญหามาก ดังนั้นนักเตะเก่ง ๆ ที่ต้องการความสำเร็จในแง่ถ้วยรางวัล ก็เลือกย้ายออกไปถ้ามีข้อเสนอมาจากเรอัลมาดริด หรือบาร์เซโลนา แต่ตอนนี้ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่คว้าถ้วยรางวัลได้เกือบทุกปี ดังนั้นถ้าต้องการความสำเร็จ มาอยู่คว้าความสำเร็จกับทีมที่รักไม่ดีกว่าหรือ

ในแง่รางวัลส่วนตัวอย่างบัลลงดอร์ ก็ไม่เห็นว่าถ้าอยู่กับลิเวอร์พูลแล้วจะคว้าไม่ได้ ที่ผ่านมาก็มีโอเว่น (ซึ่งบางคนอาจไม่อยากนับ) ที่ได้มาแล้ว และปีนี้ซาลาห์ก็มีโอกาสจะได้  และก็เหมือนเดิมการคว้ารางวัลกับทีมที่ตัวเองรักมันน่าจะฟินกว่า 

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการบริหารจัดการ และองค์ประกอบเบิ้องหลังของทีม ตอนนี้ลิเวอร์พูลก็ถือว่ามีการบริหารจัดการและทีมงานเบื้องหลังที่สุดยอดมาก อาจมีเรื่องการซื้อขายที่อาจขัดใจอยู่บ้าง (คือขัดใจแฟนบอลนะครับ แต่ทีมบริหารเขาอาจคิดดีแล้วก็ได้) ส่วนตัวคิดว่าดีกว่ามาดริดนะ

เรื่องนักเตะและความสามัคคีในทีม ผมก็คิดว่าทีมลิเวอร์พูลเราก็น่าจะดีกว่า เรื่องแฟนบอลนี่ไม่ต้องพูดถึง อย่างที่เขาพูดกัน แฟนบอลมาดริด อดทนต่ำ พร้อมจะด่านักเตะตัวเองได้เสมอ ถ้าไม่พอใจ และก็ไม่ค่อยให้เวลาในการปรับตัว เขาอาจคิดว่าเมื่อคุณเข้ามามาดริดคุณคือซุปตาร์ซึ่งไม่ต้องการเวลาปรับตัวใด ๆ อีกอย่างคือเรื่องเงิน ตามข่าวคือ TAA จะได้เงินน้อยกว่าที่ลิเวอร์พูลจะให้ 

ดังนั้นจากที่กล่าวมาทั้งหมด ถ้าเป็นผมผมไม่ย้ายครับ แต่ TAA อาจคิดต่างออกไป ก็เป็นเรื่องการตัดสินใจของเขาครับ 

ดังนั้นสิ่งที่ผมจะอวยพรให้กับ TAA คือ ขอให้เขาได้ลงเป็นตัวจริงเป็นตัวหลักของทีม ไม่ถูกดอง หรือกลายเป็นแค่ตัวเสริมของทีมที่มีแต่ซุปตาร์ แต่ถามว่าจะอวยพรให้สำเร็จได้ถ้วยรางวัลอะไรไหม ก็คงไม่ครับ เหตุผลคือผมไม่ได้ชอบมาดริดครับ และมาดริดก็เป็นคู่แข่งของเราในยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ดังนั้นถ้าเชียร์ให้ TAA ประสบความสำเร็จกับทีม ก็เท่ากับเชียร์ให้มาดริดประสบความสำเร็จ เขาก็จะมีความสำเร็จเหนือเราไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมว่าแฟนลิเวอร์พูลเดนตายทั้งหลายก็คงไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น 

จบเรื่อง TAA ไปมาคุยเรื่องอาร์เตต้าหน่อย ผมขอย้ำนะครับว่าอาร์เตต้า ไม่ใช่อาร์เซนอล ถึงแม้อาร์เตต้าจะเป็นผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลก็ตาม ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า อาร์เซนอลทำผลงานได้ดีมากในยุคอาร์เตต้านะครับ การที่ได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีกติดต่อกันสองสมัย มันแสดงถึงมาตรฐานที่ดีมากของทีม (ไม่ต่างจากที่เราขับเคี่ยวกับซิตี้มาหลาย ๆ ฤดูกาล) ยิ่งในฤดูกาลนี้ นักเตะเจ็บกันเพียบ ยังอยู่ที่สองตอนนี้ และเข้าถึงรอบรองแชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งผลงานตรงนี้มันประจักษ์อยู่แล้ว 

Mikel-Arteta
ภาพจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Mikel_Arteta_2021_(cropped).png

ส่วนตัวผมนับถืออาร์เซนอล และอาร์เตต้าว่าเก่งจริง ๆ คือโค้ชจะเก่งไม่เก่ง ผมว่ามันวัดกันด้วยการแก้ปัญหาแบบนี้ด้วยนะครับ แต่อาร์เตต้าไม่รู้คิดอะไร ถึงไปให้สัมภาษณ์เหมือนคนแพ้ไม่เป็น ทั้งในลีกซึ่งยังแข่งไม่จบนะ บอกว่าลิเวอร์พูลได้แชมป์โดยมีแต้มน้อยกว่าอาร์เซนอลปีที่ไม่ได้แชมป์ ขอโทษนะอาร์เตต้า คุณได้ไม่ถึง 90 นะ ลีกก็ยังแข่งไม่จบ และมันมีปีที่ลิเวอร์พูลได้ 97 แล้วก็ไม่ได้แชมป์ด้วยนะคุณรู้หรือเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากแพ้ PSG ตกรอบรองแชมป์เปียนลีกส์ ยังบอกว่าทีมตัวเองดีที่สุดในสี่ทีมอีก จนถูกตอกกลับจากหลุยส์ เอนริเก้ โค้ช PSG

วันอาทิตย์คือวันนี้เราจะเปิดบ้านรับอาร์เซนอลด้วย ผมก็อยากกระตุ้นให้ทีมเราเอาจริงหน่อยนะ จริง ๆ สามนัดที่เหลืออยากให้ชนะให้หมด ทำแต้มให้ทะลุ 90 ไปเลยจะได้จบ ๆ กันไป อีกอย่างยังมีภารกิจเหลืออีกนะคือปั้นซาลาห์ให้คว้าบัลลงดอร์ปีนี้ 

ส่วนคู่ชิงแชมป์เปียนลีก ผมเชียร์ PSG นะ เพราะจะได้พูดว่าเราตกรอบเพราะทีมแชมป์ แต่อินเตอร์มิลานนี่ก็โชว์ฟอร์มได้ดีจริง ๆ สมควรเป็นแชมป์เหมือนกัน ส่วนถ้วยอันดับสองอย่างยูโรป้าลีกได้คู่ชิงเป็นทีมจากอังกฤษชิงกันเอง แต่เป็นทีมอันดับสิบห้าและสิบหกในลีกตอนนี้ คือแมนยูและสเปอร์ ซึ่งมันอาจแสดงให้เห็นได้ในส่วนนึงนะว่า พรีเมียร์ลีกอังกฤษแข็งแค่ไหน รอบรองนี่ทั้งสองทีมชนะขาดเลยนะ แต่ในอีกแง่หนึ่งทั้งสองทีมจริง ๆ เป็นทีมชั้นนำในพรีเมียร์ลีกนะ เพียงแต่ปีนี้ผลงานในลีกไม่ดี  

ส่วนคนที่ออกมาให้ความเห็นว่าแชมป์ยูโรป้าไม่ควรได้สิทธิเล่นแชมป์เปี้ยนลีก อันนี้เอาจริง ๆ ผมเห็นด้วยนะ ไม่รู้ว่ามันเริ่มมาจากปีไหน และยูฟ่าได้วิเคราะห์ไหมว่าทีมที่ได้เข้ามาจากการเป็นแชมป์ยูโรป้าไปได้ไกลแค่ไหน เอาง่าย ๆ อย่างเซบีญาจากสเปนที่ได้สิทธิมาจากการเป็นแชมป์ยูโรป้ามาตั้งหลายครั้งไปได้ไกลแค่ไหน ซึ่งถ้าวิเคราะห์จริง ๆ ก็จะเห็นได้ว่าไปได้ไม่ไกลเท่าไร

แต่กฎมันก็ต้องเป็นกฎดังนั้นถ้าถามว่าทีมใดทีมหนึ่งในสองทีมนี้ควรได้ไปไหม ก็ต้องบอกว่าสมควรเพราะเขาตามกฎทุกอย่าง  เขาชนะผ่านมาตลอด ไม่ได้จับฉลากเข้ามา เอาจริง ๆ แมนยูยังไม่แพ้ใครในถ้วยนี้เลยด้วยซ้ำ และทั้งแมนยูและสเปอร์จริง ๆ ก็เป็นทีมที่ได้ลุ้นโควต้าแชมป์เปี้ยนลีกแทบทุกปี แต่ก็น่าเห็นใจทีมอย่างฟอเรสต์ที่โชว์ฟอร์มได้ดีเกือบทั้งฤดูกาล แต่มาหลุดช่วงท้ายอาจไม่จบหนึ่งในห้า หรือสมมติอาร์เซนอลเจอสถานการณ์เลวร้ายสุด ถูกแซงในสามนัดสุดท้ายอดไป แล้วต้องมาดูทีมอันดับ 15 หรือ 16 ได้ไปก็คงแปลก ๆ เหมือนกัน 

แต่ถ้าถามว่าผมอยากให้ใครได้แชมป์ยูโรป้าลีก ผมคงไม่บอกตรง ๆ นะครับ แต่ผมเป็นหนึ่งในคนที่เชียร์ลิเวอร์พูลแบบเข้าเส้น ผมเชื่อว่าคนที่เป็นแฟนลิเวอร์พูลในระดับเดียวกับผมนี่ คงรู้ว่าผมเชียร์ใครนะครับ...